บทที่ 9 ครั้งแรก
บทที่ 9
ครั้งแรก...
เพราะในสัญญาระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่าภายในหนึ่งปี ถ้าคุณพีระพลสามารถหาเงินมากองคืนให้อัครเดชจตุรเทพได้เมื่อไหร่ สัญญาที่เซ็นยกลูกสาวให้กับชายหนุ่มนั้นจะถือว่าเป็นโมฆะทันที แต่ถ้าเลยระยะเวลาที่กำหนด แล้วท่านยังหาเงินมาใช้คืนไม่ได้ อริศราก็จะคือสิทธิ์ขาดของอัคคีหนุ่มแต่เพียงผู้เดียว และเขาจะอุ้มชูเธอไม่ต่างจากเมียเก็บแบบนี้ตลอดไปก็ย่อมได้ สัญญาฉบับนี้จึงไม่ต่างจากสัญญาศักดิ์ศรีระหว่างคุณพีระพลกับอัคคีหนุ่ม และท่านก็มีเวลาแค่หนึ่งปีเท่านั้นที่จะเคลียร์ปัญหาเรื่องการเงินและลากคอพิพัฒน์เข้าคุก อย่างน้อยก็ยังเบาใจว่าพิพัฒน์จะทำอะไรอริศราไม่ได้ทั้งนั้น ตราบใดที่เธอยังอยู่ในอ้อมแขนของอัครเดชจตุรเทพที่จะคอยกลางปีกปกป้องเธอ จากคนชั่วที่หวังกอบโกยทุกอย่างจากอัศเรศ
ภายในรถตู้
“อาวว์ เธอทำอะไรฉันกันแน่อลิซ อื้มม เสียวไปหมดแล้วทูนหัวเธอสู้ฉัน ร่างกายของเธอมันสู้ฉันอลิซ” อัครเดชไม่ยอมหยุดที่จะเชยชมอริศราที่มีเขาฝังแน่นค้างคาเอาไว้อยู่เต็มในร่องสวาทเปียกฉ่ำของเธอที่แอ่นร่างรับแรงโยกคลึงของเขา ที่บดเบียดดันตัวเองเข้าใส่เธออย่างกระแทกกระทั้นไม่ยอมหยุดด้วยความรัญจวนหวามรัก และกระหายที่จะตักตวงกินความหอมหวานจากเรือนกายเซ็กซี่เย้ายวนของเธอ อย่างบ้าคลั่งแบบนี้ไม่ยอมปล่อย
“อาา...ฉั...นฉัน...แค่ทำให้คุณต้องกา...รฉันค่ะ” แอ่นร่างอ้าขาดูดรัดเขาเอาไว้แน่นอย่างร่านรักท้าทาย ร่างกายสั่นคลอนตามแรงโยกคลึงเติมเต็มของเขาอย่างน่าใคร่ จนอัคคีหนุ่มเลือดเดือดพล่านเร่าร้อนไปทั่วสรรพางค์กายด้วยความร้อนรัก อย่างต้องการปลดปล่อยในตัวของเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น
อริศรารู้ดีเวลาผู้ชายมีความต้องการและไม่ได้ดังใจ เขาจะรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านและต้องการปลดปล่อยในตัวของเธอมากมายแค่ไหน เธอจึงเลือกไม่ยอมไปหาอัคคีหนุ่มเมื่อคืนวาน เพราะต้องการให้เขานั้นต้องการแต่เธอจนแทบคลั่งแบบนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น แล้วมันก็ได้ผลเกินคาดกว่าที่เธอนึกคิดเอาไว้
“ซี้ดด มันได้ผลที่รัก อาาว์... เธอทำให้ฉันคลั่งจนติดหนึบอยู่ในนี้” ดันตนเองกระแทกลึกเน้นหนักอย่างต้องการให้อริศรารู้ว่าที่ตรงไหนที่เขานั้นติดหนึบติดใจ จนถอนตัวออกจากปล่องสวาทของเธอไม่ได้ “และเธอก็ต้องยอมรับในความอวดดีของเธออลิซ! ที่กล้าท้าทายอำนาจและพละกำลังของฉันที่จะไม่ยอมลงจากตัวของเธอแน่วันนี้ อ้าขารอรับฉันเอาไว้ได้เลยทูนหัว ห้ามสลบไปก่อนเชียว ฉันจะลงโทษผู้หญิงหัวแข็งอย่างเธอให้หลาบจำ”
ยิ่งฟังโทษวาบหวามของเธอที่ถูกหมายสวาทเอาไว้
อริศราก็ยิ่งสั่นไปทั้งร่างด้วยแรงอารมณ์ปรารถนาในตัวของอัคคีหนุ่ม กับคำพูดเปิดเปลือยความต้องการของเขาที่ทำให้เธอรู้ว่าอัครเดชจตุรเทพนั้น กำลังคลั่งในตัวของเธอมากแค่ไหน จนระอุร้อนร่างกายบิดเร่าด้วยความเสียวซ่านก่อนที่จะร้องครางตอบเขา ด้วยน้ำเสียงกระเส่าไม่แพ้กัน
“อาาา คุณไม่ได้น่ากลัวเลยซักนิด” ท้าทายความร้อนแรงของเขาไม่เลิกไม่ลา อย่างอยากลองดี
“เดี๋ยวเธอก็รู้คนสวย ว่าฉันยังร้อนได้มากอีกแค่ไหน และเรียกฉันว่าคุณไฟเวลาที่เธอร้องครวญครางอยู่ใต้ร่างของฉันแบบนี้”
“อ่าา... ฉั...น... ฉันรู้สึกตึงแน่นไปหมดค่ะ เวลาที่คุณขยับอยู่ในตัวของฉันแบบนี้” บอกเขาด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นจากแรงขย่มของอัคคี ที่ถี่รัวขึ้นเรื่อย ๆ ตามแรงอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นจนเป็นถี่ยิบตามติดร่องสวาทฉ่ำเยิ้มของเธอ ก่อนที่จะหยุดดันตนเองค้างเอาไว้ลึกอยู่ในตัวของอริศรา จนฝังติดแน่นมิดด้ามรักที่มุดหายเข้าไปในเธอพร้อมคลึงแท่งร้อนผ่าว บดขยี้เธอเน้น ๆ ด้วยความเสียวซ่าน
“อาว์ เธอยั่วฉัน อู้วว์ อลิซจ๋าดีเหลือเกินในตัวของเธอ
ลึก ๆ แบบนี้” ร้องครวญครางสะโพกแกร่งเกร็งดันแน่นค้างเอาไว้อยู่ในตัวของอริศรา อย่างไม่กล้าขยับเพราะกลัวว่าจะเสร็จอย่างไม่ยอมให้ตัวเองหลั่งเสร็จ เพราะอยากจะเก็บไว้ต่อกับเธออีกเรื่อย ๆ หลาย ๆ ครั้งในวันนี้อย่างไม่ยอมตัดกำลังของตนเอง และอยากจะรู้ว่าเธอจะอึดได้มากเท่ากับฝีปากอวดเก่งของตัวเองแค่ไหน ถึงได้เก่งกล้าลองดียั่วยวนท้าทายเขาไม่เลิกไม่ลาอย่างวาบหวามใจ เพราะเขาก็หวังเซ็กซ์ที่สุขล้นจากเธอเช่นกัน และอัครเดชก็ไม่ปฏิเสธความต้องการของตนเอง ที่ต้องการเธอจนทนรอไม่ไหวต้องไปลากอริศรามาขึ้นเตียงกับเขาให้ได้ภายในวันนี้
“อ้าา... ฉั...นฉันรู้สึกถึงมันได้ค่ะว่าคุณใหญ่โตมากแค่ไหนในตัวของฉัน” เธอยั่วอารมณ์หนุ่มของอัครเดช ด้วยคำพูดที่กลั่นออกมาจากความรู้สึกร่านรักของตัวเอง “อาว์ ฉันชอบมันค่ะในตัวของฉันลึก ๆ แบบนี้” รั้งสะโพกของอัคคีเอาไว้ไม่ให้ถอนหายไปไหน ก่อนที่จะดันตัวเองพร้อมกดสะโพกของเขาดันให้ขยับรับจังหวะของตัวเองอย่างร่านรักที่ยิ่งกว่าเร้าอารมณ์ไปพร้อมกัน
“ซู้ดส์” บีบกำสะโพกของอริศราเอาไว้แน่น “ทูนหัวจ๋า เสียวไปหมดแล้วข้างในของเธอมันรัดตัวของฉันแน่นเหลือเกิน” ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกด้วยความเสียวซ่าน จากแรงขยับเนิบนาบของเธอที่ยิ่งกว่าได้อารมณ์
