บทที่ 6 ครั้งแรก
บทที่ 6
ครอบครอง...
อัครเดชตึงแขนของอริศรารวบไขว้กันเอาไว้ที่ด้านหลัง และแอ่นดันร่างของเธอขึ้นรั้งให้ยอดเต่งลอยเด่นรับกับริมฝีปากได้รูป ที่ฉกวูบลงไปเลียกินบนยอดแข็งชันของเธอที่เสียดสีไปกับลิ้นสากชื้น พร้อมกับชำเลืองมองสีหน้าของผู้หญิงปากเก่งที่ทำมาเป็นรู้ทันเขา
ร่างกายของอริศรานั้นรวดร้าวสั่นระริก ทั้งที่ในใจพยา- ยามพร่ำบอกกับตัวเองว่าไม่ให้รู้สึกอะไร กับสัมผัสของเขาแต่ฝ่ามือบางกลับกำจิกตนเองเอาไว้แน่น ด้วยความซ่านใจรับสัมผัสลิ้นหนาสากของเขาที่พลิ้วเลียกินเธออย่างต่อเนื่อง ไม่ได้รู้ตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าเธอนั้นแอบแอ่นอกให้กับเขา หวังให้ชายหนุ่มที่กำลังเลียกินเธออยู่นั้นรวบดูดเธอเอาไว้ในอุ้มปากร้อนผ่าวของเขาเสียที อย่างทนไม่ไหว...
อ่าาา
ยิ่งเห็นเธอทรมานมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งเน้นย้ำเม้มเลียกินเธอซ้ำ ๆ จนเปียกชุ่ม อริศรารู้สึกร้อนวาบยามที่ลิ้นของเขาสัมผัสลงบนยอดถัน ที่เธอรู้ว่ามันขยายเต่งอูมมากแค่ไหนในยามนี้ ก่อนที่ร่างของเธอแผ่นหลังจะนาบติดลงไปกับเบาะรถ อัครเดชก็กระชากเสื้อเชิ้ตด้านในของตนเองจนกระดุมกระเด็นหลุดออกเกือบหมด เพราะต้องการอยากจะให้ร่างกายของเขาที่เต็มแน่นไปด้วยมัดกล้ามนั้น ได้สัมผัสกับก้อนเนื้อหนั่นแน่นอวบสมบูรณ์ทั้งสองลูกของเธอ ที่อยากจะให้ถูกบี้คลึงด้วยแผ่นอกหนาของเขาอย่างอดใจไม่ไหว ด้วยอยากจะรู้ว่าอริศราจะให้ความรู้สึกกับเขาได้ดีมากแค่ไหน เมื่อยามได้ทาบกายให้เธอรับเขาเอาไว้ทั้งตัว
ร่างกายสาวในอ้อมแขนของอัครเดชนั้นบิดเร่า ให้เขารับรู้ว่าเธอนั้นรัญจวนมากแค่ไหนกับสัมผัสของเขา และปลายเท้าที่จิกเกร็งยกถูไปทั่วสีข้างของอัคคีอย่างเร่งเร้าด้วยความทรมานอย่างร่านรัก มันทำให้เขาต้องตัดสินใจเดินหน้าอย่างไม่อยากรออีกต่อไป ทั้งที่ในใจพร่ำบอกกับตัวเองเอาไว้ว่าให้ลงโทษเธอที่กล้าตบหน้าเขา... ไม่ต้องสนใจว่าเธอจะมีความสุขจากการร่วมรักกันหรือไม่แค่เขาพอใจคนเดียวก็พอแล้ว แต่การกระทำของเขามันกับขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง
“อ้าขาให้ฉันอลิซ... ให้กว้างกว่าเดิมที่เธออ้ารอฉัน” โก่งร่างขึ้นจากเธอเล็กน้อยก่อนที่จะผละขึ้น เพื่อรูดซิปกางเกงคายความปวดร้าวของตนเองออกมาจนสุดลำ ในขณะที่สายตาไม่ละไปจากดวงหน้าหวานหยดที่บัดนี้เซ็กซี่เย้ายวนสายตาคนมองอย่างเขาได้ดีเหลือเกิน ที่ไม่อาจละสายตาไปไหนจากเธอได้เลย ได้แต่รูดชักดึงตนเองขึ้นลงด้วยความเสียวซ่าน มองสีหน้าได้อารมณ์ของอริศราที่กำลังร้อน... ร่างส่ายเร่าด้วยความทรมาน จนท่อนกายในมือของเขานั้นขึ้นแข็งลุกโชนไม่ได้ต่างจากอาวุธร้อนที่พร้อมผงาดฟาดฟันเธอให้ร้องครวญคราง ต้องการแต่เขาให้ทาบทับอยู่บนร่างที่ยิ่งกว่าผู้ชนะ อย่างต้องการกำราบเธอให้สิ้นฤทธิ์
แต่แค่ครั้งเดียวในรถมันจะไปพออะไร มันไม่มีทางพอเลยซักนิด ขยำมืออีกข้างที่เหลือนวดคลึงเธอไปทั่วบนเต้าอวบที่ตั้งชันเต่งคัดอยู่ตรงหน้า ทั้งกอบและโกยขยำแล้วเค้นขยี้จนทะลักเต็มล้นอยู่ในอุ้มมือของเขาอย่างได้อารมณ์ ในขณะที่อีกมือก็ไม่หยุดรูดดึงตนเองเพื่อประวิงเวลา
‘เธอโดนฉันยับแน่แม่ตัวดี... ขอให้เก่งและอึดเหมือนปากแล้วกัน ห้ามสลบไปก่อนเชียวก่อนที่เธอจะรับโทษสวาทจากฉันจนอิ่ม’
“บอกฉันอลิซว่าเธอเคยหรือยัง” ถามพร้อมกับละใบหน้าหันไปมองที่หน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ภายในรถเพื่อเช็กว่าใกล้ถึงคฤหาสน์แล้วหรือยัง อย่างต้องการกะเวลา เพราะรถตู้ของเขานั้นเป็นรถตู้ที่ปิดทึบ แต่ใช้ติดกล้องส่องทางเอาไว้รอบคันรถเพื่อใช้มองทิศทางและบันทึกเหตุการณ์รอบนอกเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และเพื่อเซฟความปลอดภัยให้กับตัวเอง และเบาะรถนั่งด้านในก็สั่งทำเป็นพิเศษ ที่ดัดแปลงรูปลักษณ์ไม่ได้ต่างจากโซฟาตัวยาวราคาแพง และกั้นสัดส่วนระหว่างคนขับเอาไว้อย่างชัดเจน
ทั้งที่ในรถมีแอร์เปิดไว้อยู่เย็นฉ่ำแต่เหงื่อของอลิซกลับแตกเป็นเม็ดเล็ก ๆ ผุดพรายขึ้นอยู่กลางร่องอกและปลายดั้งจมูกสวยของเธอเล็กน้อย ด้วยแรงอารมณ์ปรารถนาของเขาที่ปลุกปั่นจนเธอร้อน และต้องการเพียงแต่อัคคีจนถอนตัวไม่ขึ้น ที่เอาแต่เล้าโลมสัมผัสแต่กลับทิ้งเธอให้ค้างคา
“ฉั...น... ฉั...น...” ส่ายหน้าบอกเขาจนเส้นผมที่ยาวเป็นลอนอ่อน ๆ นั้น แผ่กระจายเต็มเบาะ... เพราะเวลานี้ผู้หญิงฉลาดอย่างเธอนึกอะไรไม่ออกทั้งนั้น ได้แต่ไล้สายตาสำรวจมองเขาไปทั่วใบหน้าหล่อเหลาและเรือนกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเรียงตัวแน่นสวย ที่แค่เพียงมองผู้ชายตรงหน้าเธอก็ฉ่ำพร้อมไปทั่วความเป็นหญิงที่รอคอยให้เขาเข้ามาเติมเต็ม อย่างอยากรู้ว่าเขานั้นจะร้อนได้มากแค่ไหนอย่างท้าทายพละกำลังของเขาอย่างอยากลองดี ไม่ได้มีเกรงกลัวอัคคีเลยซักนิด ที่คิดจะพล่าผลาญความสาวของเธอ
อริศราไม่แปลกใจเลยที่ทำไมผู้หญิงค่อนเมืองถึงได้คลั่งไคล้เขากันนัก เธอขอยอมรับว่าอัครเดชจตุรเทพนั้นเป็นผู้ชายที่ยิ่งกว่าชวนฝัน
