บทที่ 5 ครอบครอง
บทที่ 5
ครอบครอง...
อัครเดชที่กำลังโกรธผู้หญิงที่กำลังนอนหงายอยู่บนโซฟาอย่างให้ท่าเขา ที่ตอนนี้เรียวขางามของเธอข้างหนึ่งนั้นเหยียบยันเอาไว้กับพื้นพรม อย่างพยายามที่จะเหยียดตัวเองให้ลุกขึ้นจากโซฟา ส่วนกระโปรงชุดนอนที่อริศราสวมใส่และพยายามดึงมันลงก็เอาแต่จะรั้งขึ้นท่าเดียวตามแรงขยับของเธออยู่อย่างนั้น
“อลิซ! รีบขอโทษคุณอัคคีเดี๋ยวนี้”
“ไม่ค่ะพ่อ หนูไม่ได้ทำอะไรผิด เขาล่วงเกินหนู”
“อลิซ! พ่อสั่งให้ขอโทษคุณอัคคีเดี๋ยวนี้”
“ฉันไม่ต้องการ” พูดกับคุณพีระพล แต่กลับสาวเท้าก้าวเข้าไปประชิดร่างของอริศรา ที่นั่งอยู่บนโซฟา พร้อมด้วยริมฝีปากได้รูปที่เหยียดยิ้มอย่างร้ายกาจมองดูเธอ ที่อัครเดชนั้นเห็นถึงความถือดีในแววตาที่มองตอบเขาอย่างไม่ยอมลดละนั่น...
ด้วยความหมั่นไส้จึงบีบเชยคางของเธอขึ้น เพราะอยาก จะให้อริศรามองสีหน้าและแววตาของเขาให้ชัด ๆ เช่นกันว่าเขานั้นเหนือกว่าเธอทุกอย่าง และผู้หญิงหัวแข็งอย่างเธอก็สมควรที่จะยอมศิโรราบให้กับเขา
“ฉันอยากจะรู้นักว่าเธอมีอะไรดีนักหนา ไอ้โทนี่มันถึงต้องการ... อยาก...” เธอรู้ว่าความหมายในน้ำเสียงของเขานั้นมันทะลึ่ง อัครเดชละเสียงเอาไว้พร้อมกับกวาดสายตาเยาะหยัน มองไปทั่วเรือนกายเย้ายวนไปทั้งเนื้อทั้งตัวของอริศรา
“ไปกับฉัน” กระชากข้อมือเธอให้ลุกขึ้นตามร่างของเขาไปที่รถ
คุณพีระพลได้แต่มองตามร่างบางของอริศราไป เพราะการ์ดของอัครเดช เห็นนายเดินออกไปก็ตามกันออกไปจนหมด
‘อดทนเอาไว้นะลูก’
คุณพีระพลเชื่อว่าคงไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะไม่ใจอ่อนยวบ เพียงแค่เห็นน้ำตาของอริศรา และหลงเสน่ห์ในความสวยอ่อนหวานปนเย้ายวนของเธอ ที่แฝงเร้นไว้ด้วยความร้อนแรงในกายอย่างธรรมชาติจนถอนตัวไม่ขึ้น เหมือนเช่นท่านที่ไม่ยอมมีเมียใหม่และยังคงอาลัยรักแม่ของอริศราที่เสียชีวิตไปแล้วหลายปี เพราะยังทำใจไม่ได้ และอริศราที่สวยถอดแบบอารยาแม่ของเธอเอาไว้ไม่มีผิด ทั้งอุปนิสัยใจคอที่เป็นคนไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรคและปัญหาอะไรง่าย ๆ ที่สำคัญใจแข็งไม่ยอมให้ใครทั้งนั้นได้เห็นน้ำตาของเธอ ท่านเชื่อว่าซักวันอลิซจะทำให้ผู้ชายหยิ่งผยองเยี่ยงอัครเดชจตุรเทพ ต้องมากราบกรานขอขมาอัศเรศที่ในวันนี้ชายหนุ่มนั้นเยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกเราจนย่อยยับ
อริศราที่ถูกจูงกึ่งลากไปที่รถ พยายามหยิกและตีเข้าที่ข้อมือของอัครเดชเพื่อให้ปล่อยเธอ จนข้อมือของเขานั้นเป็นรอยหยิกแดงเป็นปื้นเต็มไปหมด ก่อนที่รถตู้คันที่สองที่มีจอดอยู่เรียงกันสามคันรถจะเปิดอ้าออก เพื่อรอรับร่างของชายหนุ่มที่ผลักเธอให้เข้าไปด้านในของตัวรถ ตามด้วยร่างของเขาที่เข้าไปนั่งกันร่างของอลิซเอาไว้ไม่ให้สวนออกมา อัครเดชไม่รอให้ประตูรถตู้เลื่อนปิดเองอย่างอัตโนมัติ แต่กลับเอื้อมมือกระชากปิดเข้าเองอย่างแรงด้วยความโมโหอริศราที่ยังไม่ยอมสิ้นฤทธิ์ง่าย ๆ อย่างท้าทายอำนาจของเขาอย่างอยากลองดีไม่เลิกไม่ลา
“เก่งนักใช่ไหม”
แค๊วกกก!!!
กระชากเสื้อคลุมของเธอออกจนหลุดขาดติดมือออกมาบางส่วน เพราะเป็นแค่ผ้าเนื้อบาง ๆ ที่ใช้ใส่บังสายตาเพียงเท่านั้น รวมทั้งชุดนอนด้านในของเธอด้วยที่โดนลูกหลงไม่ต่างกัน จากแรงกระชากของเขาจนฉีกขาดเป็นรอยยาวตั้งแต่เนินอกลงมาถึงใต้ฐานทรวงอวบที่เต่งคัด ชูช่อท้าทายสายตาของคนที่กำลังทั้งโกรธและทั้งต้องการเธอจนแทบคลั่ง ที่แทบไม่ต้องจินตนาการเลยเขาก็มองเห็นเธอจนทะลุปรุโปร่งไปถึงไหนต่อไหน
“คนเลว! ไม่ต้องมาทำเป็นอ้างเลยว่าต้องการจะลงโทษฉันที่ตบหน้าคุณ” พยายามยกมือบังเนื้อตัวของตนเองเอาไว้จากสายตาจาบจ้วงของคนพาลนิสัยไม่ดี ที่จ้องแต่จะปล้ำเธออย่างเอาเปรียบ อริศราเชื่อว่าเธอนั้นอ่านเขาไม่ผิดเพราะถึงอย่างไรอัคคีก็ไม่มีทางปล่อยให้เธอรอดจากสวาทของเขาแน่ ถึงแม้เธอจะไม่ได้ตบหน้าเขาก็ตามเธอรู้ดี และก็รู้ว่าเขานั้นต้องการอะไรจากเธอ เพราะแค่มองจากสีหน้าและแววตาของเขาเธอก็รู้แล้วว่าอัคคีหนุ่มกำลังร้อนในกายของเธอมากแค่ไหน
“แล้วไง?” ไม่ปฏิเสธแต่กับพยายามดึงปัดมือของอริศราออกอย่างเกะกะสายตา เพราะถึงจะปิดอย่างไรมันก็ปิดไม่มิดอยู่ดี จับข้อมือของเธอทั้งสองข้างให้อ้าออกเพื่อจ้องมองยอดอกเม็ดเล็ก ๆ ที่เชิดงอนออกมาอย่างปฏิเสธธรรมชาติร้อนแรงของเธอไม่ได้
“เธอต้องการฉัน อลิซ!” อัครเดชที่แทบจะปริแตกแค่เพียงมองเธอเท่านั้น ทั้งที่ยังไม่ทันได้สัมผัสเธอด้วยปากและลิ้นของเขาเลยด้วยซ้ำ ว่าอริศรานั้นจะให้รสชาติสุดยอดได้มากแค่ไหนถ้าเขาได้ดูดกินเธอทั้งตัว ที่ไม่ใช่เฉพาะแค่ยอดอกอวบที่เบียดรัดตัวกันแน่นจนแข็งชัน... สายตาซอกแซกไล้มองไปทั่วเนินสามเหลี่ยม ที่ชายกระโปรงชุดนอนของอริศรานั้นถกรั้งขึ้น ไม่ได้มีการนั่งทับชายกระโปรงของตัวเองเอาไว้เลย และก็ไม่ต้องถามว่าเขานั้นต้องการเธอมากแค่ไหน เพราะเขาต้องการเธอจนแทบบ้าอยู่แล้วตอนนี้
