บท
ตั้งค่า

จบชีวิตอย่างเดียวดาย 1.2

ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก ชายหนุ่มหันกลับมามอง แต่แทนที่เขาจะกลับมาเพื่อปกป้องนาง กลับกลายเป็นว่าเขาพุ่งไปคว้าสตรีอีกคนไปกอดไว้แน่น อีกทั้งยังกอดไว้พร้อมกับเอ่ยถามด้วยความร้อนรน “เจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”

“หม่อมฉันไม่เป็นอันใดเพคะ แต่หม่อมฉันหวาดกลัวเหลือเกิน กลัวว่าจะไม่ได้พบหน้าท่านอ๋องอีกแล้ว” นางกล่าวตัวสั่น ใบหน้าซุกอกเขาไว้ด้วยความหวาดกลัว

ทั้งสองเหมือนจะลืมใครบางคนไปแล้ว นั่นคือไป๋หนิงเฟิ่ง

ร่างของนางแข็งทื่อ ริมฝีปากสั่นระริก มองภาพนั้นด้วยใจที่แหลกสลาย ดวงตาค่อย ๆ มีน้ำตาไหลรินออกมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ภาพตรงหน้าช่างโหดร้ายสำหรับนางเสียเหลือเกิน

ความจริงช่างโหดร้าย เมื่อพบว่านางไม่มีค่า ไม่มีความหมายสำหรับเขาเลย ต่อให้นางจะสละชีวิตและทนทุกข์มามากเพียงใด หัวใจของเขาก็ไม่เคยหันมามองนางที่เป็นชายาเอก

ไป๋หนิงเฟิ่งหัวเราะทั้งน้ำตา เสียงหัวเราะนั้นข่มขืน เหมือนมีดกรีดหัวใจซ้ำ ๆ หลายครั้ง

“เป็นเช่นนี้มาตลอดงั้นหรือ” นางกล่าวอย่างท้อแท้ในใจ

ปลายเท้าของนางแตะหินเย็นเฉียบ นางกัดริมฝีปากจนเลือดซึม ดวงตาพร่ามัวไปด้วยน้ำตา แต่ก็ยังยืนหลังตรงอย่างสง่างาม หวังจะเห็นแววตาของชายผู้เป็นพระสวามีหันมามองตนบ้าง แต่ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้า คือเขายังคงโอบกอดสตรีอีกนางไว้ ราวกับว่าชีวิตนี้มีเพียงพวกเขาเพียงสองคนเท่านั้น

หัวใจของไป๋หนิงเฟิ่งร่วงหล่นลึกกว่าเหวเบื้องหน้า ความรักที่นางกอดเก็บไว้แน่นตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ยามนี้กลับถูกเหยียบย่ำต่อหน้าสายตาผู้คนมากมาย จึงได้หัวเราะออกมาทั้งน้ำตา

“ชาตินี้ข้ามิอาจครองใจท่านได้จริง ๆ”

แต่แล้วกลับมีเสียงทหารที่ก่อกบฏตะโกนขึ้นมา “ล้อมไว้ อย่าให้พวกมันหนีไปได้”

สิ้นเสียงสั่งการ เหล่าบรรดาทหารกบฏก็ค่อย ๆ ล้อมเข้ามา

นี่จึงทำให้ต้วนอ๋องเพิ่งได้สติ และเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เนื่องจากตอนนี้เขาเห็นสตรีที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพระชายาเอก กำลังถอยหลังไปทีละก้าว ใจของเขาเต้นระส่ำ และตะโกนออกไปด้วยเสียงสั่นเครือ “เจ้าจะทำสิ่งใด อย่าคิดทำเรื่องโง่เง่าเช่นนั้น”

เมื่อได้ยินเสียงของพระสวามีดังขึ้น ไป๋หนิงเฟิ่งจึงได้หันกลับมามองเขาอีกครั้ง ด้วยดวงตาแดงก่ำน้ำตาไหลริน ทว่าริมฝีปากของนางกลับยังยกยิ้มอ่อนโยน อย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

“แม้ว่าหม่อมฉันจะมีตำแหน่งพระชายาเอก แต่หัวใจของท่านอ๋องไม่เคยมีหม่อมฉันเลย” นางกล่าวออกมาช้า ๆ ถึงแม้ว่าเสียงที่กล่าวมาจะแผ่วเบามาก แต่กลับชัดเจนมากกว่าทุกครั้ง “หากรอดกลับไปได้ หม่อมฉันก็เป็นเพียงสตรีที่พระสวามีไม่ต้องการ เช่นนั้น หม่อมฉันจึงขอเรียกคืนความรักที่มอบเคยให้กับพระองค์ทั้งหมดกลับมา”

“หนิงเฟิ่ง เจ้าทำบ้าอะไร หยุดเดี๋ยวนี้นะ ข้าสั่งให้เจ้าหยุด” เสียงของเขาแตกพร่า เขาพยายามก้าวมาข้างหน้าเพื่อจะดึงนางไว้ ทั้งที่ในอ้อมกอดยังมีสตรีอีกคนอยู่

ไป๋หนิงเฟิ่งหลับตาชั่วครู่ ภาพชีวิตช่วงเวลาก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมา ตั้งแต่วันที่นางถูกหมั้นหมาย ถูกยกย่องว่าเป็นความภาคภูมิใจของตระกูล จนถึงวันที่ย่างก้าวเข้าจวนอ๋องด้วยหัวใจเปี่ยมรัก

แต่ทว่าสิ่งที่ได้กลับมา คือความเย็นชาและเฉยเมย

“ยามนี้ ท่านอ๋องไม่อาจห้ามปรามหม่อมฉันได้อีกแล้ว หากชาติหน้ามีจริง หม่อมฉันขอไม่รักพระองค์อีกแล้ว” ลาก่อน” นางลืมตาขึ้นมาแล้วกล่าวอย่างแน่วแน่

สิ้นคำกล่าวนี้ นางหลับตาลงอีกครั้ง นางถอยหลังไปช้า ๆ แล้วปล่อยตัวจากขอบหน้าผา แม้รู้ว่าการทำเช่นนี้มีความตายรออยู่ แต่ร่างที่ร่วงลงมากลับมีใบหน้าเปื้อนยิ้ม คล้ายกับนางกำลังมีความสุขในพื้นที่ของนาง

“ไม่นะ!!” เสียงร้องตะโกนของต้วนอ๋องดังก้องไปทั่วหุบเขา เขาวิ่งเข้าไปหานาง แต่ทว่ากลับไม่สามารถคว้าร่างของพระชายาไว้ได้ทัน

ร่างของไป๋หนิงเฟิ่งตกลงไปในหุบเขาอันมืดมิด ก่อนที่ทหารฝ่ายที่ก่อกบฏ จะยกดาบขึ้นแทงเข้าที่หัวใจของต้วนอ๋องและสตรีที่เขารักมาก เขาไม่ได้เจ็บปวดที่ถูกแทงทะลุหัวใจ แต่กลับเจ็บปวดกับความสูญเสียสตรีผู้เคยยกหัวใจให้เขาทั้งดวง

“หากชาติหน้ามีจริง หม่อมฉันขอไม่รักพระองค์ท่านอีกแล้ว”

นี่คือเสียงเดียวที่ยังก้องอยู่ในหัวของต้วนอ๋อง ก่อนที่ลมหายใจของเขาจะขาดห้วงไปเช่นกัน...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel