#####บทที่ 6
"แม่ค้าบบ หอมจัง" เด็กชายตัวอวบอ้วนวัยสี่ขวบในชุดอนุบาลกางเกงสีแดงเดินเปาะแปะเข้ามาหาผู้เป็นแม่ที่กำลังทำมื้อเช้าอยู่กลางบ้าน
'พร้อมรัก' ลูกของเธอชื่อว่าพร้อมรัก ชื่อนี้เธอไม่ได้ตั้งขึ้นมาโดยล่องลอย แต่ความหมายของมันก็เปรียบเสมือนเครื่องย้ำเตือนจิตใจของเธอเสมอ
เมื่อห้าปีก่อน ถึงแม้เธอจะมีลูกในตอนที่เธอไม่พร้อมอะไรเลยสักอย่าง ไม่มีเงินไม่มีทอง ไม่มีทรัพย์สมบัติ เรียนก็ยังเรียนไม่จบเลยด้วยซ้ำ แถมมีหนี้สินพ่วงท้ายอีกมากมาย แต่เธอก็ตั้งใจว่า เธอพร้อมที่จะรัก พร้อมที่จะดูแล พร้อมที่จะกางปีกปกป้อง และพร้อมที่จะทำหน้าที่แม่อย่างดีที่สุดเท่าที่ผู้หญิงอายุสิบแปดจะทำได้
"คนเก่งของแม่ แต่งตัวเสร็จแล้วเหรอครับเด็กดี" เธอหันหน้าไปหาลูกชายตัวน้อยแล้วส่งยิ้มหวานให้
"ค้าบแม่ วันนี้พร้อมใส่กระดุมไม่ผิดด้วย พร้อมเก่งไหมค้าบแม่" เด็กชายเดินเข้ามาออดอ้อนผู้เป็นแม่ เอาแก้มอ้วน ๆ ถูไถพุงเรียบแบน ผอมแห้ง แล้วแหงนหน้าขึ้นกระพริบตาถี่ ๆ
"เก่งมากคับคนเก่งของแม่" ฝ่ามือผอมแห้งเลื่อนลงไปลูบศีรษะทุยของลูกชายเบา ๆ ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากไม่มี 'เจ้าพร้อมรักตัวน้อย' หัวใจเธอจะว้าเหว่มากเพียงใด "ไปนั่งรอแม่นะครับ ข้าวต้มอร่อย ๆ กำลังเสร็จแล้วคับ"
"ค้าบแม่" เด็กน้อยยิ้มแฉ่ง "เดี๋ยวพร้อมไปตามคุงตากับน้าเทพนะค้าบแม่"
"คับลูก" ระหว่างรอลูกชายตัวน้อย เธอก็ตักอาหารใส่ถ้วยแบ่งเป็นทั้งหมดสี่ถ้วยของลูกชาย ของพ่อ ของน้องชาย และของเธอ รับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากันทุกเช้าจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว
เด็กชายตัวน้อยในชุดนักเรียนอนุบาลกำลังใช้มืออวบอ้วนพยุงร่างผู้เป็นตาวัยชรา และผู้เป็นน้าที่ป่วยพิการทางสายตา บอดสนิททั้งสองฝั่ง เดินเคียงข้างมุ่งหน้ามายังร่างของมารดาด้วยความชำนาญ
"ตานั่งตรงนี้นะค้าบ ส่วนน้าเทพนั่งตรงนี้ค้าบ" เด็กชายจัดแจงด้วยความคล่องแคล่ว เพราะมักจะช่วยแม่ดูแลตา และน้าเป็นประจำ
"ขอบใจนะเจ้าพร้อม หลานตานี่มันเก่งจริง ๆ" ฝ่ามือเหี่ยวย่นเลื่อนขึ้นไปโยกศีรษะหลานชายเบา ๆ สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดูและความรักใคร่เปี่ยมล้น
เขาชื่อ "ตาเข้ม" ปีนี้อายุหกสิบสองแล้ว แก่งอม เป็นไม้ใหญ่ใกล้ถึงฝั่ง เจ็บป่วยร่อแร่ตามประสาคนแก่ไม่จบไม่สิ้น ทั้งโรคเบาหวาน ความดัน สารพัด เขาแทบจะหมดอาลัยตายยาก หมดกำลังใจในการใช้ชีวิตไปแล้ว แต่เพราะเสียงหัวเราะ เพราะเสียงพูดของหลานชาย เสียงชวนพูดคุยจ้อแจ้ทำให้เขาอยากจะใช้ชีวิตให้ยาวนานจวบจนเห็นหลานชายเติบใหญ่
ชีวิตตาเข้มรันทด เสียเมียคนแรก แม่ของเขียนฟ้าตั้งแต่ที่เขียนฟ้าเพิ่งจะอายุครบห้าขวบ ด้วยอุบัติเหตุไม่คาดฝัน รถสิบล้อเสียหลักพุ่งเข้ามาชนรถซาเล้งที่ 'แม่ขวัญ' กำลังขายหมูปิ้งอยู่ เสียชีวิตคาที่ โชคดีที่เขียนฟ้าข้ามถนนไปซื้อน้ำปั่นพอดีจึงรอดชีวิตมาได้ แต่ก็คงกลายเป็นภาพติดตามาจนถึงทุกวันนี้
ส่วนเมียคนที่สองชื่อพร เพิ่งจะอยู่กินเป็นผัวเมียหลังจากที่เสียเมียคนแรกไปได้ประมาณสองปี ทำมาหากินเลี้ยงปากท้อง มีลูกด้วยกันอีกสองคน คนโตคือ 'พรขวัญ' และ คนน้อง คือ 'พรหมเทพ' ดูเหมือนชีวิตของตาจะมีความสุขได้เพียงแค่เจ็ดปีเท่านั้น
'พร' ถูกปล้นทรัพย์ โดนกระหน่ำแทงเสียชีวิต โดยที่ไม่สามารถจับกุมตัวคนผิดมาลงโทษได้ เพราะบริเวณนั้นไม่มีกล้องวงจรปิดหรือพยานปากสำคัญ คดีจึงจบลง...
แต่ความสูญเสียยังไม่จบสิ้นเพียงเท่านั้น หลังจากพี่พรเสียชีวิตได้เพียงสี่เดือน ลูกสาว พรขวัญ ก็ล้มป่วยและจากไปอย่างกะทันหัน โดยที่เขายังไม่สามารถเตรียมใจตั้งรับได้ทันเลยด้วยซ้ำกับการสูญเสียคนที่รักสองคนพร้อมกันในระยะเวลาอันใกล้
หลังจากนั้นผ่านไปประมาณสามเดือน พรหมเทพลูกชายอีกคนหนึ่งของเขาที่เพิ่งจะอายุห้าขวบย่างหกขวบก็ดันประสบอุบัติเหตุทำให้สูญเสียการมองเห็นและกลายเป็นผู้พิการ รอวันรับบริจาคดวงตาอย่างไร้จุดหมายปลายทาง...จนกระทั่งตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบเจ็ดปีแล้ว
และท้ายสุด...ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของครอบครัว ความหวังเพียงหนึ่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ของตาเข้มว่าลูกสาวคนโตจะร่ำเรียนจนจบและสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูอย่างที่วาดฝันเอาไว้ได้ก็ต้องพังทลายลงเมื่อมีอีกหนึ่งชีวิตเข้ามาอยู่ในท้อง
ยอมรับว่าตอนแรกเขาโกรธมาก ผิดหวังในตัวลูกสาวที่ทำตัวเหลวแหลกจนตั้งท้องไม่มีพ่อ ให้ชาวบ้านให้คนอื่นเขาติฉินนินทาครหากันทั่วว่าลูกสาวบ้านนี้ไร้ยางอาย แต่พอได้เห็นหน้าหลาน ได้เห็นหลานยิ้ม ได้ยินหลานเรียกชื่อตัวเองว่าตาเป็นครั้งแรก ความโกรธก็หายเป็นปลิดทิ้ง
พร้อมรักเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในหัวใจให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง
"ขอบคุณค้าบตา วันนี้แม่ทำข้าวต้มหมูสับ ตาทานเยอะ ๆ นะค้าบ ร่างกายจะได้แข็งแรงเหมือนพร้อม" ว่าแล้วเจ้าเด็กตัวน้อยก็ยกแขนขึ้นทำท่าเบ่งกล้ามเพื่อโอ้อวดโชว์ผู้เป็นตา
"นั่นมันมีแต่ไขมันไม่ใช่เรอะเจ้าพร้อม" สิ้นเสียงคนวัยชราของบ้านพูดจบทุกคนก็หัวเราะขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
หลังจากนั้นทั้งหมดก็นั่งรับประทานมื้อเช้าแสนอร่อยจากฝีมือของเขียนฟ้า แม่ครัวประจำบ้าน แน่นอนว่ามีเด็กชายตัวน้อยเพียงคนเดียวที่ขอเพิ่มถ้วยที่สอง โดยอ้างว่าฝีมือแม่ทำทั้งทีจะกินเพียงถ้วยเดียวได้อย่างไร!
"พร้อมไปโรงเรียนก่อนนะครับตา น้าเทพ" เด็กชายตัวอ้วนยิ้มแฉ่งยกสองฝ่ามือขึ้นมาพนมไว้กลางอกแล้วก้มหัวไหว้
"ตั้งใจเรียนนะพร้อมรัก เรียนแทนน้าด้วย" พรหมเทพลูบหัวหลานชายเบา ๆ ได้ยินเช่นนี้เขียนฟ้ากับผู้เป็นบิดาถึงกับต้องหันไปมองหน้ากันด้วยแววตาเศร้าสลด
เธอรู้สึกผิดไม่น้อยที่เธอไม่สามารถส่งเสียน้องชายให้เรียนตามฝันได้สำเร็จ เพราะลำพังค่าใช้จ่ายในแต่ละวันมันก็มากมายเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ยังเรียนไม่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก แบกรับไหวจริง ๆ
"ครับน้าเทพ พร้อมจะตั้งใจเรียน พร้อมจะเป็นหมอแทนน้าเทพเอง" เด็กตัวน้อยไม่ประสีประสาตบปากรับคำทันใด
พรหมเทพมีความใฝ่ฝันอยากจะเรียนหมอมาตั้งแต่เด็ก เขาบอกว่าถ้าหากใครในบ้านเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา เขาจะสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องปล่อยให้คนที่รักล้มหายตายจากไปทีละคน แต่หลังจากที่เขาประสบอุบัติเหตุกลายเป็นผู้พิการทางสายตา จึงไม่สามารถเข้าเรียนโรงเรียนได้ตามปกติ ความฝันนั้นจึงหยุดทิ้งเอาไว้
และตอนนี้ก็มีพร้อมรักหลานชายตัวน้อยรับปากแน่วแน่ว่าจะสานฝันของน้าต่อเอง
"ดีมาก เป็นหมอให้ได้นะพร้อม น้าจะรอวันที่พร้อมเป็นหมอ" ใบหน้าของพรหมเทพยังคงทิ้งความเสียใจเอาไว้ไม่หาย ปีนี้พรหมเทพเองก็เพิ่งจะอายุสิบสามสิบสี่ การที่เขาทำใจยอมรับสภาพที่ตนเองกำลังเป็นอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ก็นับว่าดีโขแล้ว
"พร้อมจะเป็นหมอตามารักษาตาให้น้าเทพเองครับ" นี่เป็นครั้งแรกที่พร้อมรักเอยพูดประโยคนี้ขึ้นมา พรหมเทพที่ไม่เคยคาดหวังว่าจะได้ยินออกมาจากปากของหลานชายตัวน้อยวัยสี่ขวบก็รีบโผตัวเข้าโอบกอดทันที
"น้าเทพไม่ต้องร้องนะครับ น้าเทพรอพร้อมก่อนนะครับ พร้อมสัญญาว่าพร้อมจะตั้งใจเรียนให้จบแล้วเป็นหมอตามมารักษาน้าเทพให้ได้ น้าเทพจะต้องกลับมามองเห็นอีกครั้ง พร้อมสัญญาครับ"
ลูกชายเธอโตเกินอายุมากเสียจริง ใครจะไปคิดว่าจะได้ยินคำพูดพวกนี้ออกจากเด็กที่วัยแค่นี้ มันทำให้เธอรู้สึกว่าเธอคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่เลือกที่จะเก็บพร้อมรักไว้ ไม่ทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองตั้งแต่ที่เขายังเป็นเพียงก้อนเลือดก้อนเล็ก ๆ ในท้อง
