บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 ประธานเนื้อหอม

กลิ่นโจ๊กเป๋าฮื้อลอยอบอวลตรงหน้า หลินซวงซวงนั่งอยู่ในชุดทำงานที่ดูทะมัดทะแมง ใบหน้าของเธอสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะมีความเพลียจางๆ จากกิจกรรมเมื่อคืนที่เหนือความคาดหมาย แต่เธอก็รู้สึกว่ามันไม่แย่เสียทีเดียว

หยางเฟยกำลังจิบกาแฟพลางลอบมองภรรยาด้วยสายตาพึงพอใจ พ่อบ้านวัยห้าสิบเจ็ดก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าลำบากใจ

“ประธานหยางครับ... คุณลู่มาขอพบครับ ตอนนี้ยืนยันจะรออยู่ที่ห้องรับแขกให้ได้”

คิ้วหนาของหยางเฟยขมวดเข้าหากันทันที “ผมบอกแล้วไงว่าเรื่องงานให้ไปคุยที่ร้าน นี่มันบ้านเป็นพื้นที่ส่วนตัวของผมกับภรรยา ไปบอกให้เธอกลับไปซะ”

“บอกแล้วครับ แต่คุณลู่บอกว่าเธอมีวัตถุโบราณชิ้นสำคัญมากที่ต้องให้คุณดูเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่ยอมขยับไปไหน” พ่อบ้านชรารายงานเสียงเบา

หลินซวงซวงวางช้อนลงช้าๆ เมื่อคืนหยางเฟยเล่าเรื่องผู้หญิงคนนี้ให้เธอฟังแล้ว เธอยกยิ้มที่มุมปาก แววตาฉายความเจ้าเล่ห์

“ให้เธอเข้ามาเถอะค่ะอาเฟย ในเมื่อแขกมาถึงเรือนแล้ว จะไล่ไปเฉยๆ ก็เสียมารยาทเจ้าบ้านแย่”

หยางเฟยหันมามองภรรยาอย่างประหลาดใจ แต่เมื่อเห็นสายตาของเธอเขาก็พยักหน้าอนุญาต “เชิญเธอไปพบที่ห้องทำงาน”

ไม่กี่นาทีต่อมา ลู่ชิงหร่วน ม่ายสาวพราวเสน่ห์ในชุดกี่เพ้าสีแดงสดผ่าสูง เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกับกล่องไม้ฉลุลายในมือ เธอจงใจเดินบิดสะโพกหวังจะมัดใจเจ้าของบ้าน แต่พอสายตาปะทะเข้ากับหญิงสาวแปลกหน้าที่นั่งอยู่ข้างประธานหนุ่ม ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างดีก็ตึงขรึมลงทันที

“ประธานหยางคะ ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน ทำไมถึงมาอยู่ในบ้านคุณแต่เช้าแบบนี้” เธอถามเสียงแหลมพลางกวาดสายตามองหลินซวงซวงอย่างเหยียดหยาม

หยางเฟยลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของหลินซวงซวงอย่างแสดงตัว “นี่คือหลินซวงซวง ภรรยาของผมครับ”

แม่ม่ายลู่ชะงักกึก กล่องไม้ในมือแทบหลุดหล่น เธอนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“แหม ล้อเล่นแรงไปหรือเปล่า คุณจะไปแต่งงานตอนไหน ฉันไม่เห็นได้ข่าวเลย ดูสิหน้าอ่อนแบบนี้ไม่ใช่ว่ายังเรียนไม่จบหรอกหรือ”

“เรื่องแบบนี้ใครเขาล้อเล่นกันคะ” หลินซวงซวงยิ้มที่มุมปาก เธอลุกขึ้นด้วยท่วงท่าสง่างาม แล้วหยิบซองเอกสารสำคัญในลิ้นชักโต๊ะทำงานของสามี แล้วกางออกต่อหน้าม่ายสาว

“เราเพิ่งจดทะเบียนกันเมื่อวานนี้เองค่ะ พอดีอาเฟยรีบร้อนอยากแต่งงานกับฉันมาก ส่วนเรื่องงานแต่งเรากำลังปรึกษากันคะว่าจะจัดงานตอนไหนดี” คุณนายหยางเอ่ยเสียงเรียบ แววตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเหนือกว่า

“ฉันขอบคุณที่คุณอุตส่าห์นำของมาให้สามีฉันดูถึงที่บ้าน แต่ต่อไปถ้าเป็นเรื่องงานก็ขอให้เจอกันที่หอเฟิงหยางจะดีกว่านะคะ” หญิงสาวกล่าวต่อเสียงนุ่ม แต่แววตานั้นบ่งบอกถึงชัยชนะบางอย่าง

“ที่รักคะ ฉันต้องรีบเข้าโรงงานแล้วล่ะค่ะ มีงานค้างอยู่เยอะเลย” เธอจับแขนเขาแล้วกะพริบตาช้าๆ อย่างออดอ้อน

“ไปส่งฉันหน่อยนะคะ นะ นะ นะ”

หยางเฟยถึงกับตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งกับการออดอ้อนที่ดูน่าเอ็นดูเกินไปนั้น เขาไม่คิดว่าภรรยาจำเป็นของเขาจะกล้าเล่นบทรักโชว์ต่อหน้าคนอื่นได้เนียนขนาดนี้

“ได้สิครับ” หยางเฟยรีบรับลูกอ้อน พลางโอบเอวภรรยาไว้

หลินซวงซวงยิ้มหวานส่งท้ายให้แม่ม่ายลู่ที่ตอนนี้ยืนสั่นด้วยความเสียหน้าอย่างรุนแรง

หยางเฟยหันไปหาแขกที่ยืนแข็งเป็นหิน “คุณลู่ครับ ผมคงต้องขอตัวไปส่งภรรยาก่อน ส่วนเรื่องของชิ้นนั้น ฝากไว้ที่พ่อบ้านหานก็ได้ครับ ไว้ผมว่างแล้วจะดูให้ หรือไม่ก็เอาไปที่ร้านตอนบ่าย เชิญครับ”

ลู่ชิงหร่วนกำหมัดแน่น ใบหน้าที่เคยสวยเด่นกลับบิดเบี้ยวด้วยความขัดใจ เธอเดินออกไปโดยไม่กล่าวลาแม้แต่คำเดียว ในเมื่อเขาแต่งงานแล้ว เธอตื๊อไปจะมีประโยชน์อะไร

“แสบนักนะ” เขามองภรรยายิ้มๆ

“ชมหรือว่าประชดคะ”

“คิดว่ายังไงล่ะ”

หลินซวงซวงยักไหล่พลางเดินนำออกไปที่รถ พร้อมรอยยิ้มที่ไม่คิดว่าจะเผยออกมา ความสัมพันธ์เมื่อคืนนี้ทำให้ทั้งสองสนิทใจกันมากขึ้น และเธอเองก็รู้สึกว่าประธานหยางคนนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่ลือกันแม้แต่น้อย

‘หยิ่งผยองและเย็นชาหรือ’ เธออดขำไม่ได้กับคำนิยามที่ใครๆ ก็พูดถึงเขา

รถยนต์คลาสสิกสีดำเคลื่อนตัวมาจอดเทียบหน้าประตูทางเข้าโรงงานจินสุ่ย บรรยากาศยามเช้าที่นี่คึกคักไปด้วยคนงานที่เริ่มทยอยเข้ากะ เสียงเครื่องจักรแว่วดังออกมาเป็นจังหวะ บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองที่กำลังกลับคืนมาอีกครั้ง

หลินซวงซวงก้าวลงจากรถก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะหลัง

“ขอบคุณที่มาส่งค่ะ” เธอบอกลาด้วยน้ำเสียงสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หยางเฟยพยักหน้า รับคำด้วยท่าทีขรึมๆ ตามที่เขามักทำต่อหน้าทุกคน แต่สายตาคมกริบกลับมองตามร่างบางที่เดินตัวปลิวเข้าไปในโรงงานด้วยความรู้สึกหลงใหลจนเผลอยิ้ม

หลินซวงซวงเดินผ่านประตูโรงงานเข้าไป พนักงานที่เดินผ่านต่างก้มศีรษะทักทาย

“อรุณสวัสดิ์ครับเถ้าแก่เนี้ย”

“สวัสดีค่ะคุณหนู วันนี้ดูสดใสจังเลยนะคะ”

บางคนก็เรียกเธอว่าเถ้าแก่เนี้ย บางคนก็ยังเรียกเธอคุณหนู แต่หญิงสาวก็ไม่ได้ใส่ใจกับคำสรรพนามเหล่านั้นเท่าสถานะคุณนายหยาง

เธอพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มกว้าง เมื่อเดินพ้นสายตาคนอื่นมาหยุดที่หน้าห้องทำงานของตัวเอง หลินซวงซวงก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองไม่ได้

“การมีสามี มันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดแฮะ” เธอกระซิบกับตัวเองพลางหัวเราะคิกคัก ก่อนจะสลัดความฟุ้งซ่านแล้วปรับสีหน้าให้ดูจริงจัง พร้อมจะเริ่มงานในวันใหม่

ทางด้านรถยนต์ที่กำลังมุ่งหน้าสู่ย่านการค้าวัตถุโบราณ หยางเฟยนั่งพิงเบาะหลังพลางทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง บนใบหน้าคมเข้มนั้นประดับด้วยรอยยิ้มละมุนที่หาดูได้ยากยิ่ง

“ตั้งแต่ขับรถให้คุณมา ผมเพิ่งเคยเห็นประธานหยางยิ้มกว้างขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลยนะครับ” อาเฉียง คนขับรถคู่ใจแอบมองผ่านกระจกหลังแล้วเอ่ยแซวด้วยความร่าเริง

หยางเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง เขากระแอมไอแก้เขินแล้วปรับสีหน้าให้กลับมาเคร่งขรึมเหมือนเดิม

“พูดมากน่าอาเฉียง ตั้งใจขับรถไป”

“โธ่ มีความสุขก็บอกว่ามีความสุขเถอะครับ คุณนายหยางคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ปราบท่านประธานผู้เยือกเย็นได้อยู่หมัด”

เมื่อได้ยินเขาพูดถ฿งภรรยาของตนอย่างนั้น หยางเฟยหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างกลั้นไม่อยู่ เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพึมพำออกมาคล้ายพูดกับตัวเอง

“ถ้ารู้ว่าแต่งงานแล้วชีวิตมันจะมีความสุขขนาดนี้ ฉันคงแต่งไปตั้งนานแล้ว” เขาหลับตาลง ภาพใบหน้าอันดื้อรั้นแต่ทว่าแฝงด้วยความอ่อนหวานของหลินซวงซวงผุดขึ้นมา ต่อให้เขาแต่งงาน ก็คงไม่มีใครทำให้เขารู้สึกได้เท่ากับเธอ

‘แต่คนที่แต่งด้วยแล้วมีความสุข ก็มีแต่หลินซวงซวงเท่านั้น’ หยางเฟยคิดในใจ

“อาเฉียง แวะร้านเครื่องประดับข้างหน้า ฉันอยากหาของขวัญให้คุณนายสักหน่อย”

“ครับ”

หยางเฟยยิ้มกว้างขึ้นอีกครั้ง คนเราจะรักใครได้รวดเร็วขนาดนี้เลยหรือ แค่ความสัมพันธ์คืนเดียวกับเธอ เขาก็หลงรักภรรยาตัวเองเสียแล้ว

********************
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel