บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1 ธุรกิจครอบครัว

ปักกิ่ง ปี 1984

เสียงเครื่องจักรในโรงงานทอผ้าตระกูลหลินที่เคยดังกระหึ่มบัดนี้กลับเงียบเชียบจนน่าใจหาย หลินซวงซวงในวัยยี่สิบสอง สวมชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบง่ายและกางเกงขากระบอก เธอมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า หญิงสาวเพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งสาขาการออกแบบเสื้อผ้าด้วยเกียรตินิยม แบกความหวังจะกลับมาช่วยกิจการที่บ้าน แต่สิ่งที่รอเธออยู่กลับไม่ใช่คำชมเชย

บนโต๊ะทำงานไม้ตัวเก่ามีจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่ข้าง พร้อมกับสมุดบัญชีโรงงานที่มีตัวเลขติดลบมหาศาล

“คุณหนูครับ นี่คือรายการกำไรขาดทุนและหนี้สินของเราทั้งหมด” เฉินตั่วจิ้ง ผู้จัดการโรงงานเก่าแก่เอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ

“นายท่านกับคุณนาย พวกเขาเดินทางไปสนามบินตั้งแต่วันก่อนแล้วครับ”

หลินซวงซวงหยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน ลายมือของบิดายังคงดูเป็นระเบียบเหมือนเดิม

[ซวงซวง พ่อกับแม่ต้องไปดูแลครอบครัวของพี่ชายของลูกที่อเมริกา กิจการที่นี่มันประคองไม่ไหวแล้ว หนี้สินพวกนี้ถือเป็นบททดสอบให้ลูกได้ใช้ความรู้ที่เรียนมา พ่อโอนชื่อโรงงานเป็นของลูกทั้งหมดแล้ว หวังว่าลูกจะเข้าใจว่าทำไมเราต้องเลือกพี่ชาย เพราะเขาคือผู้สืบทอดตระกูลหลินที่แท้จริง]

“เข้าใจงั้นเหรอ... พ่อกับแม่เลือกพี่ชายเป็นอันดับหนึ่งมาตลอด ครั้งนี้ก็เช่นกัน เลือกพี่ชายแล้วทิ้งขยะกองโตไว้ให้ฉัน นี่น่ะเหรอคือความรักของพ่อแม่” หญิงสาวแค่นเสียงหัวเราะออกมา ดวงตาที่เคยสดใสฉายแววเย็นชา

เธอกวาดสายตามองไปรอบโรงงานที่เต็มไปพนักงานเก่าแก่และเครื่องจักรไม่กี่ตัว

“ลุงเฉิน ยอดหนี้ทั้งหมดเท่าไร”

“รวมดอกเบี้ยนอกระบบที่นายท่านกู้มาหมุนเวียน ประมาณสองแสนหยวนครับคุณหนู แถมคนงานยังไม่ได้ค่าจ้างมาสองเดือนแล้ว ถ้าภายในอาทิตย์นี้ไม่มีเงินจ่าย พวกเขาจะรวมตัวกันไปแจ้งทางการ” ผู้จัดการโรงงานวัยห้าสิบก้มหน้า

หลินซวงซวงเม้มริมฝีปากแน่น มือที่ถือจดหมายสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอก สองแสนหยวนในยุคนี้คือจำนวนเงินมหาศาลที่คนธรรมดาหาทั้งชีวิตก็อาจไม่ได้เห็น

“พ่อแม่ไปนานแค่ไหนแล้ว”

“วันก่อนครับ” เขาย้ำอีกที

“ดี... จากนี้ไป ฉันไม่มีพ่อแม่ และไม่มีพี่ชาย” หญิงสาววัยยี่สิบสองวางจดหมายลงแล้วจุดไฟเผามันต่อหน้าผู้จัดการเฉิน เปลวไฟลามไปทั่วกระดาษจนกลายเป็นเถ้าถ่าน สีหน้าของเธอเรียบเฉยจนน่ากลัว

“ลุงเฉิน เรียกประชุมหัวหน้าคนงานทั้งหมด บอกพวกเขาว่าฉันจะรับผิดชอบทุกหยวน แต่ขอเวลาฉันสามวัน”

“แต่คุณหนูจะเอาเงินมาจากไหนครับ ธนาคารไม่ปล่อยกู้ให้โรงงานที่จวนจะล้มละลายแบบนี้หรอก”

ร่างอรชรเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปนอกโรงงาน เห็นกลุ่มคนงานที่เริ่มจับกลุ่มคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ธนาคารไม่ให้ แต่กู้นอกระบบอาจจะให้”

เธอจำชื่อหนึ่งที่เคยได้ยินบิดาพูดถึงความร่ำรวยของเขาบ่อยๆ นั่นคือ หยางเฟย นักธุรกิจหนุ่มที่รวยเร็วที่สุดในปักกิ่ง แต่เขามีข่าวลือหนาหูเรื่องผู้หญิง เพราะเงินทองมักเรียกสตรีให้เข้าหาบุรุษได้เสมอ

หลินซวงซวงหยิบกระเป๋าถือขึ้นมา ตรวจสอบความเรียบร้อยของเสื้อผ้าในกระจกบานเก่า เธอไม่มีเวลามานั่งร้องไห้เสียใจกับการถูกครอบครัวทอดทิ้ง

“ฉันจะไปหาร้านวัตถุโบราณสกุลหยาง”

“คุณหนู นายท่านเคยไปขอยืมแล้ว แต่ประธานหยางคนนั้นขึ้นชื่อเรื่องความหยิ่งผยอง เขาเลือกว่าจะช่วยใครหรือไม่ช่วยใครเพียงเพราะความพึงพอใจ ไม่สนเรื่องหลักประกัน”

“โฉนดโรงงานนี้ใครๆ ก็อยากได้ ฉันเชื่อว่าเขาไม่ปฏิเสธแน่” หลินซวงซวงหันมามองผู้จัดการโรงงานด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว

เธอก้าวออกจากห้องทำงานพร้อมเอกสารที่จะใช้กู้ยืมเงิน ด้วยสมบัติชิ้นสุดท้ายที่เธอมีอยู่เพื่อเป็นหลักประกัน

ที่หอเหิงหยาง ร้านวัตถุโบราณของตระกูลหยาง ในห้องโถงเต็มไปด้วยเครื่องลายครามและภาพวาดพู่กันจีนโบราณ หลินซวงซวงนั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้ไม้ เธอถูกพนักงานปล่อยให้นั่งรอมาเกือบสามชั่วโมง น้ำชาในถ้วยเย็นชืดจนกลายเป็นสีเข้ม

“คุณหนูหลิน เชิญข้างนะ ประธานหยางว่างแล้ว” พนักงานหญิงคนเดิมเดินมาบอกด้วยสายตาดูแคลนเล็กน้อย เพราะรู้ดีว่าตระกูลหลินกำลังถังแตก

หลินซวงซวงลุกขึ้น จัดเสื้อเชิ้ตให้เรียบร้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวาง สายตาของเธอปะทะกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวใหญ่ หยางเฟยในชุดถังสูทสไตล์ดั้งเดิมสีเทา บนเสื้อปักลายต้นไผ่ทำให้ถังสูทตัวนี้ดูร่วมสมัย เขากำลังพลิกดูแจกันหยกอย่างใจเย็นโดยไม่เงยหน้ามองเธอ

“สวัสดีค่ะประธานหยาง ฉันหลินซวงซวงจากโรงงานทอผ้าจินสุ่ยค่ะ”

เขาวางแจกันลง แล้วช้อนสายตาขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าช้าๆ วินาทีนั้นคิ้วหนาเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเรียวสวยที่ไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอางหนาเตอะเหมือนคุณหนูตระกูลอื่น ท่าทางถือตัวและแววตาที่ไม่มีจุดประสงค์แอบแฝงของเธอทำให้เขาเผลอจ้องนานกว่าปกติ

“คุณหนูหลินแห่งโรงงานทอผ้า ได้ข่าวว่าครอบครัวของคุณเพิ่งบินไปอเมริกาไม่ใช่หรือ” เสียงทุ้มต่ำของหยางเฟยเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ดูเหมือนการเยาะเย้ยมากกว่าทักทาย

“ประธานหยางหูไวตาไวสมคำร่ำลือค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ มือเรียววางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะ แล้วเริ่มเข้าประเด็น

“ในเมื่อคุณทราบสถานการณ์แล้ว ฉันก็ขอไม่อ้อมค้อม ฉันต้องการกู้เงินสามแสนหยวนเพื่อหมุนเวียนกิจการ โดยใช้โฉนดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโรงงานเป็นหลักประกันจำนอง”

หยางเฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “สามแสนหยวนเหรอ คุณใช้ตรรกะไหนคิดว่ามันคุ้มค่าความเสี่ยงของผม”

“โรงงานของฉันมีแรงงานฝีมือ และฉันมีสัญญาสั่งซื้อที่กำลังเจรจาค้างไว้ ถ้ามีเงินทุน ฉันพลิกฟื้นมันได้ในหกเดือน... ไม่สิ สามเดือน” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉานและมั่นใจด้วยท่าทีสุขุมเกินวัยของตน แม้ไม่ได้เรียนจบบริหารธุรกิจมาแต่เธอเชื่อว่าการวางตัวดี จะดูน่าเชื่อถือขึ้น

หยางเฟยไม่ได้มองโฉนดที่เธอส่งให้เขากลับจ้องมองใบหน้าของเธอแทน ในหัวของเขานึกถึงภาพความวุ่นวายที่เพิ่งเจอเมื่อเช้า

ลู่ชิงหร่วนในวัยสามสิบ ม่ายสาวทรงเสน่ห์ที่พยายามแวะเวียนมาเพื่อเข้าใกล้เขา เธอพยายามจะสานสัมพันธ์มากกว่าคู่ค้า ไหนจะการนัดดูตัวจากคุณหนูตระกูลต่างๆ ที่ส่งแม่สื่อมาขอพบอยู่บ่อยครั้ง ถ้าเขามีใครสักคนเป็นตัวเป็นตนก็คงจะลดปัญหากวนใจเหล่านี้ไปได้ และเธอก็ดูเหมาะกับงานนี้มาก

“สามแสนหยวน... ผมให้ได้มากกว่านั้นด้วยซ้ำ แต่ผมไม่ต้องการโรงงานเก่าๆ นั่น” ชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดเอนหลังพิงพนักเก้าอี้

หลินซวงซวงขมวดคิ้ว “แล้วคุณต้องการอะไร”

“ผมต้องการภรรยา” หยางเฟยพูดออกมาตรงๆ สายตาของเขาจับจ้องที่ปฏิกิริยาของเธอ

“ผมอายุเกินวัยแต่งงานมานานแล้ว แต่ยังหาคนถูกใจไม่ได้ วันนี้ผมถูกใจคุณ อยากแต่งงานด้วย.. คุณแต่งงานกับผม จดทะเบียนสมรสให้ถูกต้อง เงินสามแสนหยวนจะถูกมอบให้คุณทันทีเพื่อเป็นสินสอด และผมจะไม่เข้าไปยุ่งกับการบริหารของคุณ ตราบใดที่คุณยังทำหน้าที่ภรรยาให้ผมได้ดี”

หญิงสาวอึ้งไปครู่หนึ่ง เลือดขึ้นหน้าด้วยความรู้สึกเหมือนถูกดูหมิ่น เธอคว้าซองเอกสารกลับมาแนบอกทันที

“ฉันมาที่นี่เพื่อทำธุรกิจ ไม่ใช่ขายตัว ขอบคุณที่เสียเวลาค่ะประธานหยาง” เสียงของเธอสั่นด้วยความโกรธ

“นี่ผมขอคุณแต่งงานนะ” เขาพูดแล้วหัวเราะยียวนในลำคอ

“เหลวไหล” หญิงสาวมองตาขวาง หันหลังเตรียมจะเดินออกจากห้องด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยว หยางเฟยไม่ได้ลุกขึ้นห้าม เขาเพียงแต่พูดไล่หลังด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง

“คิดให้ดีคุณหนูหลิน ทิฐิของคุณกับปากท้องของคนงานหลายสิบชีวิต อะไรสำคัญกว่ากัน”

หลินซวงซวงชะงักเท้า มือที่กอดเอกสารสั่นเล็กน้อย

“ผมให้เวลาคุณคิดจนถึงพรุ่งนี้เช้า ถ้าเปลี่ยนใจก็เอาทะเบียนบ้านมาด้วย”

หลินซวงซวงไม่ได้หันกลับไปมอง เธอรีบก้าวเท้าออกจากร้านวัตถุโบราณด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก ผู้ชายคนนี้ เจอหน้ากันครั้งแรกก็เสนอให้เธอเป็นภรรยาของเขาแล้ว

เสิ่นรั่วหลิน1 เพื่อนรักของเธอพูดถูก ผู้ชายเป็นเพศที่ชอบวางอำนาจ อยากได้อะไรก็จะเอาให้ได้ในทันที เจอหน้าเธอครั้งแรกก็คิดจะล่วงเกินเธอถึงขั้นที่เอาเรื่องแต่งงานมาพูดแล้ว

“ไปตายเถอะ ไอ้คนเฮงซวย”

********************
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel