บทที่ 6 เพื่อน(ไม่)หวังดี
“ปล่อยให้น้องนิ่มกลับเองแบบนั้นจะดีเหรอหมาก ระวังน้องจะงอนเอานะ”
อิงฟ้าพูดเพื่อแสดงให้หมากภูมิเห็นว่าเธอเป็นห่วงทั้งเขาและนิรดา แต่ภายในใจนั้นกำลังเต้นดี๊ด๊ารู้สึกตัวเองเป็นผู้ชนะ เกมส์นี้ไม่มีใครลงแข่งกับใครเพราะไม่ว่ายังไงผลลัพธ์จะต้องเป็นไปตามที่เธอต้องการ
“นิ่มไม่ใช่คนขี้งอน เรารู้จักนิ่มดี”
นิรดาเป็นคนมีเหตุผลเสมอและน้อยครั้งมากที่เธอจะงอนเขา และต่อให้งอนก็จะเป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ งอนไม่จริงจังด้วยซ้ำ
“ฟ้าบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเรา”
“หมากอยากรีบกลับไปทำงานใช่ไหม”
อิงฟ้ายังไม่ยอมเข้าประเด็นเรื่องสำคัญที่ว่านั้น เธอเห็นหมากภูมิเหลือบมองดูนาฬิกาข้อมือของเขาบ่อยมาก หลังจากนิรดาเดินจากไปนี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่อิงฟ้าเห็นเขาดูเวลา
“ก็นิดหน่อยน่ะ ตอนนี้จะบ่ายสองแล้วเราไม่อยากทิ้งออฟฟิศไว้นาน”
หมากภูมิเป็นคนชอบทำงานมากเขาจะทุ่มเททุกเวลาทุกนาทีเพื่องานของเขาเสมอและวันนี้ถ้าไม่เห็นแก่เพื่อนอย่างอิงฟ้าเขาคงไม่ทิ้งออฟฟิศมา
เดือนนี้มีพรีออเดอร์อุปกรณ์สำหรับแคมป์ปิ้งของบริษัทเข้ามามากด้วยหมากภูมิอยากดูแลทุกออเดอร์ของลูกค้าให้ดีที่สุด อยากให้แบรนด์เอ็มแคมป์เปอร์ที่เขาและนิรดาร่วมกันสร้างขึ้นมาเป็นที่รู้จักกว้างขวางในตลาดอุปกรณ์กางเต็นท์กิจกรรมที่กำลังมาแรงในช่วงนี้
“เดี๋ยวน้องนิ่มก็ถึงออฟฟิศแล้ว ฟ้าว่าหมากไม่ต้องห่วงงานหรอกนะ น้องนิ่มคงไม่ปล่อยให้บริษัทที่หมากรักมีปัญหา”
“เชื่อฟ้าสิ”
ตอนนี้เขาอยู่กับเธอและอิงฟ้าไม่ชอบมาก ๆ ที่หมากภูมิสนใจแต่เรื่องธุรกิจของเขา อยู่ด้วยกันก็ต้องสนใจเธอสิ ธุรกิจของหมากภูมิรายรับดีจะตายไปอิงฟ้ารู้ดีและเพราะเหตุผลนี้เธอจึงเลือกที่จะกลับเข้ามาและต้องการมีตัวตนในสายตาของเขาอีกครั้ง
‘นิ่มถึงออฟฟิศหรือยังนะ แล้วนั่งทำงานอยู่หรือเปล่า’
หมากภูมิคิดวกวนอยู่ในหัวของเขา ถ้าหากนิรดากลับถึงออฟฟิศแล้วเขาก็จะสบายใจ เพราะถ้ามีออเดอร์ของลูกค้าเข้ามาเพิ่มหรือมีลูกค้าเข้ามาหน้าร้าน อย่างน้อยนิรดาก็สามารถต้อนรับลูกค้าได้
บริษัทของหมากภูมิเป็นทาวน์โฮมสามชั้น ชั้นล่างเขาจะเปิดเป็นกึ่งสโตร์กึ่งร้านขายอุปกรณ์สำหรับตั้งแคมป์ ที่เพื่อจะให้ลูกค้าสายสัญจรแวะเข้ามาเลือกชมและช้อปสินค้าหน้าร้านได้ ส่วนชั้นสองจะเป็นออฟฟิศสำหรับพนักงานทุกแผนกและชั้นสุดท้าย ชั้นบนสุดจะเป็นออฟฟิศของเขากับนิรดา
“เรื่องนั้นเอาไว้คุยวันหลังนะฟ้า วันนี้เราเป็นห่วงงานน่ะขอกลับก่อนนะ” ไม่พูดเปล่าหมากภูมิยังยกมือขึ้นเพื่อเรียกพนักงานของร้านอาหารให้ออกบิลสำหรับค่าอาหารมื้อนี้และแน่นอนว่าเขาเลือกที่จะเป็นคนจ่ายเอง
“หมากนี่ให้ความสำคัญกับงานตลอดเลยนะ ฟ้างอนได้ไหมเนี่ย” ทำท่ากระเง้ากระงอดราวกับอยากจะงอนเขาจริง ๆ แต่สถานะเธอยังเป็นแค่เพื่อนจะงอนไปก็คงไม่มีผลอะไรเพราะหมากภูมิให้ความสำคัญกับธุรกิจของเขามากกว่าอะไรดี ขนาดนิรดาที่เป็นคู่หมั้นหมากภูมิยังเห็นงานสำคัญกว่าทั้งที่เมื่อก่อนนิรดาคือคนสำคัญที่สุด
“ครั้งนี้ฟ้าก็ไม่ได้เลี้ยงข้าวหมากอีกตามเคย”
“ไม่เป็นไร เราเกรงใจเพราะวันนี้พานิ่มมาด้วยเราไม่อยากให้ฟ้าต้องจ่ายเยอะ”
อิงฟ้าทำงานฟรีแลนซ์เป็นยูทูบเบอร์แนะนำเครื่องสำอางและความสวยความงาม หมากภูมิรู้ว่าเธอมีผู้ติดตามค่อนข้างมากและมีสปอนเซอร์จ้างงานอยู่ตลอด แต่ก็ไม่อยากให้อิงฟ้าต้องมาจ่ายเงินเลี้ยงข้าวเขากับนิรดา เขาอยากให้เธอเก็บเงินไว้ใช้ยามจำเป็นมากกว่า
“ถ้าอย่างนั้น...ครั้งหน้าหมากมากินข้าวกับฟ้าแค่สองต่อสองนะ”
“...!”
“ฟ้าหมายถึง ถ้าหมากเกรงใจที่ฟ้าต้องเลี้ยงข้าวน้องนิ่มด้วย ครั้งหน้าถ้าหมากมาคนเดียวเราจะได้เลี้ยงข้าวหมากสักทีเพราะหมากจะใช้ข้ออ้าง ว่าเกรงใจเราที่ต้องเลี้ยงแฟนของหมากด้วยไม่ได้ไง”
อิงฟ้ารีบอธิบายขยายความหมายให้ฟังแล้วดูไม่เจาะจงมากจนเกินไป ว่าเธอต้องการทานข้าวกับเขาสองต่อสอง อิงฟ้าเจตนาแบบนั้นแต่เห็นสีหน้าของหมากภูมิที่ตึงขึ้นหลังจากที่เธอพูดออกไปทำให้อิงฟ้ารู้ในทันทีว่าเขาไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่
“อ๋อ...งั้นเรากลับแล้วนะ ฟ้ารีบขึ้นห้องเถอะ”
“โอเคจ้า วันนี้ขอบคุณหมากมากนะ และก็ฝากบอกน้องนิ่มด้วย ว่าหายไว ๆ พี่ฟ้าเป็นห่วง”
“อื้ม”
“เราไปละ ไว้เจอกัน”
อิงฟ้ายืนมองหมากภูมิเดินกลับไปทางร้านอาหาร มองจนลับสายตา ก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างของเธอจะเปลี่ยนจากห่วงใยเป็นดวงตาที่แฝงไปด้วยแผนการร้าย รอยยิ้มสวยแปรเปลี่ยนเป็นแสยะยิ้ม
‘นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น หึ’
หมากภูมิอาจจะดูเฉยชาต่อนิรดาบ้างแต่ถึงยังไงผู้ชายคนนี้ก็ยังเป็นคนที่มีเจ้าของ มีคู่หมั้นแล้วรอแค่วันแต่งงานเท่านั้น แต่ตอนนี้ยังไม่แต่งนี่! อิงฟ้าสร้างโอกาสให้ตัวเองได้เสมอนั่นแหละแต่เธอต้องตั้งสติและคอยยับยั้งตัวเองไม่ให้ทำอะไรที่ดูโจ่งแจ้งมากจนเกินไป
หมากภูมิไม่ใช่คนเจ้าชู้ ไม่ใช่ผู้ชายที่ชอบหาเศษหาเลยหรือรักสนุกไม่คิดผูกพัน เพราะฉะนั้น จะใช้วิธียั่วยวนกับผู้ชายคนนี้ไม่ได้ ไม่มีทางสำเร็จแน่อิงฟ้ารู้ดีเพราะเธอเป็นเพื่อนกับหมากภูมิมานาน
:
:
“นิ่มยังมาไม่ถึงอีกเหรอครับ” เสียงอย่างกับคนกำลังหัวเสียของหมากภูมิทำให้ป้าไหมที่ยืนอยู่ตรงหน้าแอบตกใจเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเจ้านายไปหงุดหงิดอะไรก่อนเข้ามาหรือมาหงุดหงิดเมื่อไม่เห็นนิรดาในห้องทำงาน
“ยังค่ะ แต่ว่าคุณนิ่มออกไปพร้อมคุณหมากนี่คะแล้วทำไมถึงไม่ได้กลับพร้อมกัน”
ป้าไหมถามออกไปด้วยความสงสัยระคนเป็นห่วงนิรดาและแอบเป็นกังวลอยู่ในใจแล้วสิ ตอนออกจากบริษัทก็ไปพร้อมกันแต่ทำไมตอนกลับหมากภูมิถึงกลับมาคนเดียว
“นิ่มรู้สึกไม่สบายน่ะครับเลยกลับมาก่อน”
“คุณนิ่มไม่สบายแต่คุณหมากให้เธอกลับมาคนเดียวเหรอคะ”
“...” หมากภูมิไม่พูดตอบป้าไหมแต่พยักหน้าแทนคำตอบของเขา และตอนนี้รู้สึกเหมือนโดนสายตาตำหนิจากคนสูงวัยกว่ายังไงก็ไม่รู้ ทำอย่างกับว่าเขาทำอะไรผิดอย่างนั้นแหละ
“คุณหมากติดธุระอะไรสำคัญหรือเปล่าคะ ถึงได้ปล่อยให้คู่หมั้นของตัวเองกลับมาคนเดียวคะ”
“...” ครั้งนี้หมากภูมิส่ายหน้าปฏิเสธ เรื่องกินข้าวกับเพื่อนวันนี้สำหรับหมากภูมิเขาไม่จัดว่าเป็นเรื่องสำคัญ
“คุณหมากคะ” ป้าไหมพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ภายในใจนั้นอยากหาไม้เรียวมาตีก้นผู้ชายคนนี้สักทีสองที ทำผิดไปแล้วยังไม่รู้ตัวอีก
“ป้าขอพูดอะไรหน่อยนะคะ ถ้าไม่พอใจก็ไล่ป้าออกได้เลย”
