บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 สวมรอย

บทที่ 5 สวมรอย

หยางตงหยางจัดการเสวียนจื่อหาวอย่างง่ายดาย ก่อนจะรีบจับร่างชายหนุ่มตรงหน้าไปโยนไว้ที่บริเวณสวนด้านหลังอย่างรวดเร็ว

จากนั้นหยางตงหยางก็ตรงกลับมาที่ตำหนักดังเดิม และเมื่อเขาก้าวเท้าเข้ามาภายในห้อง สายตาก็พลันเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง ร่างบางตรงหน้านอนเปลือยเปล่าดีดดิ้นบิดเร้าอยู่ที่เตียงนอน ท่าทางที่ดูอึดอัดและทุรนทุรายจากฤทธิ์ยาทำให้ชายหนุ่มถึงกับลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบาก ร่างบางที่ดูเย้ายวนส่งผลให้เลือดในกายฉีดพล่านไปทั่วบริเวณ โดยเฉพาะตรงกึ่งกลางลำตัวที่บัดนี้แข็งชันขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม

หยางตงหยางสาวเท้าเดินตรงไปยังด้านหน้าของฉู่อันหลาน ก่อนจะยื่นมือไปแตะที่แก้มนวลตรงหน้าที่บัดนี้แดงก่ำไปทั่วบริเวณ ริมฝีปากบางเผยอขึ้นอย่างต้องการเชิญชวนบุรุษตรงหน้าให้เข้ามาสัมผัสรสหวานหอมดั่งดอกไม้ที่เบ่งบานเชิญชวนหมู่ภมรให้เข้ามาเชยชม

เมื่อฉู่อันหลานได้รับสัมผัสอันร้อนผ่าวที่กำลังโหยหา ขนกายก็ลุกชันขึ้นด้วยความกระสัน นางหยัดกายขึ้นโอบกอดร่างหนาตรงหน้าอย่างลืมอาย “ข้าร้อน...ช่วยข้าด้วย”

ร่างบางตวัดรัดร่างหนาเอาไว้แน่น พร้อมยกยื่นริมฝีปากเข้าลามเลียไปทั่วใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้า ยิ่งได้รับสัมผัสที่ชวนให้วาบหวิว ความร้อนภายในกายก็ยิ่งสูงขึ้นอย่างยากจะควบคุม

ฉู่อันหลานซุกไซร้ร่างกายเข้าหาชายหนุ่มตรงหน้า พร้อมพยายามปัดป่ายเสื้อผ้าที่กางกั้นคนทั้งสองเอาไว้อย่างนึกรำคาญ ยิ่งได้รับการตอบรับสัมผัส ร่างบางก็ยิ่งผ่อนคลายความทรมานภายในกาย นั่นยิ่งทำให้นางยิ่งบดเบียดร่างเข้าหาชายหนุ่มอย่างนึกเอาแต่ใจ

หยางตงหยางกำหมัดแน่นอย่างนึกชั่งใจ แม้ในตอนแรกเขานั้นมุ่งมั่นที่จะสวมรอยดังกล่าวตามแผนการ แต่เมื่อได้ใกล้ชิดกับใบหน้าหวานตรงหน้าก็ยิ่งทำให้เขาเกิดความรู้สึกผิดต่อร่างบางขึ้นมาจับใจ เขาเม้มปากแน่นอย่างพยายามควบคุมร่างกายและสติที่เริ่มจะริบหรี่ลงไปเรื่อยๆ

“คุณหนูฉู่...เจ้าตั้งสติให้ดีก่อน” หยางตงหยางข่มกลั้นความคิดอันมืดบอด ก่อนจะพยายามเหนี่ยวรั้งสติของฉู่อันหลานให้กลับคืนมาอีกครั้ง

“ได้โปรด...ช่วยข้าด้วย...ได้โปรด...” ฉู่อันหลานอ้อนวอนอย่างทรมาน ดวงตาฉ่ำปรือไปด้วยความเสน่หาที่บดบังจิตสำนึกที่มีไปจนหมดสิ้น

หยางตงหยางยกมือขึ้นบีบลำแขนทั้งสองข้างของฉู่อันหลานเอาไว้แน่น “หากเจ้ายังไม่หยุด...เจ้าจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”

“ได้โปรด...ข้าทนไม่ไหวแล้ว...” ฉู่อันหลานที่บัดนี้ถูกฤทธิ์ยากำหนัดควบคุมจนนางไม่อาจรู้ผิดชอบชั่วดีอันใดได้อีก สิ่งเดียวที่ทำให้นางหลุดพ้นจากความทรมานคือ การไขว่คว้าชายหนุ่มตรงหน้าเข้ามาแนบชิดกับร่างกายของตนเอง

ฉู่อันหลานพรมจูบไปทั่วใบหน้าของหยางตงหยางอย่างสะเปะสะปะและไม่ประสีประสา แต่ยิ่งนางไร้เดียงสามากเท่าใดก็ยิ่งกระตุ้นความปรารถนาในร่างกายของหยางตงหยางให้ลุกโชนมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ในที่สุดความปรารถนาในก้นบึ้งของจิตใจก็ครอบงำความรู้สึกผิดที่มี หยางตงหยางประทับริมฝีปากบดเบียดเข้าหาริมฝีปากบางตรงหน้าอย่างหิวกระหาย ยิ่งนางตอบรับสัมผัส เขาก็ยิ่งรุกเร้าเข้าไปควานหาความหวานภายในอย่างไม่หยุดหย่อน

ลิ้นร้อนพันเกี่ยวกระวัดดึงรั้งหยอกเย้าไปมา เสื้อผ้าที่เกะกะถูกปลดเปลื้องออกจากร่างหนา ก่อนจะถูกโยนทิ้งลงกองกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจ

ร่างเปลือยเปล่าทั้งสองบดเบียดแนบชิดกันไปมา มือหนาร้อนลามไล้สัมผัสไปทั่วร่างบาง ลูบไล้บีบเม้มอย่างคล่องมือ ทรวงอกนุ่มหยุ่นถูกครอบครองด้วยปากหนา บ้างดูดดึง บ้างขบเม้ม จนเกิดเป็นรอยแดงเรื่อไปทั่วบริเวณ

“อ่า...” เสียงครางหวานดังแว่วสลับกับเสียงลมหายใจร้อนถี่ สัมผัสที่ชวนวาบหวามอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ทำให้ร่างบางบิดเกร็งรับตามสัญชาตญาณที่มี

หยางตงหยางหยัดกายขึ้นมองใบหน้าหวานตรงหน้า ที่หลับตาพริ้มอย่างรู้สึกสุขสม เขาลูบไล้ผิวหน้าขาวเนียนอย่างรู้สึกหลงใหล ก่อนจะตัดสินใจสอดประสานร่างหนาเข้าหาร่างบางในที่สุด

“อ่ะ...เจ็บ...” ฉู่อันหลานที่กำลังเพลิดเพลินกับความรัญจวนใจที่ได้รับ กลับต้องรู้สึกเจ็บแปลบที่บริเวณกึ่งกลางร่างกาย ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้นางเริ่มเกร็งตัวและหยัดมือดันร่างหนาออกไปให้พ้นจากร่างกายของตนเอง

หยางตงหยางได้แต่นิ่งค้างไว้อยู่เช่นนั้น ก่อนจะโน้มตัวเข้าพรมจูบร่างบางตรงหน้าเพื่อให้นางผ่อนคลายลง

“คุณหนูฉู่...อดทนสักหน่อย” เสียงแหบพร่ากระซิบริมหูอย่างรู้สึกอัดอั้น และเมื่อเห็นฉู่อันหลานเริ่มผ่อนคลายลง เขาก็ดันร่างหนาเข้าหาร่างบางอีกครั้งจนร่างเปลือยเปล่าแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน

“อ่า...” เสียงครางคำรามดังขึ้นเมื่อร่างบางตอดรัดแก่นกายของเขาจนแทบระเบิด

ฉู่อันหลานจิกเล็บลงบนลำแขนหนาของหยางตงหยางอย่างต้องการคลายความทรมานที่มี ริมฝีปากบางกัดเข้าที่บ่าของเขาอย่างเต็มแรง

หยางตงหยางกัดฟันแน่น ยิ่งหญิงสาวกดเล็บและฟันลงบนผิวกายของเขามากเท่าใด เขาก็ยิ่งรู้สึกกระสันขึ้นมากเท่านั้น เลือดในกายที่พลุ่งพล่านทำให้ร่างหนาหยัดกายขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะดันร่างเข้ากระแทกกระทั้นร่างบางอีกครั้ง

เสียงครางสลับกับเสียงคำรามดังสอดประสานกันเป็นจังหวะรับกับท่วงทำนองโยกคลอนไปมา ร่ายรำบรรเลงเป็นบทเพลงรักที่ประสานกันอย่างกลมกลืน

เกลียวคลื่นวสันต์พันม้วนก่อตัวขึ้นถาโถมไปทั่วร่างเปลือยเปล่าทั้งสองอย่างไม่หยุดหย่อน จนในที่สุดก็สาดซัดทะยานจนทั้งคู่ล่องลอยไปสู่จุดหมายปลายทาง

น้ำขาวขุ่นฉีดพ่นเข้าไปภายในร่างบางจนเต็มลำ ก่อนที่ร่างหนาจะทรุดซบลงบนหน้าอกนุ่มด้วยความอ่อนแรง ลมหายใจร้อนหอบถี่เป่ารดลงบนผิวบางตรงหน้าหน้า เม็ดเหงื่อเล็กผุดขึ้นไปทั่วร่างจนรู้สึกได้ถึงความเปียกชุ่มที่มี

ค่ำคืนที่แสนหวานกินเวลายาวนานกว่าคืนไหนๆ กว่าที่ฤทธิ์ยากำหนัดจะหมดลง คนทั้งสองก็สลบไสลลงไปด้วยความอ่อนเพลีย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel