Chapter 13 เคียงชิดสนิทแนบ
Chapter 13
เคียงชิดสนิทแนบ
คอนโดติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา
แม้จิตใจจะอ่อนแอสักเพียงใดแต่หน้าที่ยังคงต้องดำเนินอยู่
“เธอนอนที่ห้องนั้น ส่วนฉันจะนอนที่ห้องนี้”
เสื้อผ้าข้าวของถูกขนมาโดยรถอัลพาร์ตสีดำคันใหญ่ประจำคฤหาสน์ตระกูลเอวาสกุล คนตัวเล็กพยักหน้าเล็กน้อย เธออยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีชมพูกับกางเกงขาสั้นสีขาว ผมดำยาวพร้อมกับหน้าม้าถูกปล่อยลงมายาวสลวย
“ค่ะคุณเอ็ม”
“แล้วต่อจากนี้หลังจากช่วงเวลาเลิกเรียนเราอาจจะต้องเข้าบริษัท”
“ค่ะ หากวันไหนหนูมีเรียนค่ำคุณเอ็มมาที่บริษัทก่อนได้เลยนะคะ เดี๋ยวหนูจะนั่งรถต่อมาเองจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอกัน”
เอวากรณ์ล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คสีดำของตัวเองพร้อมกับยืนทอดมองกระจกบานใหญ่ที่เรียงต่อกันเห็นวิวทั่วกรุงเทพได้สามร้อยหกสิบองศา
“อืม...” เขาครางตอบรับในลำคอ ส่วนคนตัวเล็กก็เข็นกระเป๋าเดินทางเข้าห้องเพื่อเก็บข้าวของเข้าชั้น เธอคงต้องมาอาศัยอยู่ที่นี่สักพัก
ติ๊งง
[เวย์ : อิง จะหยุดเรียนหลายวันเลยเหรอ]
น้ำอิงที่นั่งอยู่บนเตียงหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ขึ้นมาดูแชทที่ถูกส่งมาจากเพื่อน เป็นแชทกลุ่มสามคน
[น้ำอิง : ใช่ ยื่นเรื่องกับทางอาจารย์แต่ละวิชาไว้แล้วนะ พอดีว่าติดธุระน่ะ]
[ไกล : ก็คงไม่ไม่พ้นเรื่องไอ้คุณชายนั่น]
[วิน : หยุดเรียนหลายวันแบบนี้จะไม่เป็นไรเหรอ?]
น้ำอิงอ่านแชทของเพื่อน ๆ ก็หนักใจ ก็ใช่ว่าอยากจะหยุดเรียน หากแต่งานของเอวาสกุลก็สำคัญ ยิ่งการดูแลคุณเอ็มเมอร์คุณชายของเธอนั้นสำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด
[น้ำอิง : เดี๋ยวค่อยตามเก็บงานเอา... ฝากพวกแกหน่อยนะ ขอโทษจริง ๆ ที่ช่วงนี้มีธุระบ่อยแถมยังหยุดบ่อยอีก]
[เวย์ : อย่าคิดมาก ทำธุระให้เสร็จกลับมาเรียนค่อยเจอกัน]
ดูท่าว่าเวย์คงจะกลัวเพื่อนรักหนักใจจึงไม่อยากเอาปัญหาไปใส่กับน้ำอิง ต่างจากวินและไกลที่ไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่ รู้สึกสงสารน้ำอิงจับใจที่ต้องอยู่ในตระกูลมหาโหด
คุณหญิงอณิกาเป็นคนอย่างไรก็รู้กัน เรียกได้ว่าเธอกักขังเด็กผู้หญิงคนนี้เอาไว้ เพื่อดูแลรับใช้ลูกชายตัวเอง ใช้งานคุ้มเสียยิ่งกว่าค่าเทอมที่ส่งเสียอีกมั้ง นั่นคือสิ่งที่วินคิด
[วิน : แต่หลังจากเสร็จธุระรอบนี้ สัญญานะอิงว่าจะต้องไปเที่ยวกับพวกเราอ่ะ มีเวลาให้กันหน่อยดิ.. เพื่อนกัน]
น้ำอิงอ่านแชทแล้วก็ได้แต่ยิ้มมุมปาก เอ็นดูในความน่ารักของเพื่อนชายทั้งสาม เพราะเธอไม่ค่อยมีเวลา ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวเล่นที่ไหนจึงไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิง อย่างน้อยการคบเพื่อนผู้ชายในกลุ่มสามคนนี้ก็ทำให้เธอสบายใจขึ้น
[น้ำอิง : ตกลง เอาไว้เดี๋ยวจะหาเวลาไปเที่ยวกับทุกคนให้ได้เลย]
น้ำอิงเป็นเด็กสาวจิตใจดี ฉลาดเฉลียว แถมยังมีวาทะศิลป์ในการพูด ไม่แปลกเลยที่คุณหญิงอณิกาจะอุปการะรับเลี้ยงดูเอาไว้ มันไม่ใช่การเสียเงินเปล่าแต่มันคือการลงทุน...หน้าตาผิวพรรณก็ดี ฉลาดเฉลียว แววของน้ำอิงออกตั้งแต่ยังเล็ก พอจบมอปลายถึงขั้นสอบติดหมอ ผู้หญิงอย่างนี้แหละเหมาะกับเป็นมือขวาของลูกชายเธออย่างที่สุด จึงเป็นเหตุให้คุณหญิงอณิกาเอ็นดูน้ำอิงและรับอุปการะเอาไว้
วันต่อมา
ทั้งคู่ต้องเดินทางไปร่วมดูโปรเจกต์การรีโนเวทรีสอร์ตทางภาคใต้ด้วยกันโดยจะมีพนักงานรอต้อนรับอยู่ที่นั่น
การเดินทางในวันนี้เลือกเดินทางโดยเครื่องบินที่ท่าอากาศยานดอนเมือง หลังจากเครื่องบินลงจอดเข้าที่จังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคใต้ก็มีรถของทางรีสอร์ตมารับคนทั้งคู่
“สวัสดีครับคุณเอ็มเมอร์ แล้วก็...คุณผู้ติดตาม”
คุณลุงคนขับรถรู้จักเพียงคุณเอ็มเมอร์ซึ่งเป็นลูกชายของเอวาสกุลเท่านั้น หากแต่หญิงสาวข้างกายนั้นเขาไม่รู้จัก
“นี่น้ำอิง...เป็นผู้ช่วยผม”
“อ่า สวัสดีครับคุณน้ำอิง งั้นเชิญนะครับเดี๋ยวเราจะไปที่รีสอร์ตกัน”
คุณลุงคนขับรถเปิดประตูให้ทั้งคู่ขึ้นมานั่งและช่วยยกของขึ้นไปเก็บไว้ที่ท้ายรถก่อนที่จะขับรถออกเดินทางมาจนถึงรีสอร์ตแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับชายทะเล ที่นี่มีรีสอร์ตแยกเป็นหลัง เป็นบังกะโลสุดหรู ส่วนที่ตั้งใจจะมารีโนเวทอย่างหนักในตอนนี้ก็คือ ส่วนของคาเฟ่ต์ที่มีมุมให้ถ่ายรูป แล้วก็โซนบาร์นั่งดื่มในยามกลางคืนที่จะมีการโชว์ระบำไฟ
“สวัสดีค่ะคุณเอ็มเมอร์ ฉันลีน่านะคะอยู่ฝ่ายสถานที่วันนี้จะมาเป็นตัวแทนของคนที่รีสอร์ตช่วยดูแลคุณเอ็มเมอร์ค่ะ”
ลีน่ายิ้มหวานพิมพ์ใจ หญิงสาววัยยี่สิบสามปีเพิ่งเรียนจบมาได้หนึ่งปีหมาดๆ ก็มาทำงานที่รีสอร์ตแห่งนี้ เอวากรณ์ยิ้มอ่อนเล็กน้อยเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท
ลีน่าเดินนำพาไปดูยังจุดที่คุณชายเอวากรณ์ต้องการจะรีโนเวท
“ตรงนี้ค่ะ แบบเดิมจะเป็นสไตล์มินิมอล แต่ถ้ารีโนเวทให้เป็นคาเฟ่ต์สไตล์โมเดิร์นลอฟต์ รับรองว่าคนจะต้องแวะมาเช็คอินแน่นอนค่ะคุณเอ็ม” เสียงเธอนุ่มนวลปนหวาน เรียกชื่อเขาอย่างสนิทสนมเกินกว่าจะเชื่อว่านี่เป็นการพบกันครั้งแรก
เอวากรณ์หันไปมองเธอด้วยรอยยิ้มบาง ๆ มุมปาก ดวงตาคู่คมที่ปกติไร้อารมณ์ ตอนนี้ยิ้มให้ผู้หญิงตรงหน้า
“คุณคิดเหมือนผมเลยนะ รสนิยมคุณนี่ใช้ได้”
คำชมธรรมดา ๆ จากคุณชาย แต่กลับเหมือนคมมีดกรีดลงกลางอกของอีกคนที่เดินตามหลังมาตลอดทาง
น้ำอิงในชุดเชิ้ตขาวเรียบง่ายกับกางเกงผ้าฝ้าย เดินตามมาเงียบ ๆ สายตาเธอไม่ได้มองวิวรีสอร์ตหรือแบบแปลนการรีโนเวทที่ควรจะสนใจ หากแต่จับจ้องอยู่ที่สีหน้าของคุณชายผู้ที่เธอตามดูแลเขามาตลอด
ปกติเขาไม่ค่อยยิ้ม...แต่วันนี้เขายิ้มให้ผู้หญิงคนนั้น
น้ำอิงไม่ใช่คนประเภทชอบคิดมาก หรือแสดงความรู้สึกให้ใครเห็นง่าย ๆ แต่ตอนนี้ เธอกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นอากาศธาตุที่ไม่มีความหมาย เดินตามเขามาโดยที่ไม่มีใครหันกลับมาถามด้วยซ้ำว่า เหนื่อยไหม? ทั้งที่ปกติก็ไม่รู้สึกอะไร แต่ทำไมตอนนี้กลับน้อยใจเขาซะได้
เธอไม่ได้สวยจัด ไม่ได้แต่งตัวสะดุดตารัดรูปร่างเหมือนผู้หญิงที่ชื่อลีน่า
น้ำอิงเม้มปากแน่น หยุดยืนเล็กน้อย มองเขาเดินห่างออกไป ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบา ๆ ของอีกฝ่ายที่ยังคุยเรื่องการรีโนเวทต่อ
บางที...เธออาจไม่ควรเดินตามเขามาตั้งแต่แรกก็ได้
ในวันนี้ผู้หญิงที่ชื่อลีน่าอาจจะดูแลเขาได้ดีมากกว่าเธอ
“ตรงส่วนนั้นจะทำเป็นบาร์เล็ก ๆ ก็ได้นะคะ มีที่นั่งริมระเบียง รับลมทะเล” ลีน่าในชุดเดรสสีดำรัดรูปเอ่ยอย่างมั่นใจ ยืนใกล้เอวากรณ์เสียจนเธอเห็นมือทั้งสองเกือบจะสัมผัสกัน
“ผมคิดอยากจะปรับปรุงส่วนนี้ ให้มันออกสไตล์โมเดิร์นกว่านี้สักหน่อย” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สมาธินั้นจดจ่อกับงานมากกว่ารูปร่างยั่วเย้าของหญิงสาวตรงหน้า
“แน่นอนค่ะ ฉันได้ดูแบบที่คุณเอ็มเมอร์ส่งมาให้ทางพนักงานแล้ว ฝ่ายการตลาดเองก็เห็นพ้องต้องกันใช่มั้ยล่ะคะว่าถ้าปรับปรุงการตกแต่งและจัดโปรโมชั่นน่าจะเรียกลูกค้าได้มากขึ้น”
เอวากรณ์จริงจังกับงานมาก เขาพยักหน้างึกงัก จนแทบลืมไปเลยว่าไม่ได้ยืนอยู่กับลีน่าแค่สองคน หากแต่มีคนตัวเล็กมาด้วย
“น้ำอิง” เสียงเขาเรียกขึ้นทันทีที่หันมาเห็นเธอยืนห่างออกไป สายตานิ่งเฉยที่เธอคุ้นชิน
“เดินไหวมั้ย? เป็นอะไรไปทำไมยืนนิ่ง”
“ไหวค่ะ แค่...ยืนฟังที่คุณเอ็มพูดอยู่ไงคะ” น้ำอิงตอบพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ก่อนเดินเข้าไปใกล้ กลืนความรู้สึกทั้งหมดลงคอเหมือนเดิม
หญิงสาวในชุดเดรสดำหันมาเล็กน้อยก่อนปรายตามองน้ำอิงด้วยสายตาที่เธอรู้ได้ในทันที สายตาของผู้หญิงที่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบ
คุณชายเอวากรณ์แห่งเอวาสกุล หญิงคนไหนได้ใกล้ชิดเป็นต้องตีสนิทอยากจะเป็นผู้หญิงของเขา หรือแม้แต่คู่ควงก็ยังดี ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูลผลาญเล่นสักสิบชาติก็ยังไม่รู้จะหมดหรือเปล่า
“นั่น เอ่อ ผู้ติดตามคุณเอ็มเหรอคะ? ขยันดีจังเลยค่ะ เดินตามตลอดเลย”
น้ำอิงยิ้มบาง ห้ามตัวเองไม่ให้พูดอะไรเกินกว่าหน้าที่
“ค่ะ ฉันมีหน้าที่ดูแลทุกอย่างของคุณเอ็มเมอร์”
“ทุกอย่างเลยเหรอคะ?” เสียงอีกฝ่ายยังคงเจือแววท้าทาย
เอวากรณ์นิ่ง ไม่ได้พูดแทรก ปล่อยให้สาว ๆ คุยทักทายกันตามมารยาท
แต่น้ำอิงรู้...ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาแบบปกติ คงตั้งใจอ่อยคุณชายของเธอ แค่ชุดรัดรูปจนนมแทบปลิ้นนั่นก็ดูออกแล้ว
“ค่ะ ดูแลทุกอย่างเลย ตั้งแต่หัว...จรดเท้า”
น้ำอิงยิ้มพร้อมคำพูดกำกวม ลีน่าฝืนยิ้มกว้าง หากแต่รู้สึกไม่ถูกชะตา เธอกำลังจะก้าวเดินต่อ แต่เขากลับหันมาถามเบา ๆ
เอวากรณ์ไม่สนใจอะไร เขาโฟกัสแค่แบบแผนงานที่อยู่ในไอแพด สลับกับมองสถานที่จริง แต่ก็ยังใจดีหันมาถามน้ำอิง
“เหนื่อยไหม? จะพักก่อนก็ได้ เดินทางมาตั้งไกล”
“แหม คุณเอ็มนี่ดีจังนะคะ ห่วงใยลูกน้องด้วย”
ลีน่ายิ้มหวาน สายตาที่มองน้ำอิงซึ่งยืนอยู่ด้านหลังคุณชายมีความเหยียดหยัน น้ำอิงยิ้มรับ
“ไม่เป็นไรค่ะคุณเอ็ม เราไปดูงานกันต่อเถอะค่ะ”
เธอยิ้มสู้ นิสัยน้ำอิงไม่ใช่คนขี้เกียจ เมื่อตั้งใจมาทำงานแล้วเธอจะทำให้ดีที่สุด นี่เป็นสิ่งที่คุณหญิงอณิกาปลื้มในตัวเธอมากและมั่นใจเหลือเกินว่าคนอย่างน้ำอิงจะไม่ทำเกินหน้าที่...
ช่วงเย็น
เสียงคลื่นลมทะเลกระทบแนวหินอย่างแผ่วเบา หลังจากดูงานกันจนถึงช่วงเย็น ลีน่าก็พาคุณชายและผู้ติดตามมารับประทานอาหารเย็นก่อนเข้าพัก
เอ็มเมอร์นั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะอาหารริมชายหาดส่วนตัวของรีสอร์ต ตรงข้ามเขามีพนักงานสาวประจำรีสอร์ตอย่างลีน่าที่คอยเดินตามติดไม่ห่าง
และคนที่นั่งด้านข้างคือน้ำอิง แม้สถานะจะเป็นเพียงคนใช้แต่เอวากรณ์ไม่กดเธอให้จมต่อหน้าใคร
น้ำอิงค่อนข้างประหม่าเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมีสิทธิ์ร่วมโต๊ะหรูหราแบบนี้ คุณชายไม่ควรเชิญเธอนั่งร่วมด้วยเลย
“ไวน์สูตรพิเศษจากเอวาสกุลนี่ดีจังเลยนะคะ ดื่มหน่อยนะคะคุณเอ็ม” ลีน่ายิ้มพร้อมว่าเสียงอ่อน เทรินลงแก้วไวน์ให้เขา รวมถึงแก้วของน้ำอิงด้วย
เอวากรณ์เหลือบตามอง เขาไม่พูดอะไร แต่ยกมือรับไว้ ไม่ใช่เพราะสนใจเธอ แต่เพราะไม่อยากเสียมารยาทกับพนักงานภายใต้สังกัด
น้ำอิงมองภาพตรงหน้า ยังคงคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสมจะนั่งอยู่ตรงนี้...ข้างคุณชายเอวากรณ์
เมื่ออาหารจานหลักเริ่มเสิร์ฟ เอ็มเมอร์จึงหันไปมองเธออย่างเย็นชา
“กินเสร็จแล้วก็กลับห้องไปก่อน”
เสียงเรียบกล่าวแบบไม่อธิบายเหตุผลใด ๆ
น้ำอิงชะงัก
“แต่คุณเอ็มคะ…”
“บอกก็ฟัง อย่าเถียง”
เขาไม่ได้ดุ แต่แววตานั้นเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ ไม่ใช่แค่คำสั่งเย็นชา แต่เหตุที่แฝงไว้คือไม่อยากให้คนตัวเล็กนี้ดื่มไวน์ เขาไม่ชอบให้เธอดื่ม ไม่ชอบให้เธอเมา กลัวน้ำอิงจะติดนิสัยชอบดื่มแล้วไปดื่มกับเพื่อนผู้ชาย
ไม่รู้ตัวเลยรึไงว่าพอตัวเองเมาแล้วโคตรยั่ว
เอวากรณ์คิดในใจ พยายามไม่จินตนาการแต่พลันใบหน้าหล่อก็กลับขึ้นริ้วแดงง่าย ๆ หากแต่โชคดีที่ไม่มีใครทันสังเกต
น้ำอิงเม้มปากแน่น พยักหน้าเบา ๆ แล้วลุกจากเก้าอี้โดยไม่แม้แต่จะมองหน้าใคร ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
น้ำอิงไม่รู้ว่าหลังจากเธอเดินห่างออกมา ลีน่ากลับรินไวน์เพิ่มให้เอวากรณ์ไม่หยุด และพยายามชวนเขาคุยเรื่องส่วนตัว
“คุณเอ็มนี่หน้าตาดีจังเลยนะคะ เป็นถึงทายาทเอวาสกุล แบบนี้ยังโสดอยู่หรือเปล่านะ?”
และเธอก็ไม่เห็นว่า...เอ็มเมอร์ดื่มเพียงครึ่งแก้วก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะ
“พอก่อน”
น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่นัยน์ตาเริ่มแดงขึ้นจาง ๆ เขารู้ทันสิ่งที่อีกฝ่ายพยายามทำ…และไม่พอใจ
แต่สิ่งที่รบกวนใจเขาที่สุด ไม่ใช่ไวน์ ไม่ใช่ลีน่า
หากแต่เป็น…สีหน้าเศร้า ๆ ของน้ำอิงตอนที่เดินจากไปโดยไม่พูดอะไรเลย เธอคงคิดว่าเขาใจร้ายที่ไล่เธอ คงคิดว่าเขาแบ่งชนชั้นวรรณะไล่สาวใช้อย่างเธอไม่ให้ร่วมโต๊ะด้วย
ความจริงนั้นไม่ใช่เลย...
“เอ๋ ดื่มต่ออีกหน่อยสิคะ ไวน์นี่รสชาติดีมากเลยนะ”
ลีน่าพยายามคะยั้นคะยอ เหตุผลที่อยากให้เขาดื่มไม่ใช่อะไรเลย...เพียงต้องการมอมให้เมาแล้วเธอจะได้สิ่งที่ต้องการ การเป็นผู้หญิงของคุณชายเอวากรณ์เป็นสิ่งที่หญิงสาวหลายคนหมายปองไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
“บอกว่าไม่ก็คือไม่”
เขาพูดเสียงเฉียบอย่างคนรู้ทันก่อนจะยกมือตบโต๊ะหนักแน่น ลุกขึ้นหยัดยืนเต็มความสูงแล้วเดินจากออกมา ทำเอาลีน่าหน้าเสีย... คงจะเป็นอย่างที่คนเขาลือ
“บ้าจริง...ถึงว่าไม่เคยมีประวัติเรื่องผู้หญิง เฮ้อ”
ลีน่าส่ายหัวไปมาอย่างท้อแท้ เกือบจะได้เป็นเมียเจ้าของโรงแรมแล้วเชียว อยากจะสบายไปทั้งชาติ...
เอ็มเมอร์เดินจากออกมา แต่เป้าหมายที่คนตัวใหญ่เล็งกลับไม่ใช่บังกะโลส่วนตัวของตัวเอง...หากแต่ขาแกร่งเลือกที่จะก้าวไปที่
บังกะโลส่วนตัวของน้ำอิง
เธอนอนพักอยู่ที่นั่นคนเดียว...
