บท
ตั้งค่า

ใจบำเรอ ตอนที่ 3

“ขอผมนั่งเป็นเพื่อนคุณได้ไหม...” เสียงทุ้มดังขึ้นท่ามกลางลำนำเพลงอันไพเราะ

“คะ...” หล่อนยิ้มแหยด้วยความงุนงง เพราะกำลังนั่งดื่มไวน์เพลินๆ จู่ๆ ก็ถูกทักทายอย่างไม่ตั้งตัวจึงค่อนข้างวางตัวไม่ถูก ดวงตาหวานซึ้งฉาบไว้ด้วยเครื่องสำอางบางๆ มองเขาอย่างพิจารณาไปในตัว

“คือ...ไม่มีโต๊ะว่างเลยครับ แล้วก็มีแต่คุณที่นั่งอยู่คนเดียว ถ้าไม่รังเกียจขอผมร่วมโต๊ะด้วยสักคนนะครับ ผมคงอยู่ไม่นาน” หนุ่มนัยน์ตาน้ำข้าวผมสีบลอนเข้ม ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มประดับไว้ด้วยหนวดเคราครึ้มไม่ดกหนามากนัก ส่งเสริมให้เขาดูคมเข้มมากขึ้น

“อ๋อ...ได้ค่ะ เชิญเลย ฉันมาคนเดียว” สโรชาหันมองซ้ายขวาก็เห็นจริงอย่างเขาว่า จึงพยักหน้าและเชื้อเชิญเขาอย่างเต็มใจ

“ผมชื่อโคลด์...คุณล่ะ...” พูดพลางชายหนุ่มก็ยกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟเพื่อสั่งเครื่องดื่ม

“สโรชาค่ะ เรียกว่าชาร์มเฉยๆ ก็ได้” หล่อนตอบ ยกไวน์ขาวขึ้นจิบแล้วหันไปดูวงดนตรีซึ่งกำลังบรรเลงเพลงสากลเป็นจังหวะเพราะพริ้ง

“ชาร์ม...ชื่อนี่เหมาะกับคุณเป็นที่สุด”

“ขอบคุณ...” หล่อนหัวเราะในลำคอแล้วยิ้มให้หนุ่มแปลกหน้าตาน้ำข้าว แล้วเริ่มตั้งคำถามบ้าง “ว่าแต่คุณเป็นคนชาติไหนเหรอ ทำไมพูดภาษาไทยเก่งจัง”

“ออสเตรีย...ผมทำงานที่ไทยเกือบสิบปีแล้วนะ อืม...เปิดโรงเรียนสอดำน้ำน่ะ” เขาบอกเล่าอย่างไม่ยี่หระนัก แล้วพนักงานเสิร์ฟก็เดินมารับออเดอร์พอดี “สเตรทอัพแก้วหนึ่งครับ”

“อยู่ไทยนานแล้ว...แล้วทำไมคืนนี้มาคนเดียวล่ะ”

“หึ...ไม่เห็นจะแปลก คุณเป็นคนไทยยังมาคนเดียวเลยนี่” เขาว่า

“อ๋อใช่...ฉันเบื่อๆ เลยมานั่งดื่มนิดหน่อย เดี๋ยวก็คงกลับแล้วล่ะ”

“ครับ...” เขาตอบสั้นๆ รับเครื่องดื่มจากพนักงานมาจิบแล้ววางแก้วลงบนโต๊ะ ท่ามกลางเสียงเพลงคลาสสิคเบาๆ เคล้าบรรยากาศยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงสี เขาบอกจะเป็นเจ้ามือในคืนนี้ และยินดีจะให้หล่อนล้างผลาญเท่าไหร่ก็ได้

ทั้งคู่คุยกันถูกคอ ยิ่งดึกดื่น ความสนิทสนมก็ยิ่งมากขึ้น เรื่องเล่าต่างๆ ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาแลกเปลี่ยนให้อีกคนได้ฟังด้วยความเป็นกันเองและสนุกสนาน จากที่ต่างก็คิดว่าจะนั่งดื่มด่ำบรรยากาศและน้ำเมาเพียงประเดี๋ยวประด๋าวกลับเพลิดเพลินจนเวลาล่วงเลยถึงขั้นร้านปิด

“คุณเมาแล้ว...” หล่อนว่าเขา

“คุณก็เหมือนกัน” ชายหนุ่มหัวเราะร่วน นัยน์ตาสีน้ำข้าวแดงก่ำ เขาแทบจะฟุบลงบนโต๊ะในขณะที่ลูกค้ารายอื่นๆ กำลังทยอยกันออกจากร้าน ไฟที่เคยส่องสว่างเริ่มปิดลง เหลือไว้เพียงแสงสลัวให้พนักงานได้ทำความสะอาดเก็บกวาดจนกว่าจะเสร็จสิ้น

“คุณพักที่ไหน แล้วนั่งแท็กซี่หรือขับรถมา” หล่อนเอนหลังพิงเก้าอี้แล้วถามอีกครั้ง

“ขับรถมา...แต่คงขับกลับไม่ไหว ผมกลับแท็กซี่ดีกว่า”

“ฉันก็คงขับรถไม่ไหวแล้วเหมือนกัน เฮ้อ...ฉันไม่เคยเมาขนาดนี้มานานมากแล้วคุณรู้หรือเปล่า” หล่อนรำพึงรำพัน

“งั้นเรา...กลับด้วยกันไหม” เขาเสนอ ดวงตาแพรวพราวเมื่อจ้องมองหน้าหวานที่แดงระเรื่อเพราะฤทธิ์เมา

หล่อนยิ้มตอบรับในคำเชื้อเชิญ “ก็น่าสนใจนะคะ...”

ในคืนเหงาที่แทนน่าเบื่อหน่าย สองหนุ่มสาวประคองกันเดินออกจากร้านแห่งนั้นเพื่อนั่งแท็กซี่กลับคอนโดของชายหนุ่ม เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนักสำหรับสโรชา แม้หล่อนจะรับสนุกแต่ก็คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักเสมอ ทั้งเรื่องความปลอดภัยในร่างกายและทรัพย์สิน และความปลอดภัยของสุขภาพ ความพลั้งเผลอที่ไม่อาจห้ามใจให้หลงใหลไปกับเกมราคะ ไม่ได้หมายความว่าหล่อนจะปล่อยปละละเลยในการดูแลตัวเองไปด้วย

“ชาร์ม...คุณกำลังจะทำให้ผมเป็นบ้า” ชายกล่าวเสียงพร่าขณะกดร่างเล็กอรชรของหล่อนติดกับกำแพงในลิฟต์ เมื่อถึงคอนโดของเขาแล้ว ใบหน้าของเขาประชิดกับใบหน้าของหล่อน ลมหายใจถ่ายทอดถึงกันจนแทบจะเป็นหนึ่งเดียว

“แล้วทำยังไงคุณถึงจะไม่บ้าล่ะคะ...” หล่อนยั่ว ส่งยิ้มหวานๆ แล้วเบียดใบหน้าเข้าหาริมฝีปากของเขา ปลุกปั่นให้ชายหนุ่มยิ่งหายใจแรงขึ้นแล้วทาบบดจูบกลีบปากที่เคลือบไว้ด้วยลิปสติกสีแดงจัดด้วยความหนักหน่วง เร่าร้อน...

เหมือนอยากจะกลืนหล่อนให้สิ้นเสียทั้งตัว...

มือของเขาเริ่มกอดคลำไปตามส่วนต่างๆ ก่อนจะประกบกอบกำตรงทรวงอกตูมเต่ง สโรชาก็แอ่นตัวให้อย่างไม่รังเกียจรังงอน ซ้ำยังแลกลิ้นกับเขาจนชายหนุ่มครางฮือด้วยความพอใจ

“คุณไม่มีทางทำให้ผมหายบ้าได้เลยชาร์ม...เพราะคุณมีแต่จะทำให้ผมบ้าคลั่งไม่จบไม่สิ้น”

“ไม่ได้ต่างกันเลยโคลด์ อืม...ร้อนจังเลยค่ะ” ริมฝีปากของทั้งคู่ยังจดจ่อชิดใกล้กันในขณะที่โคลด์ยังไม่หยุดคลึงเคล้นปทุมงาม

“ใจเย็นๆ ที่รัก...ถึงแล้วล่ะ” พอดีกับที่ลิฟต์หยุดตรงชั้นที่เขากดหมายเลขเอาไว้ ชายหนุ่มจึงหยุดภารกิจสวาทแล้วช้อนอุ้มร่างระหงพาเดินออกจากประตูลิฟต์ที่กำลังเปิดออก เขาก้าวเท้าเร็วไปยังห้องของตัวเอง คล้ายจะไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้อีกแล้ว

เขาว่างร่างของหญิงสาวลงเมื่อถึงหน้าประตู และดึงคีย์การ์ดในกระเป๋าออกมาเพื่อใช้เปิดประตู จากนั้นก็ดึงสโรชาเข้าไปด้านในด้วยกันอย่างไม่รีรอ

“ขอต้อนรับเข้าสู่วิมาน...ของเรา” โคลด์ว่า แล้วดึงร่างเล็กมากอดจูบดูดดื่ม มือไต่ตะปบไปตามเรือนร่างพลางถกถอดเสื้อผ้าจนหล่อนเปลือยเต็มตา “พระเจ้า...” ชายหนุ่มถอนจูบแล้วมองสำรวจเรือนกายสล้าง ก่อนจะรีบอุ้มเธอเข้าไปในห้องนอน แล้ววางร่างขาวโพลนสมสัดส่วนลงบนเตียงกว้าง แล้วหันมาจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองบ้าง

“ว้าว...คุณดูดีกว่าที่ฉันจินตนาการเอาไว้เยอะเลยค่ะโคลด์”

“แล้วคุณมีจินตนาการอะไรอีกแม่สาวน้อย หืม...” เขาทาบลงบนร่างสะโอดสะองแล้ว โน้มใบหน้าคมเข้มเข้าประชิด

“ฉันคิดว่า...จินตนาการคงไม่สำคัญเท่าไหร่แล้ว” หล่อนยิ้ม ดวงตามองเขาเป็นประกายระยิบระยับ

“ผมจะทำให้คุณลืมทุกๆ จินตนาการที่ผ่านมา ทูนหัว...”

ไม่พูดเปล่า...เขากดจูบกลีบปากของหล่อนอีกครั้ง และอีกครั้ง แลกลิ้นสอดลึกทะลวงล้วงพัลวัน มือของเขากำขยำเต้าอวบที่กำลังชูช่อเกสรแดงปลั่ง หล่อนแอ่นกายให้เขาเสียดสีตรงส่วนนั้นอย่างเร่าร้อน สโรชารู้สึกกระหายมากกว่าครั้งไหนๆ ที่ได้เผชิญหน้ากับความปรารถนานี้ หล่อนแปลกใจแต่ไม่มีเวลาทบทวน เพราะชายหนุ่มรุกเร้าหนักหน่วงเหลือเกิน

“โคลด์...คุณวิเศษที่สุด อา...”

“ยังไม่ถึงไหนเลยที่รัก อย่าเพิ่งเอ่ยชม” เขาจูบตะบมลากลิ้นเลื้อยไปตามใบหน้า โลมเลีย ดูดกลืน สัมผัสหล่อนอย่างเมามัน สำรวจต้นคอระหง ดูดแรงจนเป็นรอยช้ำเลือด แล้วไต่ลงมาถึงทรวงอกงาม เขามองและหายใจแรงเร่า ก่อนจะก้มลงรวบมันไว้ในปาก ระรัวลิ้นตรงยอดถัน ส่งเสียงครางฮือคล้ายสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโหย และเห็นหล่อนเป็นเหยื่อรสเลิศ ที่ลิ้มลองเท่าไหร่ก็ไม่มีวันอิ่มหนำ...

“โคลด์...อูว รุนแรงเหลือเกินที่รัก ฉัน...จะตายอยู่แล้ว”

“อย่าเพิ่ง...ผมจะพาคุณไปสวรรค์เสียก่อนชาร์ม รับรองคุณจะติดใจไม่รู้ลืม” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงกระเส่า ดูดกลืนเต้าสล้างสลับกับใช้มือบีบขยำ แล้วจึงพรมจูบต่ำลงมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ...

“อา!...โคลด์” ร่างเล็กดีดตัวแอ่นเร่ามือริมฝีปากของเขาสัมผัสตรงส่วนความสาว แล้วใช้ลิ้นแทรกซ้อนสองกลีบผกาเผื่อฉกชิมความงามที่หอมหวาน “โคลด์...อื้อ”

“หวานที่สุด งดงามยิ่งกว่ากุหลาบแรกแย้ม” เสียงพร่าของเขายังเอ่ยชมไม่หยุดพร้อมๆ กับเสียงครางในลำคอเป็นระยะ สองขาขาวเขียนแยกออกจากกันแล้วแอ่นสะโพกสูงรับกับรสรักที่เขากำลังใช้ปากนัวเน้นอยู่ตรงซอกหลืบ หล่อนไร้ซึ่งปอยไหมให้รำคาญจิต เกลี้ยงเกลาและสะอาดสะอ้าน ด้านในกลีบเนื้อสีแดงอมชมพูฉ่ำๆ ไม่ปลิ้น ไม่หย่อนคล้อยอย่างผู้หญิงที่กล้ามากับเขาเพียงคำชวนคำเดียวทั่วๆ ไป

สองขาถูกรั้งให้พาดไว้กับบ่าแกร่ง หล่อนเกร็งจิกเพราะอาการเสียวซ่านสุดตัว เขาไม่เพียงแต่กินอย่างตะกละตะกลาม เขายังซุกจมูกสูดดมด้วยความคลั่งไคล้ สันจมูกจดจ่ออยู่ตรงปุ่มกระสัน ในขณะที่ลิ้นร้ายกำลังซุกเข้าไปในซอกอุ่นชื้น เสียงดูดเลียดังแข่งกับเสียงครางของหญิงสาว หล่อนดิ้นเร่าคล้ายถูกทรมานอย่างหนัก หยาดหยดแห่งความเสียวซ่านพรั่งพรูให้ชายหนุ่มได้ลิ้มรสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel