29 น่าจะเจอกันเร็วกว่านี้
กว่าทั้งสองคนจะทานไอศกรีมเสร็จก็เกือบห้าโมงเย็น ปุณณวิชญ์ขอแวะไปเอาของที่บริษัทก่อนพาเธอกลับบ้าน
“เงียบจังนะคะ” เธอมองไปรอบๆ ไม่มีใครอยู่เลย แม้จะยังไม่มืดแต่ก็รู้สึกวังเวง
“วันอาทิตย์ก็อย่างนี้แหละ อย่าได้มาวันธรรมดาเชียวเสียงดังยิ่งกว่าตลาดนัดเสียอีก”
“พี่วิชญ์ก็พูดเกินไป บริษัทที่ไหนจะเสียงดังขนาดนั้นถ้าเป็นจริงเจ้าของคงต้องกุมขมับแน่ๆ”
“เอาไว้ครั้งหน้าผมจะพามาเช้าวันเสาร์นะ รับรองได้ว่าผมไม่พูดเกินจริง” เขานึกไปถึงบรรดาวิศวกรและสถาปนิกที่ทำงานอยู่ชั้นสอง ในแต่ละวันจะคุยกันโหวกเหวก ไม่มีใครว่าเพราะชายหนุ่มรู้ว่าทุกคนทำงานที่เครียดจึงไม่อยากกดดันเรื่องระเบียบวินัยมากเกินไป
เธอเดินตามเขาขึ้นไปชั้นสอง เพราะไม่อยากรออยู่ด้านล่างคนเดียว พอเดินขึ้นไปยังไม่ถึงบันไดขั้นสุดท้ายก็ได้ยินเสียงคนทักทายกัน
“คุณวิชญ์มาเอาเอกสารอย่างนี้แสดงว่า พรุ่งนี้ไม่เข้าบริษัทใช่ไหมคะ” ดารณีที่ถูกตามตัวมาทำงานทั้งๆ ที่เป็นวัดหยุดพูดอย่างรู้ทัน
“ครับคุณดา ถ้ามีอะไรด่วนก็โทรบอกได้ขับรถแป๊บเดียวก็ถึง แต่ถ้าไม่ด่วนก็รอวันพฤหัสฯ”
“ปอ เข้ามาก่อนสิ” ชายหนุ่มเห็นเธอเดินขึ้นมาแล้วแต่ยังกล้าเดินเข้ามาในห้องทำงานของเขา
“ค่ะ”
“นี่คุณดา เลขาฯ ผมเอง คุณดานี่โอปอแฟนผมครับ” เขาแนะนำ
กัลยณัฏฐ์ยกมือไหว้ เพราะดูแล้วเธอน่าจะอายุพอๆ กับชายหนุ่ม
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณวิชญ์นี่ตาแหลมจริงๆ สวยน่ารัก ดูแล้วเหมาะกับคุณวิชญ์นะคะ”
“ขอบคุณค่ะ คุณดาก็ชมปอเกินไป” กัลยณัฏฐ์ยิ้มยินดี
“ไม่เกินไปหรอกค่ะ คุณวิชญ์ของดาน่ะ มีผู้หญิงมาจีบเยอะแยะไปหมด พึ่งจะมีคนคุณโอปอนี่ล่ะคะที่คุณวิชญ์แนะนำว่าเป็นแฟนสงสัยดาจะได้นายผู้หญิงสักที”
“คุณดา พูดอย่างนี้ผมก็แย่สิ” ปุณณวิชญ์ตำหนิแต่ไม่จริงจังมากนัก
“พี่วิชญ์เสน่ห์แรงเหมือนกันนะคะ”
“แต่ไม่มีใครน่ารักเท่าคุณสักคน ไม่เชื่อคุณวิชญ์ต้องพาเธอมารู้จักกับคุณตุลา คุณวศินและคุณตรีทิพย์ นะคะสามคนนั้นจะช่วยคุณวิชญ์ยืนยันได้เป็นอย่างดี” ดารณีพูดจบก็ขอตัวกลับ
“สามคนนั้น หุ้นส่วนของผมเองครั้งหน้าผมจะนัดไปทานข้าวด้วยกันนะครับ คราวนี้ปอได้รู้เรื่องผมละเอียดยิบทุกแง่มุมแน่ๆ”
“ใครอยากรู้กันคะ” เธอแกล้งไม่สนใจ แต่อันที่จริงก็อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาให้มากกว่านี้
“อ้าว เป็นงั้นไป” เขาหัวเราะ
“บางครั้งอดีตมันก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ รู้ไปก็เท่านั้นค่ะ”
“ทำไมผมไม่เจอคุณเร็วกว่านี้นะ” เขาฟังคำพูดของเธอแล้วรู้สึกได้ทันทีว่านี่แหละคนที่เขารอคอยมาตลอด
“ถ้ารู้จักเร็วกว่านี่พี่วิชญ์จะทำยังไงเหรอคะ” คนถามเอียงหน้าน้อยๆ เลิกคิ้วอย่างสงสัย
“ถ้ารู้จักก่อนหน้านี้สักสองสามปีผมคงไม่ตั้งบริษัทที่นี่หรอก ผมไปตั้งที่อัมพวาดีกว่าจะได้อยู่ใกล้ๆ” เขาทำเสียงหวานอย่างที่ไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าทำมาก่อน
“พี่วิชญ์มัวโอ้เอ้ ดูสิจะทุ่มแล้ว” กัลยณัฏฐ์รีบเปลี่ยนเรื่องคุย
“เดี๋ยวพี่เหยียบแป๊บเดียวถึงอัมพวารับรองไม่ดึกแน่นอนครับ”
“ช้าๆ ก็ได้บ้านคงไม่หนีไปไหน ปอกลัวไปไม่ถึงบ้านมากกว่าค่ะ”
“ครับผม” เขาทำเสียงขึงขังจนเธอหัวเราะอย่างชอบใจ
“ไปดูหนังสนุกไหมลูก” กัลยาถามขึ้นเมื่อลูกสาวเดินเข้ามายังห้องรับแขกของบ้าน
“ไม่ได้ดูค่ะแม่ ปอเปลี่ยนใจตอนอยู่หน้าโรงหนังเลยไปเข้าร้านหนังสือแทน”
“อ้าว แล้ววิชญ์ไม่ว่าเอาเหรอชวนกันไปดูหนังแต่ไปร้านหนังสือ”
“ว่าที่ไหนคะ พี่วิชญ์เลือกหนังสือนานกว่าปออีกค่ะได้มาเกือบสิบเล่มมั้งคะ”
“ดีแล้วลูกคนเราชอบอะไรเหมือนๆ กันก็จะคุยกันรู้เรื่องกว่าคนที่ต่างคนต่างชอบนะ”
“ค่ะ ปอเลยเหมือนได้เพื่อนไปร้านหนังสือเพิ่มมาหนึ่งคน ปอรู้สึกเป็นตัวของตัวเองไม่อึดอัดอย่างที่คิด”
“แล้วนี่วิชญ์กลับกรุงเทพฯ เลยเหรอ” เมื่อไม่เห็นว่าชายหนุ่มเดินตามลูกสาวเข้ามาด้วยเธอก็ถามอยากแปลกใจเพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว
“พี่วิชญ์เอาของไปเก็บที่โฮมสเตย์แล้วค่ะ”
“แล้วนี่บ้านใกล้เสร็จหรือยังละ”
“ปอก็ไม่แน่ใจค่ะ หนูดีบอกว่าน่าจะอีกไม่เกินเดือน”
“แม่คะ ช่วงนี้พี่วิชญ์ต้องคุมงานสองที่ปอขอติดรถพี่วิชญ์ไปทำงานได้ไหมคะ”
“จะไม่เป็นภาระพี่เค้าเหรอลูก”
“พี่วิชญ์เค้าชวนเอง แต่คงไม่ทุกวันหรอกค่ะ ปอก็เกรงใจแต่จะปฏิเสธก็กลัวพี่เค้าจะหาว่ารังเกียจ”
“แม่แล้วแต่หนูจ้ะ มีคนไปรับไปส่งก็ดีแม่จะได้ไม่ต้องห่วงมาก”
“ค่ะแม่”
ปุณณวิชญ์นั่งตรวจเอกสารได้เพียงหนึ่งในสี่ส่วนก็เริ่มง่วง พอดูนาฬิกาแล้วก็รีบโทรหากัลยณัฏฐ์ทันทีเพราะกลัวเธอจะเข้านอนแล้ว เขากดโทร. ออกรอไม่นานเสียงใสๆ ก็ดังมาตามสายสนทนา
“นอนดึกจังครับ”
“ยังไม่ดึกเลยค่ะ พึ่งสี่ทุ่มเองพี่วิชญ์จะนอนแล้วเหรอคะ”
“ยังครับ ผมพึ่งตรวจงานไปไม่ถึงไหนเลย” เขาโอด
“ก็งานทั้งสัปดาห์นี่คะ”
“นั่นสิ ยิ่งใกล้สิ้นปีต้องรีบเคลียร์ทุกอย่าง”
“ปอล่ะ ทำอะไรอยู่ผมเดาว่ากำลังอ่านหนังสือที่ซื้อมาใหม่ใช่ไหม”
“พี่วิชญ์เดาเก่งค่ะ”
“ผมไม่ใช่คนเดาเก่ง แต่ผมรู้ใจแฟนตัวเองมากว่าจริงไหม” คนพูดคงจะไม่รู้ว่าตอนนี้คนฟังหน้าแดงเป็นลูกตำลึงไปแล้ว
“อ้าวเงียบไปเลยฟังอยู่ไหมครับ”
“ค่ะปอฟังอยู่ พี่วิชญ์มีธุระอะไรไหมถ้าไม่มีก็ไปทำงานต่อได้แล้วค่ะ”
“ผมจะบอกว่าพรุ่งนี้ผมรอมี่บ้านผมนะ ว่าจะสั่งงานพี่สิงห์ก่อนไปแล้วอย่าลืมให้ผมเลี้ยงไข่กระทะนะ”
“ได้ค่ะ เจอกันพรุ่งนี้นะคะ”
“ครับ ฝันดีนะครับ”
“ค่ะ ฝันดีค่ะ” เธอพูดอย่างอายๆ แล้วรีบวางสาย
กัลยณัฏฐ์เริ่มชินกับการใช้ชีวิตโดยมีผู้ชายตัวโตๆ อยู่ข้างๆ เขาไปรับไปส่งเธอวันจันทร์ถึงวันพุธ ส่วนพฤหัสฯ กับศุกร์ชายหนุ่มเข้าไปทำงานที่บริษัท วันอาทิตย์เขาก็มารับเธอไปเที่ยว บ้านของชายหนุ่มก็ใกล้เสร็จแล้วเหลือแค่ตกแต่งภายในอีกแค่นิดหน่อยก็ย้ายเข้ามาอยู่ได้
