บทที่ 1 จุติกลางลานประหาร
บทที่ 1 จุติกลางลานประหาร
กลิ่นคาวเลือดเจือปนกับกลิ่นเผาไหม้ของกำยานชั้นดี...
ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้าสู่ประสาทสัมผัสคือความเจ็บปวดที่ราวกับร่างกายถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ รัญจวนพยายามลืมตาขึ้น ภาพสุดท้ายในความทรงจำคือเปลวเพลิงที่พวยพุ่งขึ้นจากระเบิดที่ด็อกเตอร์เคชายที่เธอรักและภักดีที่สุดเป็นคนกดสวิตช์สั่งตายเพื่อปิดปากเธอในฐานะจารชนเบอร์หนึ่งขององค์กร
ทว่า!ความเย็นเยียบของเหล็กกล้าที่จ่อประชิดลำคอระหงกลับกระชากสติเธอกลับมาสู่ปัจจุบันที่แตกต่างออกไป
“วรัญณี! เจ้ายังกล้าลืมตาขึ้นมามองผลงานอัปยศของเจ้าอีกหรือ!”
เสียงตวาดกึกก้องปานสายฟ้าฟาดดังมาจากเบื้องบน รัญจวนกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ม่านหมอกแห่งความสับสน สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ห้องแล็บนิติวิทยาศาสตร์ในโลกปี 2099 แต่เป็นลานหินกว้างที่ล้อมรอบด้วยทหารในชุดเกราะโบราณนับพันนาย ปลายทวนเงาวับนับสิบจ่ออยู่ที่หน้าอกและลำคอของเธอ
เธอกำลังคุกเข่าอยู่ ในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่บัดนี้เปรอะเปื้อนด้วยรอยเท้าและหยาดโลหิต
“นางยักษ์แพศยา! เจ้าควักลูกตาพระสนมทั้งสิบสองคนแล้วยังกล้านิ่งเงียบ!”
รัญจวนปรายตาคมปลาบมองขึ้นไปบนปะรำพิธี ที่นั่น! บุรุษในชุดสีเหลืองทองสง่าผ่าเผยนั่งตระหง่านอยู่ ท่วงท่าดูองอาจทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ปานเห็นสิ่งปฏิกูล ชายคนนี้คือพระเจ้าชัยเสนกษัตริย์ผู้โง่เขลา... และเป็นสามีของเจ้าของร่างนี้
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ความทรงจำที่อัดแน่นไปด้วยความขมขื่นของวรัญณีก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของรัญจวนราวกับทำนบแตก
วรัญณี!มเหสีฝ่ายขวาผู้แสนดีที่ยอมสยบแทบเท้าสามีมาตลอด วรัญณี!ผู้ที่เคยอุ้มท้องมังกรทว่าถูกจันทรเทวี มเหสีฝ่ายซ้ายวางยาพิษในสำรับจนแท้งลูกไปเมื่อปีก่อน วรัญณี! ผู้ที่ถูกสามีตบหน้าและตราหน้าว่าซุ่มซ่ามเองในวันที่เธอนอนจมกองเลือดเสียลูกไป
โง่... โง่เง่าสิ้นดี รัญจวนเค่นหัวเราะในใจ ความเศร้าโศกของร่างเดิมปะทะกับความเลือดเย็นของนักฆ่าสาวจนกลายเป็นพายุอารมณ์ที่เยือกเย็น
“ยิ้ม? เจ้ายังกล้าหัวเราะเยาะหยันความผิดของตัวเอง!”
ชัยเสนลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด
“จันทรเทวีบอกข้าว่าเจ้าคลุ้มคลั่ง บุกไปในเรือนพระสนมแล้วใช้ปิ่นปักผมควักลูกตาพวกนางออกมาทีละคนเพื่อทำพิธีไสยศาสตร์ชั่วร้าย พยานหลักฐานคือกองดวงตาที่อยู่ในตำหนักของเจ้า! เจ้ามีอะไรจะสั่งเสียก่อนถูกบั่นคอหรือไม่!”
รัญจวนกวาดสายตาไปรอบลานประหาร เธอเห็นสตรีสิบสองนางที่ถูกผ้าพันแผลปิดดวงตาจนมิด เลือดสีเข้มซึมผ่านผ้าขาวออกมาเป็นวงกว้าง เสียงร้องไห้ระงมของพวกนางช่างบีบคั้นหัวใจ ทว่าในกลุ่มพยานนั้น!เธอเห็นจันทรเทวี มเหสีฝ่ายซ้ายผู้มีใบหน้าหยาดเยิ้มปานเทพธิดาราวกับดอกบัวขาวแสนบริสุทธิ์ต้องน้ำค้างยามเช้า กำลังแสร้งทำเป็นซับน้ำตาด้วยความเวทนา ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับตวัดมองมาที่นางประกายวาววับด้วยความสะใจก่อนที่มุมปากขวาแสนหวานนั้นจะค่อยๆ ยกแย้มส่งมาที่ให้นางได้เห็นเพียงคนเดียว!!
ตาต่อตา!ฟันต่อฟันงั้นหรือ?
รัญจวนขยับรอยยิ้มที่มุมปาก แววตาที่เคยนุ่มนวลของวรัญณีบัดนี้กลับกลายเป็นความคมปลาบประดุจใบมีดโกนที่เพิ่งผ่านการลับมาอย่างดี
“เพคะ! หม่อมฉันมีคำสั่งเสีย”
น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทรงพลัง และเย็นเยียบจนทหารที่ถือทวนอยู่รอบๆ ถึงกับมือสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุ ชัยเสนชะงักไปเล็กน้อยกับน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของเมียที่เคยเอาแต่ร้องไห้อ้อนวอน
“ว่ามา!”
รัญจวนยันกายลุกขึ้นช้าๆ แม้โซ่ตรวนที่ข้อมือจะส่งเสียงดังเคร้งคร้าง แต่นางกลับยืนตระหง่านหลังตรงมั่นคงประดุจขุนเขา ปลายทวนที่จ่อลำคออยู่ขยับตามท่วงท่าของนาง ทว่ารัญจวนกลับไม่ยี่หระ นางเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปลายทวนเล่มหนึ่งปักเข้าที่ผิวหนังบริเวณหน้าอกจนหยาดเลือดสีแดงสดซึมออกมา แต่นางไม่แม้แต่จะกะพริบตา
“คำสั่งเสียของหม่อมฉันคือ!ความโง่เขลาของพระองค์ช่างเป็นมหาภัยต่อแผ่นดินยิ่งนัก ฝ่าบาท”
“บังอาจ!” ชัยเสนตบพนักบัลลังก์เสียงดังลั่น
“เจ้ากล้าด่าทอข้ากลางลานประหาร!”
“หม่อมฉันไม่ได้ด่า!หม่อมฉันกำลังเวทนาพระองค์ต่างหาก”
รัญจวนปรายตามองจันทรเทวีที่หน้าซีดลงเล็กน้อย
“สตรีสิบสองนางถูกควักลูกตาในวังหลวงที่คุ้มกันหนาแน่น ทว่ามเหสีฝ่ายขวาที่ไร้กำลังวังชาและไม่มีกระทั่งข้ารับใช้คนสนิทกลับทำเรื่องอุกอาจเช่นนั้นได้โดยไม่มีใครเห็น? ดวงตาสิบสองคู่ถูกกองไว้ในตำหนักหม่อมฉัน! พระองค์คิดว่าหม่อมฉันเป็นนักฆ่าระดับพระกาฬ หรือคิดว่าทหารราชองครักษ์ของพระองค์เป็นเพียงหัวผักกาดกันเพคะ?”
“เจ้า...”
“ถ้าหม่อมฉันจะควักดวงตาใคร! หม่อมฉันคงไม่ควักแค่ดวงตาหรอกเพคะ หม่อมฉันจะควักหัวใจของมันออกมาด้วย!”
พริบตานั้น รัญจวนเคลื่อนไหว!
มันรวดเร็วเสียจนตาเปล่ามองไม่ทัน ร่างเพรียวบางม้วนตัวหลบคมทวนที่จ่ออยู่ มือเรียวขาวซีดดุจซากศพคว้าหมับเข้าที่ด้ามทวนของทหารที่ใกล้ที่สุด ก่อนจะออกแรงเหวี่ยงสะบัดเพียงนิดเดียว เสียงกระดูกข้อมือหักดังกร๊อบชวนสยองขวัญดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน
รัญจวนใช้ทวนเล่มนั้นกวาดเป็นวงกลม พลังอสูรที่ซ่อนอยู่ในร่างวรัญณีถูกรีดเร้นออกมาโดยจิตวิญญาณของจารชนสาว ร่างของทหารร่างยักษ์สามคนกระเด็นลอยไปปะทะกับกำแพงลานประหารจนกระอักเลือดออกมาคำโต
เธอยืนอยู่กลางลานประหาร เส้นผมสีดำขลับปลิวสยายประดุจม่านไหมดำหุ้มดวงวิญญาณมัจจุราช
“ปกป้องฝ่าบาท! สังหารนางยักษ์ผู้นี้เสีย!”
ขุนนางกรมอาญาที่เคยรับสินบนจากพ่อของจันทรเทวีตะโกนลั่นด้วยความขวัญเสีย
ทหารนับร้อยกรูเข้าหา รัญจวนเค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เธอไม่ถอยหนี แต่กลับพุ่งเข้าหาความตายอย่างสง่างาม ทุกย่างก้าวคือกลยุทธ์สังหาร มือหนึ่งคว้าปิ่นปักผมทองคำที่ตกอยู่ที่พื้น อีกมือควงทวนอย่างเชี่ยวชาญ ปลายปิ่นแหลมคมปักเข้าที่จุดตายของทหารที่พุ่งเข้ามาอย่างแม่นยำ ไร้ความลังเล ไร้ความสงสาร
เลือดสีแดงสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าสวยงามของนาง แต่นางกลับดูงดงามราวกับดอกฝิ่นสีเลือดที่เบ่งบานกลางขุมนรก
“ชัยเสน! ดูให้เต็มตา!”
รัญจวนตะโกนพลางเหวี่ยงร่างทหารคนหนึ่งไปทางปะรำพิธี
“นี่คือสิ่งที่ข้าทำได้ในฐานะวรัญณีคนใหม่!ถ้าข้าจะฆ่าใคร ข้าไม่จำเป็นต้องใช้มนต์ดำหรือไสยศาสตร์ ข้าใช้เพียงมือเปล่าของข้าก็เพียงพอ!”
นางหยุดฝีเท้าลงหน้าสตรีสิบสองนางที่มืดบอด มือเรียวเอื้อมไปดึงผ้าพันแผลของคนหนึ่งออกอย่างแรง จนหญิงสาวนางนั้นกรีดร้องด้วยความตกใจ
“เจ้าบอกว่าข้าควักตาเจ้าไหม?”
รัญจวนจ้องลึกเข้าไปในเบ้าตาที่กลวงโบ๋
“ไหนลองบอกความจริงต่อหน้าสวรรค์สิ! ว่าใครเป็นคนสั่งให้คนสนิทของจันทรเทวีทำเรื่องนี้ แล้วสัญญากับพวกเจ้าว่าจะให้ตำแหน่งสนมเอกแลกกับการใส่ร้ายข้า!”
“ไม่... ข้าไม่...”
หญิงสาวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว
“ถ้าไม่พูด!ข้าจะให้เจ้าลิ้มรสความเจ็บปวดที่มากกว่าการเสียดวงตา!”
รัญจวนบีบคอหญิงสาวนางนั้นจนหน้าเขียวคล้ำ แววตาของนางมารสีชาดบ่งบอกชัดเจนว่านางไม่ได้ขู่
“พอได้แล้ว!”
ชัยเสนตะโกน เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความกลัวที่ไม่อาจซ่อนไว้ได้อีกต่อไป เขาไม่เคยเห็นวรัญณีในมุมนี้ มุมที่ดูแกร่งกร้าวและน่าเกรงขามยิ่งกว่ากษัตริย์เช่นเขา
รัญจวนสะบัดร่างหญิงสาวนางนั้นลงกับพื้นประดุจทิ้งขยะ นางเดินช้าๆ ไปหยุดอยู่ที่หน้าปะรำพิธี จ้องสบตาชัยเสนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช
“เจ้ามันก็แค่ผู้ชายหูเบาที่ถูกสตรีแพศยาปั่นหัวจนลืมสิ้นความเป็นคน”
รัญจวนคว้าเศษผ้าขาวที่ตกอยู่ข้างกายขึ้นมา ก่อนจะหยิบมีดสั้นที่ยึดมาจากทหารขึ้นมากรีดลงบนฝ่ามือตัวเองอย่างแรง!
เลือดสีแดงเข้มไหลรินออกมาเป็นสาย นางใช้เลือดนั้นเขียนอักษรตัวใหญ่ลงบนผ้าขาวผืนนั้น อักษรที่แปลว่า ‘หย่า’
“วรัญณีคนเก่าตายไปแล้ว ตายไปตั้งแต่วันที่เจ้าปล่อยให้ลูกของข้าและนางต้องแท้งไปเพราะความเลินเล่อของเจ้า!”
นางโยนผ้าผืนนั้นขึ้นไปบนบัลลังก์ มันร่อนลงมาปิดหน้าพระเจ้าชัยเสนพอดี
“ข้าขอประกาศหย่าขาดจากเจ้า ณ วินาทีนี้! ระหว่างเราไม่มีความสัมพันธ์ใดเหลืออยู่อีก มีเพียงหนี้เลือดที่ข้าจะกลับมาทวงคืนทีละหยด!”
“เจ้า!! เจ้ากล้าหย่ากับข้า!”
“คนอย่างเจ้า!ไม่คู่ควรแม้แต่จะเป็นทาสรับใช้ของข้าด้วยซ้ำ”
รัญจวนหันหลังกลับ นางกวาดสายตาคมกริบมองไปยังจันทรเทวีที่นั่งตัวสั่นอยู่เบื้องหลัง
“และเจ้า!จันทรเทวี คอยดูแลดวงตาและคอของเจ้าไว้ให้ดี เพราะวันใดที่ข้ากลับมา ข้าจะควักหัวใจของเจ้ามาเซ่นไหว้ดวงวิญญาณลูกของข้า!”
ท่ามกลางความตะลึงงันของคนทั้งวัง รัญจวนเดินออกจากลานประหารไปอย่างองอาจ ทหารนับพันไม่มีใครกล้าก้าวเท้าออกมาขวางนางแม้แต่คนเดียว ราวกับว่านางมีรัศมีแห่งความตายที่แผ่ออกมาปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว
นางก้าวพ้นประตูวังหลวงไปพร้อมกับสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา ราวกับฟ้าจะช่วยชะล้างคราบเลือดและอดีตที่โสมม
รัญจวนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แววตาคู่นั้นเย็นเยียบประดุจหินผา
“ชีวิตใหม่ในร่างนี้ ข้าจะเป็นคนกุมบัลลังก์มรณะนี้เอง!”
***มาแบบจักรๆ วงค์ๆ แต่โหดแบบมือสังหาร***
