#####บทที่ 6
4 ชั่วโมงผ่านไป
เกาะไข่มุก
ตอนนี้พวกเรามาถึงที่เกาะไข่มุก จังหวัดชลบุรีแล้ว อาจารย์สายสมรให้นักศึกษาทุกคนนำกระเป๋าเเละเข้าของสัมภาระไปเก็บไว้ในห้องพักแล้วมาเจอกันอีกทีตอนบ่าย2 โมงตรง
ไม่รู้โชคชะตาหรือเวรกรรมใดเวียนมาบรรจบที่ดันมาดลบันดาลให้ห้องของฉันและห้องของคิมหันต์อยู่ติดกัน เดินเท้าเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึง
@ห้องพัก409
"ไง? ไม่ไปนอนห้องเดียวกับคุณสามีสุดที่รักเหรอจ๊ะอีไอเดียร์" ฉันเอ่ยพูดแซวเพื่อนสนิทเล่น เมื่อนางนั่งทำหน้าหงอยหลังจากที่อาจารย์บอกว่าจะต้องแยกห้องนอนชายหญิงชัดเจน
"จะไปเครียดอะไรอีเดียร์ ผัวมึงรวยจะตายไปก็ให้มันซื้อห้องสักห้องสิวะ แล้วกลางคืนค่อยลักลอบเข้าไปหากัน" เพียงฟ้าเอ่ยแนะนำทริคดีดีให้แก่ไอเดียร์
"เออ! จริงด้วย ทำไมเรื่องแค่นี้กูคิดไม่ได้วะ งั้นขอตัวไปเคาะประตูห้องผัวกันดีกว่า นานนานครั้งจะได้มาลิ้มลองนอกสถานที่" ไอเดียร์บิดตัวซ้ายขวาอย่างระริกระรี้ แล้วกระโจนลงจากเตียงวิ่งออกไปด้านนอกด้วยความรวดเร็ว
"เฮ้อ! มันจริงจริงเลยนะไอ้เพื่อนคนนี้เนี่ย" ฉันพูดพร้อมกับมองแผ่นหลังเรียวบางของไอเดียร์ที่วิ่งออกไปจนสุดสายตา
"แล้วเรื่องของมึงล่ะ จะเอายังไงต่อ ไอ้คิมหันต์กลับมาแบบนี้ไม่ได้มาเล่นเล่นนะเว้ย ดูท่ามันจะเอาจริงเอาจังใช้ได้" เพียงฟ้าหันหน้ามาพูดกับฉัน
"นั่นก็เรื่องของมัน แต่กูคงไม่พาตัวเองกลับไปอยู่จุดเดิม จุดที่กูเคยพยายามปีนป่ายออกมาหรอกนะ" ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วตอบคำถามของเพียงฟ้ากลับไป
"ไม่ว่ามึงจะตัดสินใจยังไง กูก็อยู่ข้างข้างมึงเสมอนะเอิงเอย แต่กูมีสิ่งหนึ่งที่อยากจะให้มึงพึงระลึกรู้และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเอาไว้ว่า พี่แทนดีกับมึงขนาดไหนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ที่พี่เขาเริ่มจีบมึง มันไม่มีวันไหนเลยนะเว้ยที่เขาจะทำให้มึงรู้สึกเดียวดายหรือต้องมานั่งกังวลคิดมาก ระแวงว่าเขาจะไปมีผู้หญิงคนอื่นหรือเปล่า"
เพียงฟ้าพูดพร้อมกับเลื่อนมือมาจับฝ่ามือบอบบางของฉัน แล้วเชิดใบหน้างดงามรั้นขึ้นจนสายตาของเราทั้งสองคนสบประสานกันอย่างตั้งใจ
"....."
"กูรู้ว่าในใจลึกลึกแล้วมึงก็ยังลังเลระหว่างพี่แทนกับไอ้คิมหันต์ ส่วนหนึ่งเพราะไอ้คิมหันต์มันเป็นคนแรกในหลายหลายเรื่องของมึงด้วย แต่ถ้าถามว่ามึงยังรักมันอยู่หรือเปล่า กูขอฟันธงได้เลยนะว่ามันไม่มีเหลืออยู่แล้ว เก็บเอาคำพูดของกูกลับไปคิดดีดีนะ" พูดจบเพียงฟ้าก็เดินนวยนาดเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำทันที
คงจะเหลือเพียงแค่ฉันคนเดียวที่นั่งเงียบ มิได้เปล่งเสียงพูดประโยคใดใดออกไปคัดค้าน เพราะสิ่งที่เพื่อนสนิทอย่างเพียงฟ้าเอ่ยออกมาเมื่อครู่ก็ล้วนแต่เป็นความจริงด้วยกันทั้งนั้น
ฉันชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเดินออกจากห้องพักกะว่าจะไปสูดอากาศบริสุทธิ์ริมหาดทรายเสียหน่อยเผื่อจะช่วยให้สมองของฉันปลอดโปร่งเลิกฟุ้งซ่านลงได้บ้าง
ฉันหย่อนก้นลงนั่งบนพื้นทรายสีขาวเรียบสะอาดไร้ซึ่งสิ่งสกปรก โชคดีที่วันนี้ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านสักเท่าไหร่ แต่ก็คงเป็นเพราะว่าตะวันเพิ่งจะพ้นศีรษะกระมัง
"ฉันว่าคราวนี้ก็คงจะเป็นพรหมลิขิตจริงจริงแล้วแหละ นี่เรามาพบเจอกันเป็นครั้งที่ 3 แล้วนะเอิงเอย มึงไม่คิดจะแปลกใจบ้างเลยหรอ? ว่าการที่เรามาเจอกันแบบนี้มันคงจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ"
น้ำเสียงที่ฉันคุ้นเคยและเกลียดชังเป็นอย่างดีดังขึ้นจากทางด้านหลัง ซึ่งมันก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก 'คิมหันต์' อดีตคนรักเก่าที่ทำกับฉันไว้เจ็บแสบยิ่งนัก
"จำได้มั้ย เราเคยมาเที่ยวที่นี่ด้วยกันเมื่อตอนวันครบรอบ 5 เดือน " น้ำเสียงของเขาดูคล้ายกับว่าเดินเข้ามาใกล้เรื่อยเรื่อย ฉันเลยเลี่ยงที่จะตอบคำถามจากคิมหันต์แล้วรีบลุกขึ้นพรวดพราดเดินออกมาจากตรงนั้นทันที
"เดินหนีทำไมหละเอิย ทำไมไม่อยู่คุยกันก่อน" คิมหันต์รีบเดินมาขวางหน้าฉันไว้ทำให้การก้าวย่างของฝ่าเท้าต้องหยุดชะงักชั่วคราว
"ฉันไม่มีความจำเป็นอะไรต้องคุยกับนายขอตัวนะ" ฉันพยายามเดินหลีกให้พ้นทางเขา แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จเมื่อคิมหันต์คว้าข้อมือเรียวเล็กของฉันเอาไว้
"ให้โอกาสกูไม่ได้จริงจริงหรอวะเอิง กูขอแค่โอกาสครั้งนี้ครั้งสุดท้ายเท่านั้น อย่างน้อยน้อยก็เห็นแก่ความทรงจำดีดีที่เราเคยทำร่วมกันไม่ได้หรอ?" คิมหันต์พยายามที่จะใช้สายตาเว้าวอนของเขาประสานกับสายตาของฉัน เพื่อหวังจะให้ฉันใจอ่อน
"หึ! ความทรงจำดีดีงั้นหรอ ทำไมมึงไม่นึกถึงวันที่มึงทิ้งกูไปหาคนอื่นล่ะ วันที่กูกูกอดขา ขอร้องอ้อนวอนแทบตาย แล้วมึงสนใจมั้ย มึงผลักกูล้มลงแล้วเลือกมันโดยที่ไม่ลังเลเลยสักนิด มาวันนี้มึงจะมาขอร้องอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวใหม่เพื่ออะไร!" ฉันตะคอกใส่หน้าเขาอย่างเสียงดัง
"กูสำนึกผิดแล้วจริงเอิงเอย แต่กูมีเหตุผลจำเป็นจริงจริงที่จะต้องทำแบบนั้น เมื่อไหร่มึงจะยอมเปิดโอกาสให้กูอธิบายบ้าง?" คิมหันต์จับสองฝ่ามือบอบบางของฉันเลื่อนเข้าหาตัวขึ้นไปเสมอยอดอก
"กูเคยบอกมึงแล้วไง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเหตุผลใดก็ตาม ไม่ว่ามึงจะอ้างว่าทำเพื่อกู กูก็อาจจะเห็นใจมึงนะ แต่ถ้าให้กูคืนสถานะความเป็นแฟนกลับไป กูคงทำให้ไม่ได้ว่ะ" ฉันดึงแขนเรียวกลับมาขนาบข้างตัวเช่นเดิม
"มึงแม่งเห็นแก่ตัวว่ะ!"
เพี๊ยะ!!! เมื่อได้ยินประโยคนี้ออกมาจากริมฝีปากหยักของเขา ฉันก็เผลอตบหน้าคิมหันต์ไปอย่างลืมตัว
"ใครกันแน่ที่เห็นแก่ตัว? คิดจะเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่นงั้นหรอ กูบอกได้เลยนะว่ามันทุเรศ" ฉันด่าเขาไปด้วยถ้อยคำหยาบโลนอย่างเหลืออด
"ปากดีนักนะเอิงเอย!" จู่จู่เขาก็ใช้ฝ่ามือหยาบกร้านทั้งสองข้างประคับประคองดวงหน้าของฉันแล้วดึงเข้าไปจุมพิตได้อย่างหน้าด้านด้าน
"อื้ออ!!!" ฉันใช้สองกำปั้นเล็กทุบแผงอกแกร่งของเขา เพื่อพยายามดันตัวเขาออกไป
"ยังหวานเหมือนเดิมเลยนะ" คิมหันต์แลบลิ้นสากออกมากวาดเลียรอบรอบริมฝีปาก แล้วจ้องมองฉันด้วยสายตาโหยหาพลางแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย
เพี๊ยะ!!! ฉันฟาดฝ่ามือบอบบางเข้าไปบนใบหน้าหล่อเหลาของเขาอีกครั้งหนึ่ง
"ทุเรศ!! มึงไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับกู" หยาดน้ำตาสีใสร่วงเพราะจรดปลายคางด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
"มากกว่านี้กูยังทำมาแล้วเลยเอิงเอย ไม่ว่าจะเป็นทุกซอกทุกมุมบนร่างกายของมึง ก็โดนริมฝี ปากกูเนี่ยจุมพิตมันซะทุกส่วนจำไม่ได้หรือไง?" คิมหันต์ยกยิ้มมุมปาก พลางใช้สายตากวาดมองเรือนร่างของฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเจ้าเล่ห์เพทุบาย
"เก่าก็ควรจะสำเหนียกตัวเองหน่อยนะ ว่าเป็นแค่ของเก่า ถึงอย่างไรเสียมันก็คงจะสู้ของใหม่ที่แซ่บกว่าเดิมไม่ได้หรอกนะ" ฉันเหยียดยิ้มจนริมฝีปากโค้งขึ้น จ้องมองดวงหน้าของคิมหันต์พลางเลิกคิ้วเย้ยหยัน
"กูสำนึกผิดแล้วเอย กูสำนึกเเล้วจริงจริง ตอนนี้กูรู้แล้ว ว่ากูรักมึงมากแค่ไหนแล้วกูก็ขาดมึงไม่ได้ด้วย" คิมหันต์ก็ยังคงไม่ละความพยายามที่จะขอร้องขอโอกาสจากฉัน
"ไม่คิดว่ามันจะสายไปหน่อยเหรอนี่ก็ผ่านมาตั้ง2 ปีแล้วนะ มึงพึ่งจะรู้ตัวเหรอว่าขาดกูไม่ได้ ถ้าจะหาคำแก้ตัวมาใช้กับกูเนี่ยก็ช่วยสรรหาคำแก้ตัวที่มันพอฟังขึ้นหน่อยนะ นี่อะไรขนาดให้เด็กอนุบาลมาฟัง เด็กมันก็ยังฟังออกเลยว่าตอแหล" ฉันมองหน้าคิมหันต์ด้วยสายตาเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก
"ขอเถอะนะเอิงเอย กูขอโทษ กูรักมึงนะ รักมึงมากด้วย มึงคือผู้หญิงคนเดียวที่กูรักมากที่สุด ที่ผ่านมากูรู้แล้วว่ากูทำผิดและตอนนี้กูก็สำนึกผิดแล้ว ช่วยให้โอกาสกูอีกสักครั้งได้มั้ย เป็นครั้งสุดท้ายจริงจริง"
คิมหันต์ใช้ไม้เดิมกับฉันเหมือนตอนที่เรายังคบกันอยู่ โผตัวเข้ามาโอบกอดฉันแล้วอ้อนวอนขอโอกาสอีกสักครั้ง ซึ่งฉันก็ใจอ่อนให้กับเขาอยู่ร่ำไป
".........."
"นะครับเอิงเอย กูขอโอกาสครั้งสุดท้ายนะเอิงเอย สัญญาว่าจะทำมันให้ออกมาดีที่สุด เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ เริ่มต้นศึกษาดูใจกันใหม่ กูรับรองได้เลยว่าถ้ามึงยอมให้โอกาสกูครั้งนี้มึงจะไม่มีวันผิดหวังเด็ดขาด จำได้มั้ยวันที่กูเข้าไปกราบพ่อกับแม่ของมึงขอให้เราย้ายมาอยู่คอนโดเดียวกันส่วนพวกท่านยอมใจอ่อน พอวันหยุดเสาร์อาทิตย์เราก็ช่วยกันทำอาหาร แล้วมึงก็ชอบทำหมูสเต็กเนื้อ medium rare ให้กูกินซึ่งมันก็ไหม้ทุกครั้งเลย แต่กูก็ยังชมว่าอร่อยเหมือนกับกินในภัตตาคารเลย เมียเค้านี่เก่งที่สุดในสามโลก"
คิมหันต์พูดลำเลิกถึงความหลังครั้งที่เรายังคบกันอยู่ แต่ก่อนมันมีความสุขมากจริงจริง เราสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในคอนโดเล็กเล็กโดยครอบครัวทางฝั่งฉันรับรู้และไม่ขัดข้องเพราะเขาใช้ความมั่นคงและรักจริงในการพิชิตใจพ่อกับแม่..จนพวกท่านยินยอม
"ได้ ฉันจะให้โอกาสนาย" ฉันชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบกลับไป
"จริงจริงนะเอิงเอย จริงจริงใช่มั้ย" คิมหันต์ผละกอดออกจากฉัน แล้วหันมาจ้องมองดวงหน้างดงามของฉันด้วยสายตามีความหวัง
