บทที่:5 ชีวิตที่อิสระ
ตอนเช้า...
‘สุดท้ายก็หนีไม่พ้นอีกจนได้’ คนใจร้ายยังไงก็คือคนใจร้าย แววตาที่แฝงไปด้วยความเศร้าหม่น มองร่างกำยำที่นอนคว่ำหน้าอยู่ข้างๆ ถ้าเขาไม่ใช่คนใจร้ายคิดแต่จะทำร้ายแดดดี้ พี่ซันถือเป็นผู้ชายที่ดีทุกอย่าง
แต่จิตใจเขาอำมหิตเกินคนทั่วไป โหดร้าย ป่าเถื่อน ได้แต่มองและเวทนากับสภาพตัวเอง อย่างจะร้องไห้ออกมาแต่ก็ต้องเข้มแข็งไม่แสดงความอ่อนแอร์ออกมา ถ้าเขาเห็นน้ำตาเขาจะยิ่งได้ใจ
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรฉันยอมได้ทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนปลอดภัย ผู้ชายคนนี้ทำอะไรได้มากกว่าที่ทุกคนคิด อำนาจที่เขาสามารถสั่งฆ่าคนได้อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
‘อดทนไว้โมจิ’ ร่างบางไร้ซึ่งเครื่องนุ่งห่ม ค่อยๆจับท่อนแขนแกร่งที่พาดทับเอวบางออกจากตัว หลังจากที่เมื่อคืน เขาทำกับฉันจนระบมไปทั้งตัว มีส่วนไหนบ้างที่เขาไม่ทิ้งรอยเอาไว
ต้นคอ เนินอก ท้องแขน หน้าท้อง ขาอ่อน เต็มไปด้วยรอยเขี้ยว รอยจูบแดงเป็นจ้ำๆ ยิ่งตรงส่วนนั้นเจ็บแสบจนแทบจะไม่อยากจะขยับตัว
“อ๊ะ” มือน้อย ๆ กุมท้องน้อย ใบหน้าหวานขาวซีดเจ็บแสบแทบขาดใจ ปวดร้าวเชิงกรานทั้งสองข้าง เพียงแต่ขยับตัวเอื้อมไปหยิบเสื้อคลุม ตรงนั้นที่ถูกกระทำอย่างป่าเถื่อน กลีบดอกไม้งามแดงช้ำจากความหยาบโลน คราบเลือด คราบน้ำกามเลอะเปรอะเปื้อนเต็มผ้าปูที่นอน ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่ความรุนแรงป่าเถื่อนเยี่ยงสัตว์ป่าของเขา ทำให้ปวดร้าวระบมไปทั้งตัว
หมับ!!
“จะไปไหน” เสียงงัวเงียเอ่ยขึ้น มือสากหนาจับหมับเข้าที่แขนเมื่อฉันกำลังจะลุกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ
“......” ฉันเงียบ สองมือจับผ้าห่มที่ห่อตัวไว้แน่น ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อคืนเบสถูกพี่ซันทำร้าย ฉันคงไม่ยอมเขาง่ายๆ แบบนี้ ไม่ใช่แค่เบสแต่ครอบครัวเขาต่างพากันเดือดร้อน เพราะฉันแท้ๆ ทุกคนถึงตกอยู่ในอันตราย
“โมจิจะไปอาบน้ำ มีสอบ” ฉันตอบออกไปตามความจริง
“สอบ...” ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตา พยุงตัวลุกขึ้น ขยับมานั่งช้อนด้านหลัง น้ำเสียงเบาหวิว แหบพร่าเอ่ยกระซิบ ฝ่ามือใหญ่ลูบวนหัวไหล่อย่างมีเลศนัย
“เพลีย เดี๋ยวให้นาโซ่ไปส่ง” เขาพูดพลางจูบลำคอระหง พรหมจูบไปทั่วหัวไหล่ ฝ่ามืออุ่นล้วงเข้ามาใต้ผ้า ลูบไล้วนหน้าท้องแบนราบ
“เมื่อคืน คารินา มีความสุขมั้ย?” คำพูดของเขาที่เอ่ยออกมายิ่งทำให้จุกในอก ความสุข ความสุขคืออะไร ใครบ้างที่จะชอบการกระทำป่าเถื่อนแบบนี้ และฉันก็ไม่ได้เต็มใจที่จะนอนกับเขา มันคือการบังคับข่มขู่ แล้วยังจะมีหน้ามาถามแบบนี้อีก ผู้ชายคนนี้เขาไม่มีหัวใจ ไม่เคยสนใจความรู้สึกใคร เขามันเลว!
“ฮึ....ด่าผัวมันบาปนะ แดดดี้ คารินาไม่เคยสอน?” เขาพูดกระซิบอย่างล่วงรู้ความคิด
หมับ!!
“พี่ซัน!!” ฉันหันไปจ้องดุ ฝ่ามือใหญ่บีบขย้ำหน้าอกอย่างแรง ตัวเล็กสะดุ้งโหยงเจ็บตรงที่เขากัด แต่ก็ได้แค่กัดฟันทน
“อ่า...ดุฉิบหาย” แต่พี่ซันกลับยิ้มเยอะอย่างขบขัน
“อย่าคิดหนี อย่าคิดปฏิเสธ เพราะคารินาไม่มีทางหนีไปไหนได้!” ซุ่มเสียงเย็นเอ่ยกระซิบ ฝ่ามือใหญ่ลูบคลำบีบขย้ำหน้าอกหนักๆ แววตาเยือกเย็นคู่นั้นกำลังข่มขู่
“ถ้ากลัวโมจิจะหนีขนาดนั้นล่ามโมจิไว้สิ ฮึ...” ฉันแค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน มองหน้าสบตาคู่นั้นให้เขารู้ว่าฉันไม่ได้กลัวในคำขู่
“ที่โมจิยอมพี่ เพราะอะไรพี่รู้ดีอยู่แก่ใจ!!!”
“.......” เขาเงียบ เราสองคนมองหน้าสบตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร “ตั้งแต่ต้นจนวันนี้พี่ทำเพราะอะไรพี่รู้ดี คนอย่างพี่มันไม่มีหัวใจ ไม่เคยห่วงใคร สนใจแต่ตัวเอง ความสุขของโมจิคือความสุขของทุกคน แต่ความสุขของพี่คือ....” มันจุกอยู่ในอก สุดท้ายก็ต้องหยุด หอบร่างกายที่บอบช้ำเดินหนีจากตรงนั้น ก่อนที่จะเผลอแสดงความอ่อนแอออกไปให้เขาเห็นไปมากกว่านี้.....
“ทำตัวดีๆ ตอนบ่ายเจอกันที่บ้าน” ในขณะที่กำลังแต่งตัวเตรียมจะไปสอบ ร่างหนาในชุดคลุมในมือถือแก้วไวน์ เดินเข้ามากอดหอมจากด้านหลัง
“.....” ฉันเลือกที่จะเงียบไม่ใส่ใจอะไรที่เขาพูด
“เย็นชาชะมัด จะเย็นชาไปถึงไหน” ใบหน้าหล่อขยับเข้าใกล้ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียเกลี่ยแก้มไปมา พูดกระซิบเสียงผ่านไรฟัน ใช่เขากำลังหงุดหงิด
“ปล่อยค่ะ!” ฉันพูดสั่ง พลิกตัวเดินตรงไปที่ประตู เฮ้อ...อีกนานแค่ไหน เหนื่อยแล้วนะ ไม่รู้ว่าโชคชะตาเล่นตลกอะไร ทำไมต้องมาเจอกับคนแบบนี้ด้วย
“ฮึ.....” ...ซันไชน์ถึงกลับเสียอาการ ในความเมินเฉยเย็นชาของอีกฝ่ายที่แสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน “คารินา คารินา เดี๋ยวเราจะได้รู้กัน” ใบหน้าหล่อเผยรอยยิ้มร้าย ร่างสูงโปร่งเดินตรงไปที่ระเบียง กระดกไวน์ในแก้ว อึก อึก อึก จนหมด
เพล้ง!!
ก่อนจะขว้างมันลงพื้นเศษแก้วแตกกระจายด้วยความหงุดหงิดโมโห “ในเมื่อเป็นคนดีไม่ชอบ งั้นคารินาก็เตรียมตัวให้ดี!” สายตาคมกริบดุราชสีห์ จ้องมองไปที่ผู้หญิงตัวเล็กที่กำลังเดินไปขึ้นรถโดยมีเหล่าลูกน้องบอดี้การ์ดเขาเดินตามนับสิบ “สาวน้อย ฮึ...” ใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้มชวนให้หลงใหล เนื้อตัวขาวเนียนหอมกรุ่น เพียงแค่หลับตาคิดถึง เขาก็แทบอยากจะจัดการปราบพยศมาศึกผู้ไม่ยอมใครอย่างเธอให้ยอมสยบศิลาราบ อยากจะขย่มร่างนุ่มนิ่มให้จมเตียง ตอกย้ำตราตรึงให้เธอได้ร่วงรู้ว่าใครคือเจ้าของ
“ไปจัดการทุกอย่างตามที่กูสั่ง” ซุ่มเสียงเย็นเยือกชวนขนลุกเอ่ยขึ้น
“ครับ” ลูกน้องหนุ่มก้มหัวรับคำสั่ง รีบเดินออกจากห้องไปจัดการทุกอย่าง เพื่อไม่ให้มีอะไรผิดพลาดทุกอย่างต้องรัดกุมที่สุด
“แล้วคารินานาจะปฏิเสธอะไรไม่ได้” มาเฟียหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เดินกลับเข้าห้องทิ้งร่างหนาคว่ำหน้านอนลงบนเตียงนุ่ม สูดดมกลิ่นอายความสาวของเจ้าของห้องอย่างโรคจิต ก่อนเขาจะปิดเปลือกตาลงด้วยความเมื่อยล้าจากสงครามบนเตียง ที่ร้อนระอุดุจดั่งเปลวไฟ ยิ่งคิดถึงร่างอรชร เนินเนื้ออวบอูมของ ‘คารินา’ ม้าพยศตัวโปรดเขายิ่งแทบจะคลั่งตาย...
ด้านโมจิเองก็ได้แต่นั่งนิ่ง เชิดหน้าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ลูกน้องเขารู้ว่าอิทธิพล อำนาจมืดของพวกเขาไม่ได้ทำให้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้หวาดหวั่น หรือเกรงกลัวแม้แต่น้อย หากไม่เพียงแต่พวกเขาใช้วิธีสกปรก เธอถึงยอมตกเป็นจำเลย ยอมให้อีกฝ่ายกดขี่รังแก...
“เซนญอร่า จะแวะทานอะไรก่อนมั้ยครับ” นาโซ่เอ่ย
“......” ฉันส่ายหัว นั่งนิ่งมองออกไปที่สองข้างทาง ชีวิตที่อิสระต่อจากนี้ไปคงไม่มีอีกแล้ว…..
