บทที่:1 เตือนความจำ
บทสนทนาในสาย
‘กูถามมึงจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นมีอะไรดี มึงถึงได้สนใจขนาดนั้น’
“เสือก” ซันไชน์ตอบอย่างไม่ใส่ใจ สายตาคมกริบจ้องไปยังหญิงสาวตัวเล็กที่เพิ่งจะเดินลงจากรถไปกับผู้ชาย ซึ่งทำให้เขาไม่พอใจ
‘กู!ไม่....ได้....อยาก....เสือก! ถ้ามึง!ไม่ทำให้กูเดือดร้อน!’ ปลายสายพูดเน้นทีละคำอย่างไม่พอใจ
“เรื่องของมึง ว่าแต่ที่กูสั่งให้ทำ เรียบร้อย!” ซันไชน์โยนบุหรี่ทิ้ง ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ โดยมีลูกน้องคนสนิท นาโซ่ และลูอีส คอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด
‘เรียบร้อย จะทำอะไรก็รีบทำ กูอยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นตัวเป็นๆ ว่าจะน่าเอาแค่ไหนมึงถึงได้ บ้าขนาดนี้!’ ปลายสายยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน
“ชนะ! กูแค่อยากเอาชนะ!” ซันไชน์เอ่ยเสียงเรียบ สายตาเย็นเยือกมองไปที่ประตูบ้านหลังใหญ่ที่กำลังมีงาน
‘เอ่อ ให้มันจริงกูจะคอยดู ฮึ...’ ก่อนเขาจะวางสายไป
“ของที่กูสั่ง?” มาเฟียหนุ่มเอ่ย หันไปจ้องหน้าลูกน้องด้วยความหงุดหงิด
“เรียบร้อยครับฮันเตอร์” นาโซ่เอ่ย
“.....” ก่อนซันไชน์จะตวัดหางตาคมกริบไปทาง ลูอีส เมื่อเขาสั่งให้ลูกน้องไปจัดการไอ้เด็กหนุ่มคนนั้น แต่ทำไมมันยังเดินยิ้มอยากมีความสุขเข้าไปกับเธอ
“คือว่า....” ลูอีส ถึงกลับหายใจไม่ทั่วท้อง ร้อนๆ หนาวๆ เมื่อถูกสายตาดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้นจ้องอย่างเลือดเย็น
“มึงนี่มันเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ” มาเฟียหนุ่มกัดฟันกรอด เดินตรงเข้าไปยังงานอย่างสง่าผ่าเผย กว่าครึ่งปีที่ไม่ได้สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นจากร่างกายนุ่มนิ่ม
ยังไงซะคืนนี้ม้าพยศอย่างเธอก็ต้องสยบอยู่บนเตียง ให้เขาขย้ำให้หนำใจ สมกับที่แม่ตัวเองได้รับ
“พี่อย่ามองผมแบบนั้น ก็พี่เป็นคนโทรตาม ยังไม่ทันจะได้ลงมือด้วยซ้ำ” ลูอีสจ้องหน้านาโซ่อย่างต่อว่า
“.....” นาโซ่ได้แต่ถอนหายใจ เดินตามซันไชน์เข้างานไป ถ้าเป็นคนอื่นคงโดนสั่งเก็บ แต่จะหาลูกน้องมือดีและสื่อสัตว์อย่างลูอีส ที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาตั้งแต่เด็กจนโต มันไม่ใช่เรื่องง่าย
ภายในงาน..
“........” ...โมจิที่ลุกขึ้นกำลังจะเดินไปบอกพ่อแม่พี่สาวจะไปส่งเพื่อนๆ แต่ต้องยืนนิ่ง ตกใจกับภาพตรงหน้า เมื่อเห็นใครบางคนที่คุ้นเคยเดินตรงเข้ามาหา ด้วยท่าทางที่เอาเรื่อง
“โมจิ…เป็นอะไรรึเปล่า” เบส เพื่อนสนิทที่แอบรักโมจิตั้งแต่เรียนปี 1 เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนยืนนิ่ง เหมือนกับตกใจกับอะไรบางอย่าง
“ไง ทำหน้าอย่างกับเห็นผี” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น เขามองจดจ้องใบหน้าหวานยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เมื่อเห็นเธอทำหน้าตื่นตกใจ
“......” โมจิได้แต่ยืนนิ่ง ตอนนี้สติเธอเหมือนหลุดลอยออกจากร่าง ไม่คิดว่าเขาจะมาที่นี่ได้ และไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก คิดว่าทุกอย่างมันจบไปแล้ว แล้วเขากลับมาที่นี่อีกทำไม? เขามาทำอะไรที่นี่?
“มะ...ไม่เป็นไร” เธอตั้งสติหันไปพูดกับเพื่อน ก่อนจะรีบเดินออกจากตรงนี้ทันที วันนี้เป็นงานแต่งพี่สาว คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ รีบหลบจากตรงนี้ไปก่อนจะดีกว่า
หมับ!!
“จะไปไหน?” มือหนาคว้าแขนเล็กกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง
“ผัวอุตส่าห์มาหา!จะไปกับชู้ ว่างั้น?” ก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับอึ้ง สายตาคมกริบคู่นั้นยังมองจ้องไปที่ เบสอย่างเอาเรื่อง ทั้งๆ ที่เขาเคยบอกแล้วอย่าเข้าใกล้เธออีก
“พี่ซัน!” โมจิจ้องหน้าซันไชน์อย่างไม่เกรง ทำไมเขาถึงไม่ให้เกียรติเธอแบบนี้ พูดแบบนี้ต่อหน้าทุกคนได้ยังไง จนตอนนี้ทุกสายตามองมาที่เธอเป็นตาเดียว รวมทั้งพ่อกับแม่ที่นั่งอยู่ไม่ไกล
“บอกแล้วไงเธอหนีฉันไม่พ้น!” เขาเอ่ยน้ำเสียงลอดไรฟัน มือหนาออกแรงบีบท่อนแขนเล็กหนักๆ เมื่อเธอพยายามจะถอยห่างจากเขา
“พี่ทำแบบนี้ทำไม สะใจมากเลยใช่มั้ย!” คนตัวเล็กในอ้อมแขน จ้องหน้าคนตรงหน้าอย่างหมดหวัง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าเขาจะไม่กลับมา แต่วันนี้เขากลับ กลับมาทำให้เธอต้องเจ็บอีกครั้ง
“ใช่!!สะใจ แล้วสะใจมากด้วย อย่าคิดว่าจะได้มีความสุขกับไอ้หน้าอ่อนนี่!”
“ส่วนมึง....ถ้าไม่อยากตาย อย่าเสือกมายุ่งกับเมียชาวบ้าน!” ซันไชน์กัดฟันพูด จ้องหน้าเบสกำลังจะเดินเข้ามาช่วยเพื่อน
“โมจิ!ไม่ใช่เมียพี่ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน พี่หยุดสักที่ได้มั้ย!” เธอกัดฟันพูด พยายามดันตัวเขาออกแต่เขากลับกอดรัดร่างเล็กไว้แน่นกว่าเดิม
“ไม่ใช่เมีย? แล้วที่เอากันทุกวันเขาเรียกว่าอะไร อ่า...ห่างผัวแค่ไม่กี่เดือน สงสัยต้องเตือนความจำ” เขาเอ่ยเสียงกระซิบ สูดดมกลิ่นกายหอม จากร่างนุ่มนิ่มที่คุ้นเคยอย่างโรคจิต
“พี่ซัน..หยุดนะ!” คนตัวเล็กพูดเสียงสั่น นี่เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่เธออยากจะร้องไห้ ออกมาต่อหน้าเขา ทำไม ทำไมกันทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ในวันแต่งงานพี่สาวด้วย
“โมจิ เกิดอะไรขึ้น” กันต์ รีบพุ่งเข้าไปหาลูกสาวอย่างร้อนใจ ตามสัญชาตญาณของคนเป็นพ่อ รวมถึงญี่ปุ่น แบงค์ และคนอื่นๆ ที่รีบเดินเข้าไปหาน้องทันที
“คุณมาก็ดีแล้ว ผมจะได้ประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ และเชิญแขกทุกคนที่มาในงานวันนี้ให้มาร่วมแสดงความยินดี ในงานแต่งของเราสองคน!” ซันไชน์ประกาศก้าว มองหน้าคนตัวเล็กในอ้อมกอด แล้วยกยิ้มมุมปากปรายตามองหน้ากันต์อย่างเย้ยหยัน
“ต้องขอโทษที่ผม....อาจจะทำอะไรข้ามขั้นตอนไปหน่อย และต้องรีบร้อนเพราะตอนนี้ ว่าที่เจ้าสาวของผมเธอกำลังตั้งท้องลูกของผมอยู่!”
ทุกคนในงานต่างตกใจเมื่อได้ยินเขาพูดออกมาแบบนั้น รวมถึงกันต์เองที่โกรธจนควันออกหู แต่ก็ต้องตั้งสติเพราะวันนี้คือวันดี ไม่อยากใช้ความรุนแรง ไม่อยากฆ่าใครในงานมงคล
“พี่ซัน? หยุดนะ!” โมจิพยายามพูดห้ามแต่เขากลับไม่ฟัง เขาทำแบบนี้อีกแล้ว กี่ครั้งแล้วที่เขาทำให้เสียหน้าแบบนี้
“หรือเธออยากให้ฉัน” แววตาอาฆาตมองไปที่กันต์
“ไม่! ถ้าพี่ทำอะไรแด๊ด โมจิ....ฮื่อ” เขาไม่ปล่อยให้เธอได้เอ่ยอะไรที่ไม่อยากฟัง กลีบปากนุ่มฉกชิงริมฝีปากบางทันทีอย่างเอาแต่ใจ
“มึง!!”
พรึบ!!
ผัวะ!!
ในที่สุดคนเป็นพ่อก็ทนไม่ไหว กระชากตัวซันไชน์ออกจากลูกสาว พร้อมซัดหมัดหนักๆ เข้าที่ใบหน้าหล่อๆ อย่างแรง จนเลือดสีแดงสดไหลกบปาก จนน้องชายต้องรีบเข้ามาดึงตัวไว้
“พี่ใจเย็น มีอะไรไว้ไปคุยกันที่บ้าน” สไนเปอร์เอ่ยขึ้น ถ้าน้องชายและลูกเขยอย่างไรเฟิลอยู่ด้วยตอนนี้ก็คงจะดีกว่านี้ ยังพอจะรู้ว่าไอ้หน้าหล่อคนนี้มันเป็นใครกันแน่ ถึงได้กล้าล้วงคองูเห่าแบบนี้!
“ไม่ต้อง!” ซันไชน์สั่งเสียงแข็ง เมื่อลูกน้องนับสิบกรูเข้าไปหากันต์ ที่กำลังเดือดดาลด้วยโทสะ ส่วนโมจิ ได้แต่ยืนนิ่ง ความรู้สึกหลากหลายวิ่งวนเข้ามาในหัว ไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องตรงหน้ายังไง เมื่อรอบ ๆ ตัวเธอมีแต่เสียงกระซิบนินทาดังขึ้นเรื่อย ๆ กับเรื่องที่เขาบอกว่าตัวเธอเองกำลังตั้งท้อง
“ที่ผมมาวันนี้ ผมจะมากราบขอโทษ ที่ผมทำอะไรใจร้อนไปหน่อย และพรุ่งนี้ผมจะให้ผู้ใหญ่มาจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย! ผมผิด” สายตาคู่นั้นมองไปที่หญิงสาวร่างเล็กที่ได้แต่ยืนนิ่ง
“ลูกผม เมียผม ผมยินดีจะรับผิดชอบทุกอย่าง!!” เขาเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น ก่อนจะเดินเข้าไปหาคนตัวเล็ก ที่ทุกอย่างรอบตัวเธอเหมือนจะหยุดนิ่ง โลกทั้งใบมันแตกสลายเมื่อต้องเจอกับเรื่องแบบนี้
“ว่าง่ายๆ จะได้ไม่มีใครต้องเจ็บตัว” เขาเอ่ยเสียงกระซิบ
“พี่ทำเกินไปแล้วนะ” โมจิได้แต่กำหมัดแน่น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องยอมทำตามกับคำขู่ของคนตรงหน้า
“โมจิ” กันต์มองไปที่ลูกสาว
“โมจิขอโทษค่ะแด๊ด ที่โมจิ...” คนตัวเล็ก ข่มอารมณ์ตัวเองเอไว้ สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ขอโทษผู้เป็นพ่ออย่างรู้สึกผิด
“หมายความว่าไง? ที่มันพูด” กันต์เองก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก เมื่อเห็นท่าทีที่แปลกไปของลูก
“...ค่ะ” คนตัวเล็กได้แต่พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกจากตรงนั้นทันที โดยไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าใคร
“ขอตัวนะครับ” ซันไชน์ยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ เดินตามร่างเล็กออกไป ก่อนที่เธอจะหนีเขาไปอีก....
