เราสามคน
" อุแว้! ๆๆ
เด็กชายร้องไห้และพยายามดึงเสื้อคลุมออกเนื่องจากไม่สามารถสบตากับผู้เป็นแม่
" เกิดอะไรขึ้น
" แกไม่ชอบให้เอาอะไรมาบังหน้าบังตาเวลากินนม
" เอเดน!
" ครับ
" กลับกันก่อนเลยนะเดี๋ยวชั้นขับรถกลับเอง
และไม่นานเหล่าบอร์ดี้การ์ดและลูกน้องของเขาก็พากันกลับไปยังคฤหาสน์ที่เขาอาศัย
" ไปขึ้นรถ
ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวขาขึ้นรถจู่ๆก็มีรถตำรวจตรงเข้ามาจอด
" เดี๋ยวก่อนครับ!
" ไปนั่งรอในรถ
" คือก่อนหน้านี้ผมได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีผู้หญิงกับลูกน้อยกำลังตกอยู่ในอันตรายตรงบริเวรนี้ ไม่ทราบว่าคุณพอมีเบาะแสมั้ยครับ
" ออ สงสัยเป็นการเข้าใจผิดกันครับ อันที่จริงพวกเขาเป็นภรรยาและลูกผมเองครับ พอดีเธองอนแล้วจะพาลูกหนีดังนั้นผมก็เลยให้ลูกน้องตามเธออ่ะครับ ไม่เชื่อก็ดูในรถสิครับเธอกำลังให้นมลูกอยู่
" แต่ทางพลเมืองดีแจ้งว่าพวกเขามีปืน
" ออ ปืนปลอมครับ หรือต่อให้เป็นของจริงพวกเขาไม่กล้ายิงหรอกเพราะลูกกับเมียผมอยู่ในรถ
" ก็จริงนะครับ
" ขอบคุณมากครับที่อุส่ามา
" มันเป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วครับ
" งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ
" เพื่อความแน่ใจขอผมคุยกับภรรยาของคุณหน่อยนะครับ
" เธอกำลังให้นมลูกอยู่ และผมไม่ต้องการให้ใครเห็นมัน
" ครับๆ
พูดจบเขาก็เดินขึ้นรถด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉี่ยว
ในระหว่างที่กำลังขับรถอยู่นั้นเขาก็หันไปมองเธอให้นมลูกเป็นระยะๆ และในบางครั้งเขาก็แอบกลืนน้ำลายลงคอ
" ในรถมีผ้าหรือขวดน้ำมั้ย
เขานิ่งเงียบไม่ยอมหันไปคุยกับเธอ
" คือแกกินอิ่มแล้วแต่น้ำนมไหลไม่หยุดเลย ชั้นขออะไรสักอย่างมารองหน่อยได้มั้ย
" ใช้เสื้อคลุมนั่นไปก่อนสิ
ด้วยความที่ปกติเธอมีน้ำนมเยอะมากจนบางครั้งมันพุ่งใส่หน้าลูกชายและครั้งนี้มันก็เป็นเช่นนั้นนั่นจึงทำให้เธอต้องหาอะไรมารองเพื่อไม่ให้มันเลอะ
" ขอโทษนะที่ทำเสื้อคุณเปื้อนแต่ปกติก่อนให้นมชั้นจะปั้มมันออกก่อนแต่ครั้งนี้มันฉุกเฉิน
" ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาจนเธอรู้สึกเสียวสันหลังอยู่ไม่น้อย
" คุณฮาเตอร์กำลังจะพาเราสองคนแม่ลูกไปไหน
" ก็พาไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่
" แต่พาฝันกับลูกเหมาะกับที่นั่น
" คุณเหมาะกับที่แบบนั้นแค่คนเดียวแต่ไม่ใช่กับลูกชายผม
" ลูก้าไม่ใช่ลูกชายคุณ
" ถ้าไม่ใช่ แล้วตอนนั้นที่คุณยังเป็นคู่นอนผมคุณได้ไปเอากับฝรั่งคนไหนหรือเปล่า
" จะเอาหรือไม่เอาชั้นไม่จำเป็นต้องบอกคุณ
" จำเป็นสิเพราะผมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปตรวจอีเอ็นเอ
" เอาเป็นว่าลูก้าไม่ใช่ลูกคุณ
" แล้วแกเป็นลูกใคร
" ชั้นไม่จำเป็นต้องบอกคุณ
" งั้นก็ตรวจดีเอ็นเอ
" อย่านะชั้นไม่อนุญาต
" ทำไม กลัวหรอ?
" เปล่า
" อย่ามาโกหกให้เสียเวลาหน่อยเลย
" ชั้นไม่ได้โกหก
" ถ้าคิดว่าแกไม่ใช่ลูกผมแล้วคุณจะพาแกหนีทำไม
" ไม่ได้จะหนี
" หยุดโกหกตอแหลสักที! ผมเบื่อที่จะคุยดีกับคุณเต็มทน
" แล้วไงอ่ะ ถ้าแกเป็นลูกของคุณจริงๆแล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาใช้วิธีสกปรกแบบนี้
" อย่าลืมสิว่าคุณใช้วิธีสกปรกกับผมก่อน
" ชั้นใช้วิธีสกปรกอะไรกับคุณ
" ก็คุณลาออกไปดื้อๆโดยไม่ปรึกผมสักคำ อีกอย่างคุณไม่เคยบอกผมเรื่องลูก คุณคิดที่จะเลี้ยงลูกคนเดียวโดยที่ไม่ให้ผมรับรู้ถึงการมีอยู่ของแกเลยหรอ ทำแบบนี้ทำไม ต้องการอะไร
" แล้วคุณเคยทำอะไรกับชั้นไว้ คุณเคยพูดอะไรไว้บ้าง
" ผมทำอะไร พูดอะไร?
" อุแว้! ๆๆๆ
เธอยังไม่ทันได้โต้ตอบอะไรจู่ๆเด็กชายก็ร้องไห้เสียงดังจนทั้งคู่ต้องตัดบทสนทนา
" โอ๋ๆ ไม่ร้องนะคับคนเก่ง
" อุแว้! ๆๆ
" แม่ไม่เสียงดังแล้ว หยุดร้องนะคนเก่ง
เธอคอยปลอบลูกน้อยที่กำลังร้องไห้อยู่สักพักจนกระทั่งเสียงนั้นได้เงียบหายไปและไม่นานก็มีเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นแทน
เมื่อถึงคฤหาสน์หลังใหญ่เหล่าบรรดาคนรับใช้ก็ต่างมึนงงที่เห็นผู้เป็นเจ้านายเดินอุ้มเด็กทารกขึ้นไปยังชั้นบน
" คุณจะพาลูกชั้นไปไหน
" พาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
" แต่แกไม่มีชุดเปลี่ยน
" ไม่ต้องห่วง
" คุณหมายความว่าไง
" อย่าถามเยอะรำคาน นี่ห้องคุณนะ ส่วนนี่เป็นห้องผมกับลูก้า
" ไม่นะ ชั้นจะนอนกับลูก
" ที่นี่บ้านผมคุณไม่มีสิทธิ์เลือกนอน ถ้าเรื่องมากก็ย้ายออกไปอยู่ที่อื่น
" ได้ ชั้นจะย้ายไปอยู่ที่อื่น
" ก็ไปสิ แต่ไปคนเดียวนะห้ามเอาลูก้าไป
" นี่คุณเป็นบ้าไปแล้วรึไง ชั้นเป็นแม่แกนะคุณไม่มีสิทธิ์มาแยกชั้นกับลูก
" ถ้าไม่อยากแยกจากลูกก็ทำตัวดีๆเข้าไว้
" นี่คุณต้องการอะไรกันแน่
" ผมต้องการให้ลูก้าอยู่ในความดูแลของผมแต่เพียงผู้เดียว
" ไม่มีทาง!
" คุณก็รู้ว่าผมสามารถทำได้
" ไม่นะ ถ้าคุณคิดจะทำแบบนั้นชั้นพาแกหนี
" ก็ลองดูสิถ้าคิดว่าทำได้ รอบๆคฤหาสน์นี้มียามเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไหนจะบอดี้การ์ดที่คอยคุ้มกันผมอยู่ดังนั้นคุณหมดหนทางที่จะหนีไปจากที่นี่ และนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคุณจะไม่ได้ออกไปไหน
" แล้วถ้าเกิดชั้นมีความจำเป็นที่จะต้องออกไปข้างนอก อย่างเช่นพาลูก้าไปฉีดวัคซีน
" ผมจะหาหมอดีๆมาฉีดให้ถึงที่เลย
" คุณนี่มันเผด็จการสุดๆ คิดจะขังชั้นกับลูกไว้ในนี้ตลอดชีวิตเลยรึไง
" คุณก็รู้ว่ามีคนจ้องจะเล่นงานผมตลอดเวลา และถ้าพวกมันรู้เรื่องนี้เข้าคุณกับลูกนั่นแหละจะตกอยู่ในอันตราย
เมื่อเธอได้ยินดังนั้นก็รู้สึกห่วงความปลอดภัยของลูกน้อยขึ้นมาทันที
" งั้นคุณก็ปล่อยชั้นกับลูกไปสิ พวกมันจะได้ไม่มายุ่งกับลูก
" ผมต้องการให้ลูกอยู่ที่นี่อยากให้ลูกมีอนาคตที่ดีอยู่ในสภาพแวดล้อมดีๆไม่ใช่อยู่ในที่ที่ทรุดโทรมและแออัดอย่างกับสลัมแบบนั้น
" แล้วไงอ่ะ
" คนเป็นพ่อแม่ต่างก็อยากให้ลูกได้ดีอยู่สุขสบายแต่คุณกลับไม่ห่วงลูกและยังจะพาลูกไปลำบาก
" แต่ว่าชั้นก็ถูกเลี้ยงดูมาแบบนั้น
" นั่นมันคุณแต่นี่ลูกผม ผมต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับแก
" แต่ถ้าแกอยู่กับคุณมันจะไม่ปลอดภัย
" ไม่ต้องห่วงเพราะตราบใดที่ลูกอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้จะไม่มีใครทำอะไรแกได้
" คุณเอาอะไรมามั่นใจว่าไม่มีใครทำอะไรแกได้
" เอาเป็นว่าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย แล้วไปอาบน้ำแต่งตัวซะเพราะจะได้มาดูลูกต่อส่วนผมต้องออกไปข้างนอกคืนนี้
