เที่ยวบาร์โฮสต์
ที่ห้องของจริยสมัย เพื่อนรักของญาธิดา
ตัวอย่างการ์ดแต่งงานของญาธิดากับนรชิตถูกจริยสมัยฉีกจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนที่นางจะเปิดสวิตซ์เครื่องปั่น เสียงเครื่องปั่นผลไม้ดังลั่นไปทั้งห้องในคอนโดหรู
“แกเห็นความละเอียดของมันแล้วใช่ไหม มันป่นปี้ มันไม่เป็นชิ้นดี และมันกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว”
แล้วจริยสมัยก็เดินถือโถเครื่องปั่นในตรงไปทีประตูห้องน้ำ เปิดประตูอ้ากว้าง แล้วเทน้ำในโถปั่นลงไปในชักโครก ก่อนจะกดน้ำทิ้งลงไป
“อดีตย่ะ มันเป็นอดีต ดู ดูสิ ยายตอง มันไม่มีค่า และตอนนี้มันไม่เหลืออะไรแล้ว”
สีหน้าและแววตาของญาธิดาก็ยังเศร้าสร้อย เธอยังทำใจไม่ได้กับการถูกหักหลังในครั้งนี้
สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง เธอผิดหวังกับคนอย่างนรชิตที่ใจร้ายเหลือเกิน ที่ออกปากให้ครองขวัญไปทำแท้ง
“ฉันเห็นด้วยกับน้าจวงและน้าธน ดีแล้วที่แกน่ะเลิกกับไอ้ชาติชั่วคนนั้น ก่อนที่จะถลำแต่งงานกันไป โอ้ย! ฉันนึกถึงวันที่แกจัดงานแต่ง แล้วยายดีเจนั้นมาประกาศกลางงาน โชว์ที่ตรวจครรภ์ แล้วเปิดคลิปให้ทุกคนในงานดู มันสยองมาก ๆ แค่คิดถึงไอ้คนเลวคนนั้น ฉันสะอิดสะเอียนมาก แค่นึกฉันก็ทำให้ขนลุกไปทั้งตัว”
ทำสั่นตัวสั่นหน้า ลูบแขนตัวเองใหญ่เพราะขนลุกขนพอง แต่พอหันมาเห็นหน้าเพื่อนที่เหลือแค่สองนิ้ว แววตาไร้ชีวิตชีวา ก็มีท่าทีอ่อนลง
“เอาเถอะน่ายายตอง ฉันจะเล่าอะไรให้แกฟังในมุมมองความรักของฉันนะ ฉันเคยแต่งงานมาแล้วถึงสองครั้ง แล้วฉันก็หย่ากับไอ้ผัวเฮงซวยของฉันทั้งสองคนเลย ฉันขอบอกแกได้คำเดียวว่า การไม่มีผัวเป็นลาภอันประเสริฐ ทำไม๊ ทำไม ทำไม เราจะต้องเอาตัวเราไปผูกมัดกับไอ้ผู้ชายหน้าโง่พวกนั้น มันเอารัดเอาเปรียบสารพัด แถมยังงี่เง่าปัญญาอ่อน หึ... เห็นผู้หญิงคือเบี้ยล่าง ไม่ว่าจะเป็นผัวหนุ่มหรือผัวแก่ ใช้งานยันเตอย่างกับเราเป็นทาส เนี่ยที่ฉันพ้นมาได้ ฉันต้องยกมือไหว้ท่วมหัว พูดแต่ สาธุ สาธุ ของพระคุณเจ้าขาที่ทำให้อิฉันพ้นบ่วงกรรมพวกนั้น เฮ้อ... ฉันผ่านมันมาแล้ว ฉันบรรลุแล้ว จะไม่กลับไปมีผัวเป็นตัวเป็นตนอีกแน่ ๆ ตอนนี้ฉันคิดอย่างเดียว ผู้ชายน่ะ ก็แค่ที่ระบายอารมณ์ อยากก็ซื้อกิน มีเงินเสียอย่าง” ตบกระเป๋าแบรนด์เนมหรูของตัวเองดัง ๆ
จริยสมัยแต่งงานกับสามีคนที่สองที่แก่กว่าถึงสามสิบปี แล้วก็ได้เงินตอนที่หย่ามามากพอที่จะอยู่แบบสบาย ๆ โดยที่ไม่ต้องทำงานไปทั้งชาติ
“ตอง แกอย่าโง่ รักหรืออยู่กับผู้ชายเพียงแค่คนเดียว จงใช้ชีวิตโสดของแกให้คุ้มเหอะ ตายไปยมบาลท่านถามจะได้ตอบแบบสมใจว่า ใช้ชีวิตคุ้มแล้วค่ะ” ลากเสียงยาว ลิ้นเริ่มพันกัน
“เชื่อฉันสิ เอ๊ะ! หรือแกจะไม่เข้าใจ”
“เอ่อ... คือฉัน” พูดไม่ออก ได้แต่ถอนหายใจ
“ตอง ฉันขอถามแกจริง ๆ เถอะ แกเคยมีอะไรกับไอ้หมวดเลวชาตินั้นหรือยัง” จริยสมัยเปลี่ยนชื่อนรชิตซะเสียเลย
“ยัง”
“เอ้อ... ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องไปเสียใจอะไรให้มากมายหรอก แกยังไม่ได้เสียอะไรไปเลยจริงไหม อย่าศรัทธาในความรักอีกเลยยายตอง เพราะรักแท้ไม่มีอยู่จริง ๆ ตอนนี้นะ คติประจำใจของฉันมีข้อเดียวที่มีต่อพวกผู้ชาย คือ น้ำแตก แล้วเราก็แยกย้ายกันไปคนทาง”
จริยสมัยเป็นคนพูดสนุกปาก พูดจบก็หัวเราะรวน
ญาธิดาได้แต่คิดตาม แต่ก็เข้าใจคนผ่านร้อนผ่านหนาวมีสามีแล้วจะทำตัวแบบนี้ก็ไม่น่าเกลียด แต่สำหรับคนที่อยู่ในกรอบมาโดยตลอดอย่างญาธิดา เธอคงทำใจไม่ได้ที่จะทำตัวแบบนั้น
“มะเพื่อน เราสองคนมาชนแก้วกัน ฉลองให้กับความโสดของแก ยินดีต้อนรับนะคะ แม่เพื่อนสาว ฉันว่า เราต้องทำตัวเป็นแม่เสือที่พร้อมตะครุบเหยื่อ อย่ายอมเป็นเหยื่อให้ไอ้พวกแมวที่คิดว่ามันเป็นเสือมาตะครุบเราเข้าใจไหม”
จริยสมัยปรกติก็พูดมากเป็นต่อยหอยอยู่แล้ว ยิ่งแอลกอฮอล์เข้าปากก็ยิ่งพูดมาก
กริ้ง... แก้วไวน์ในมือของจริยสมัยชนมาที่แก้วไวน์ในมือของญาธิดา
“ดื่มดีกว่าเพื่อน เพื่อความสุขของแก ตอง... แกน่ะหมดทุกข์หมดโศกแล้วนะ ต่อไปฉันขอให้แกมีแต่ความโชคดี ลาจากไอ้เลวที่แสนชั่วคนนั้นไปตลอกาล”
ญาธิดายกแก้วไวน์ขึ้นดื่มลงไปในคออย่างรวดเร็ว ทั้งที่ตัวเธอไม่ใช่คอดื่ม
“ดีมากเพื่อน ดื่มแล้วแกจะกระปี้กระเปา นี่แกจำเรื่องที่ฉันเคยโทรไปเล่าให้แกฟังได้ไหม”
