ตอนที่หนึ่ง อดอยากเพียงนั้นเชียว2 NC
ตอนที่หนึ่ง
อดอยากเพียงนั้นเชียว
อาจารย์หนุ่มเพียงหัวเราะหึหึ แล้วใช้มือข้างหนึ่งดึงสายรัดเอวบางออกอย่างแม่นยำ พาเสื้อคลุมสีหม่นให้เลื่อนหลุดจากไหล่ลงมากองที่เอว
ตามมาด้วยเสื้อตัวในสีขาวบางเบาจนมองเห็นทรวงอกเต่งตึง และจุกสีชมพูซึ่งชูชันดันออกมาหลอกล่อสายตา
เมิ่งเยว่หนิงอ้าปากค้างมองอาจารย์หนุ่มผู้ไม่รอช้าซุกใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราไล่ไปตามซอกคอขาวนุ่มเนียนจนกลายเป็นภาพพัวพันอยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อดอมดมจนพอใจจึงลากริมฝีปากผ่านไปตามแนวกระดูกไหล่มาถึงเนินอกอวบอิ่ม ก่อนมือบางทั้งสองข้างของอาจารย์หญิงจะถูกรวบไว้ด้านหลังเพื่อให้หญิงสาวได้เงยหน้าขึ้นจนก้อนเนื้อสองเต้าเด้งไหว
ซาลาเปานุ่มเด้งลอยหลอกล่อพาให้อาจารย์หนุ่มรีบก้มลงงับเม็ดจุกกลางเต้าเต่งแล้วดูดกลืนอย่างเอร็ดอร่อย
“คิดว่าเจ้าหิวแต่ผู้เดียวหรือ ข้าเองก็หิวมากเช่นกัน”
เมิ่งเยว่หนิงได้ยินอาจารย์ชายกล่าวคำหยอกเย้าพลางส่งริมฝีปากหนารุกไล่กลืนกินเต้าหู้นุ่มพร้อมกับมือใหญ่ที่กอบขยำก้อนเนื้อทั้งสองข้างจนบิดเบี้ยวพาอาจารย์หญิงให้หงายหน้าสูดปากส่งเสียงอืออา
“ฮื้อออ...ดี อู้ววว...”
ชายหนุ่มตวัดลิ้นเลียเม็ดบัวชูชันสลับไปมาทั้งสองข้าง ขณะร่างบางของอาจารย์หญิงหงายแอ่นยกทรวงอกให้เขาได้หยอกเล่น จนบัดนี้เต้าทรวงทั้งสองล้วนเปียกไปด้วยน้ำลาย
เม่งเยว่หนิงเผลอมองตามสายตาของอาจารย์หญิงซูซึ่งก้มลงมองริมฝีปากหนาของอาจารย์ชายหลี่ด้วยความชอบใจ
นางยังดีดดิ้นด้วยสะโพกที่ถูไถไปบนตักแกร่งแล้วหยอกเย้าด้วยเสียงหัวเราะเมื่อรู้สึกได้ถึงของใหญ่ที่พองตัวแข็งขึ้นเป็นลำ
“ฮ่า ฮ่า แข็งแล้วหรือ”
แข็ง?
สายตาบ่งบอกความสงสัยมองเต้าอวบใหญ่ของอาจารย์หญิงซึ่งบัดนี้ไร้สิ่งใดบดบังจึงเด้งไหวน่าเร้าใจนัก
ขณะเมิ่งเยว่หนิงกำลังเพลิดเพลินตะลึงงันอยู่หลังชั้นหนังสือซึ่งคับแคบ จู่ๆ ก็มีมือหนาเอื้อมมาปิดปากพร้อมลมหายใจอุ่นร้อนที่คลอเคลียอยู่ใกล้ซอกคอขาว
“อย่าส่งเสียงดังเด็ดขาด หากอาจารย์ทั้งสองรู้ว่ายังมีคนอยู่ พวกเราต้องโดนลงโทษอย่างหนักแน่”
ศิษย์พี่จาง!
เมิ่งเยว่หนิงตื่นตะลึงรีบหันไปมองใบหน้าของคุณชายหนุ่มผู้เก่งกาจและนิสัยดีจนมีสตรีมากมายในสำนักศึกษาหลงใหลชื่นชอบ
พวกเขาล้วนเป็นลูกศิษย์ในสำนักศึกษาเหวินอู่ แต่เมิ่งเยว่หนิงเป็นเพียงคุณหนูสามของสกุลคหบดีซึ่งเพียงมีเงินแต่ไร้อำนาจ
ส่วน ‘จางเหวิน’ เป็นคุณชายรองของขุนนางใหญ่ซึ่งมีทั้งอำนาจและเงินทอง
พวกเขาจึงไม่ใคร่ได้พูดจาหรือคบหากันมากนัก เรียกว่าเพียงรู้จักกันผิวเผินเท่านั้น
เมื่อต้องมาเผชิญเหตุการณ์ระทึกขวัญ เมิ่งเยว่หนิงจึงตัดสินใจเชื่อฟังและพยักหน้าเพื่อให้เขาปล่อยมือจากริมฝีปากของนาง
แต่ร่างสูงที่ซ้อนอยู่ด้านหลังกลับไม่ได้ถอยห่างออกไปอย่างที่คิด ทั้งยังก้าวเข้าใกล้จนผิวเนื้อแนบสนิทแล้วยังถือโอกาสฝังจมูกเพื่อสูดดมกลิ่นกายสาวพาให้ร่างบางสั่นสะท้าน
“อย่า...”
เสียงแผ่วเบายังไม่ทันเอ่ยต่อก็โดนมือใหญ่ฉวยโอกาสหันแก้มนวลให้เผชิญหน้าพลางกระซิบถ้อยคำแล้วประกบริมฝีปากหนาปิดกลีบปากบาง
“อย่าลืมสิว่าพวกเราต้องเงียบที่สุด”
เงียบ?
นางไม่ได้อยากจะเอ่ยสักคำ แต่เขากลับกำลังหลอกกินปากของนาง
