ซูซ่านถูกข่มขืน
ผ้าสีขาวถูกคาดไว้ที่ปากไม่ให้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือมองไปที่ใดก็มีแต่ความมืดมิดแต่หูของซูซ่านนั้นได้ยินแต่เสียงบุรุษทั้งหลายเหมือนกำลังนั่งดื่มเหล้าอย่างสำราญนางจึงตื่นกลัวมากกว่าเดิมพยายามดิ้นสุดแรงเพื่อหนีออกจากที่นี่
ซูซ่าน “ปล่อยข้านะ “ เสียงรำไห่สั่นเครือในลำคอร้องขอความช่วยเหลือที่แผ่วเบาอย่างสิ้นหวัง ทันใดนั้นก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามาด้านในย่องเบาเข้ามาอุ้มซูซ่านไปนอนราบบนเตียง
แม่เล้า “ข้าหาสตรีมาทดแทนให้ท่านแล้วหวังว่าท่านจะพอใจ “ ปากสีแดงขยับพูดมาจากด้านหลังเพื่อเอาใจชายผู้มีฐานะ
“วันนี่เจ้าทำดีมาก หาสตรีบริสุทธ์ แถมยังสาวหน้าตางดงามมาให้ข้าได้ระเริงเล่นบทรัก ฮ่า ๆ “
แม่เล้า “แค่ท่านพอใจข้าก็ยินดี “ หลังจากพูดจบนางแม่เล้าก็ปิดประตูเดินออกจากห้องไปด้านล่างด้วยความอารมณ์ดี
“มาเป็นของข้าเถิด “ ชายผู้นี้กระชากผ้าที่คาดปากออกแล้วให้โอกาสซูซ่านได้เอ่ยออกมาแค่ชั่วคราว
ซูซ่าน “ ท่านอย่าทำอะไรข้าเลย ปล่อยข้าไปเสียเถิด “ ซูซ่านอ้อนวอนอย่างน่าสงสารแต่มันก็ไม่เป็นผล
“มาเถิด หากเจ้าเป็นของข้า ข้าจะเลี้ยงดูเจ้าอย่างดี “ ทันใดนั้นมันใช้มือกดลำคอซูซ่านแล้วจับล็อกแขนทีละข้างมองเนินอกลงมาจนสุดสายตาทั้งหัวเราะเชยชมร่างกายซูซ่านอย่างบ้าคลั่ง
ซูซ่าน “อย่านะ ปล่อย ?ข้า “ ในขณะที่มันกำลังพยายามจะเร้าอารมณ์ซูซ่าน จู่ ๆ ก็มีชายแปลกหน้าอีกคนเข้าด้วยท่าทางมึนงงเหมือนโดนวางยา ชายผู้นี่เห็นว่านางกำลังตกอยู่ในอันตรายจึงช่วยจัดการชายผู้นั้นจนสลบแน่นิ่งไป
“รีบไปซะ “ ซูซ่านพยักหน้ารีบลุกออกจากเตียงแต่กลับโดนชายผู้นี่กอดเอาไว้
“ช่วยข้าด้วยข้าถูกพิษกู่ “ ซูซ่านพยายามจะขัดขืนสุดท้ายแล้วนางก็ตกเป็นเมียของชายผู้นี่ เมื่อนางรู้สึกตัวขึ้นซูซ่านก็รีบคิดหาทางหนีออกจากที่นี่ ในขณะนั้นนางได้ยินเสียงเฟยเถาร้องตะโกนตามหาท่ามกลางแสงไฟที่มืดมิดอยู่ที่ไหนสักแห่งไม่ไกลมากนัก
ซูซ่าน “ เสียงท่านเฟยเถา “ ซูซ่านไม่รอช้ารีบหาทางเปิดหน้าต่างที่ปิดแน่นในสภาพที่เสื้อผ้าน้อยชิ้นตามลำคอมีรอยแดงและคราบน้ำตาที่ยังไหลอยู่
ปัง ! …? “แย่แล้วเสียงดังเช่นนี่นางแม่เล้าต้องรีบขึ้นมาดูแน่ “ ซูซ่านจับขอบหน้าต่างกวาดสายตามองรอบ ๆ บริเวณด่านล่างเพื่อหาทางลงประจวบเหมาะกับที่เฟยเถากำลังวิ่งม้ามาที่นี่ ซูซ่านจึงโบกมือเพื่อให้เฟยเถามองมา
เฟยเถา “ ซูซ่าน.... นี่มันหอนางโลม “ เฟยเถาขอบตาแผ่วงกว้างทันทีเมื่อเห็นซูซ่านมาอยู่ที่นี่ นิ้วชี้เรียวยาวประทับที่ปากส่งสัญญานบอกเฟยเถาว่าห้ามส่งเสียงลำตัวเริ่มขยับก้าวขาขึ้นยืนบนขอบหน้าต่างอย่างหวาดเสียวจนหัวใจหวาดวิวเริ่มทรงตัวไม่อยู่เฟยเถาเห็นเช่นนั้นจึงเตรียมอ้าแขนรอรับซูซ่าน ทันใดนั้นซูซ่านก็โดดลงโดยที่ไม่ตั้งหลักก่อน ประจวบจังหวะที่ซูซ่านล้มลงทับร่างเฟยเถาจึงไม่บาดเจ็บมากนัก
เฟยเถา “ รีบไปจากที่นี่เสียเถิด “ ทันใดนั้นผู้ควบคุมม้าก็เดินทางมาตามหาเฟยเถาในขณะนั้นพวกเหล้าบุรุษชายทั้งหลายเริ่มทยอยกันออกมา นางจึงไม่พูดอะไรให้มากความแค่มองตาผู้คุมม้า นางรีบพาซูซ่านหนีออกจากที่นี่ทันที เมื่อเดินทางออกมาจากเทศกาลตรุจีนแล้วเฟยเถาเลยสั่งให้ผู้คุมม้านั้นหยุดวิ่งม้าเสียก่อน ทันใดนั้นซูว่านก็หลั่งน้ำตาออกมาโน้มตัวเข้าไปกอดเฟยเถาจนเสียงร้องสะอื้นไม่หยุด
เฟยเถา “ เล่าให้ข้าฟังมันขมขืนเจ้ารึ “
ซูซ่าน “ข้าโดนชายแปลกหน้าขมขืนแค่คนเดียว หากข้าหาทางออกไม่ได้คงได้กลายเป็น โสเพณีให้ชายรุมขืนใจ “
เฟยเถา “เป็นความผิดข้าเองที่ดูแลเจ้าได้ไม่ดีพอ “
ซูซ่าน “ท่านอย่าได้โทษตัวเองเลย หากข้าไม่ดื้อรั้นออกจากเรือนคงไม่เป็นเช่นนี้ “
เฟยเถาโอบกอดซูซ่านสเหมือนเป็นลูกสาวคนหนึ่ง มองสภาพซูซ่านแล้วช่างน่าส่งสารจับใจ รอยเลือดพรมจันทร์เปื้อนด้านหลังกระโปรงเต็มไปหมดตอนนี้นางเหมือนคนสิ้นสติคงต้องใช้เวลาเพื่อรักษาจิตใจให้ดีขึ้น เฟยเถาคิดว่าซูซ่านั้นไม่ควรกลับไปด้วยสภาพเช่นนี้ไม่เช่นนั้นแม่นางคงใจสลายอับอายไปทั้งหมู่บ้าน
เฟยเถา “ เจ้าหยุดร้องไห้แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวเดิมที่เจ้าใส่มา “
ซูซ่าน “หากท่านแม่ข้ารู้นางคงเสียใจมาก “
เฟยเถา “เรื่องนี่ข้าจะคอยช่วยเหลือเจ้าเองไม่ต้องกังวล “ ฝ่ามือบาง ๆ ทั้งสองข้างได้ยื่นมือเข้าไปเช็ดคราบน้ำตาให้หมดจด เพื่อไม่ให้เป็นตราบาปในใจทั้งสองฝ่ายเฟยเถาเลยรับซูซ่านมาเป็นลูกบุญธรรมด้วยความเต็มใจ
