ตอนที่สี่ หนี
ตอนที่สี่
หนี
ยามนั้น นางยืนมองบ่าวชายหลายคนช่วยกันหอบสมบัติของบิดาออกจากห้องอย่างรีบเร่ง ครั้นเห็นนาง พวกเขาจึงทิ้งของบางส่วนไว้แล้วพาตัวเองกระเจิงออกจากจวนโดยไม่เหลียวหลัง
“คุณหนู เหตุใดยังยืนอยู่ตรงนี้ รีบหนีเร็วเข้าเถิดเจ้าค่ะ ทหารของแคว้นหยางบุกเข้ามาในเมืองแล้ว อีกไม่นานคงมาถึงที่นี่”
เสียงของเสี่ยวฉี สาวใช้ของนางเตือนสติให้หญิงสาวกลับเข้าห้องเพื่อช่วยกันรวบรวมสมบัติส่วนตัวใส่ห่อผ้าอย่างลนลาน
“ท่านพ่อเล่า พี่ใหญ่อีกคน พวกเขาร่วมกันกับท่านแม่ทัพคอยช่วยป้องกันประตูเมืองอยู่มิใช่หรือ” เสิ่นเยว่ชิงไม่วายซักถามด้วยความห่วงกังวล
บิดาและพี่ชายกำชับให้นางอยู่แต่ในจวนห้ามออกไปไหน นางจึงไม่รู้เรื่องราวภายนอกสักเท่าใด
“ไม่มีผู้ใดอยู่แล้วเจ้าค่ะ ในเมืองไม่มีทหารของพวกเราเหลืออยู่แล้ว บ่าวชายที่ออกไปหาข่าววิ่งมาบอกว่ายามนี้ทั่วทั้งเมืองมีแต่ทหารของแคว้นหยางเดินกันทั่วไปหมด” คำบอกเล่าของเสี่ยวฉีพาให้มือไม้และขาอ่อนแรงจำต้องทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง
ไม่จริง! เมืองของนางแตกแล้วหรือ
ท่านพ่อ... พี่ใหญ่...พวกเขาล้วนสละชีพเพื่อบ้านเมืองไปแล้วหรือ
เสียงดาบกระทบกันดังแว่วเข้ามาใกล้ขึ้นขณะดวงตาคู่งามพร่าเลือนด้วยน้ำตาที่เอ่อขึ้นอย่างรวดเร็ว
เพียงคิดไปถึงภาพประตูเมืองที่ถูกพังพินาศจากนั้นบิดาและพี่ชายซึ่งเปรียบเสมือนกำแพงหนาที่คอยปกป้องนางเสมอต่างถูกข้าศึกโอบล้อม ฟันแทงไม่เลือกจนเลือดท่วมตัว พลีชีพเพื่อรักษาเมืองไว้เป็นครั้งสุดท้าย
เสิ่นเยว่ชิงจึงก้มหน้าหลั่งน้ำตาด้วยความกระทบกระเทือนใจ
กระทั่งได้ยินเสียงเร่งเร้าจากสาวใช้และเสียงฝีเท้าหนักที่กระทบพื้นดังตึงๆ ทำให้ทุกคนในจวนแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว
เสิ่นเยว่ชิงจึงฝืนใจเข้มแข็งวิ่งไปตามแรงฉุดลากของเสี่ยวชิงก่อนจะสะดุดชายกระโปรงตนเองล้มลงที่ข้างเสาทางเดิน
“พวกเราจะหนีไปทางใด” เสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นเอ่ยแผ่วเบา
“ไปทางด้านหลังดีกว่าหรือไม่เจ้าคะ” เสี่ยวชิงพยายามช่วยคุณหนูของนางยันตัวลุกขึ้นแต่จังหวะนั้นเองเงาสูงใหญ่น่ากลัวก็ทาบทับลงมา
“จะหนีไปทางใดพวกเจ้าก็หนีไม่พ้นแล้ว”
เพียงเงยหน้าขึ้นมองเห็นร่างในชุดเกราะเปื้อนฝุ่นดินมีคราบเลือดเปื้อนเป็นหย่อมทั้งยังถือดาบชุ่มเลือดหยดน้ำสีแดงลงบนพื้นอย่างไม่แยแส เขากำลังใช้ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกเกราะจ้องมองมาดั่งนักล่าตรวจสอบเหยื่อชั้นดี
คุณหนูแห่งจวนเจ้าเมืองและสาวใช้ตัวน้อยจึงตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
‘อวี้หยุน’ แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหยางผู้บุกตีไล่สังหารแม่ทัพของอีกฝ่ายจนสิ้นชีพมองร่างทั้งสองที่ก้มหน้าหลบสายตาพลางคิดไปถึงยามที่เขากระโจนขึ้นหลังม้าอาศัยทหารใต้สังกัดเปิดทางแล้วพุ่งตรงมายังจวนเจ้าเมืองอย่างรู้จุดหมาย
นั่นเป็นเหตุการณ์หลังจากที่ทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามารายงานเรื่องซึ่งไม่คาดคิด
“ท่านแม่ทัพ! ไม่พบศพเจ้าเมืองกับบุตรชายขอรับ ดูเหมือนพวกเขาจะหนีออกไปทางลับใต้กำแพงเมืองแล้ว”
อวี้หยุนหรี่ตาขบเม้มปากบ่งบอกความขัดเคืองด้วยเมื่อครู่ยามต่อสู้กับทหารของอีกฝ่ายยังมองเห็นสองคนนั้นยืนอยู่บนกำแพงชัดๆ
ไม่คิดว่าพวกเขาจะกล้าละทิ้งเมืองหลบหนีออกไปอย่างขี้ขลาดสร้างความยุ่งยากในการยึดครอง
มือใหญ่ที่กำแน่นถึงกับเหวี่ยงไปในอากาศเมื่อทหารผู้นั้นยังคงรายงานหน้าตาตื่น
“มีคนเห็นว่าหอบของบางอย่างไปด้วย น่าจะเป็นตราประจำเมือง คงออกจากเมืองก่อนพวกเราจะบุกถึงกำแพงชั้นในไม่นาน”
“รีบตามหาและไล่ล่าอย่าให้หลุดรอดไปได้ ไม่ว่าอยู่หรือตายก็ต้องนำของนั่นกลับมา เข้าใจหรือไม่” คำสั่งดุกร้าวถูกประกาศดังโดยมีทหารกองหนึ่งกระโจนขึ้นม้าควบไปปฏิบัติตามคำสั่ง
