บท
ตั้งค่า

ตอนที่สี่ หนี2

ตอนที่สี่ หนี

เพียงคิดถึงการที่เจ้าเมืองหอบตราประจำเมืองหนีไปย่อมทำให้สถานการณ์ยุ่งยากขึ้น ทั้งเขาในฐานะแม่ทัพใหญ่ยังอาจโดนตำหนิ อวี้หยุนจึงยิ่งโมโหออกคำสั่งไล่ล่าอย่างไม่สนเป็นตาย

ต้องไม่ลืมว่าตราประจำเมืองประดุจคำสั่งของเจ้าเมืองซึ่งใช้ลงนามเอกสารทุกอย่างรวมทั้งการรับรองผู้ปกครองเมืองคนใหม่

พูดง่ายๆ ก็คือไม่มีตราย่อมไม่มีอำนาจในมือแม้เขาจะบุกเอาชนะด้วยกำลัง แต่การบริหารเมืองอาจทำไม่ได้เต็มที่

ที่สำคัญก็คือเจ้าเมืองที่หนีไปอาจใช้ตราเพื่อเข้าหาเมืองพันธมิตรขอความช่วยเหลือ ทั้งยังสร้างความชอบธรรมในการระดมกองกำลังเพื่อบุกยึดเมืองกลับคืน

นั่นย่อมเป็นเรื่องที่ทำให้เขาต้องไล่ตามไปปิดงานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหายุ่งยาก

ประตูไม้แกะสลักของจวนเจ้าเมืองจึงถูกถีบพังเป็นอย่างแรกเพื่อระบายอารมณ์โกรธก่อนที่เขาจะออกคำสั่งให้ระดมรื้อค้นให้ทั่วจวนเพื่อหาของสำคัญเผื่อว่าอาจจะยังอยู่

กระทั่งตามหาจนพบร่างบอบบางของหญิงสาวซึ่งมีคนชี้บอกว่าคือคุณหนูคนเดียวของเจ้าเมือง

มือหนาจึงเอื้อมคว้าข้อมือบางที่ยังสั่นไม่หยุดดึงเข้าหาตัวอย่างง่ายดายราวกับจับลูกไก่ มืออีกข้างจับไหล่เล็กบีบยึดเอาไว้มั่นเพื่อไม่ให้ดิ้นหนี

“เจ้าเมืองกับบุตรชายล้วนหนีไปแล้ว ส่วนเจ้า...คงหนีไม่ทันหรือไม่ก็โดนทิ้งสินะ” เสียงทุ้มเย็นชาดังเชือดเฉือนด้วยแววตาสะท้อนแสงจากเปลวเพลิงที่ลุกโหมอยู่ด้านนอก

เสิ่นเยว่ชิงชะงักการดิ้นรนเมื่อได้ยินคำว่า “หนี” ซึ่งกระแทกเข้าใส่ดั่งค้อนใหญ่ทุบลงตรงกลางหน้าอกทำให้หายใจไม่ออก

ดวงตาแดงก่ำเบิกขึ้นช้าๆ พลางถามย้ำ

“หนี?”

“ใช่ บิดาและพี่ชายของเจ้าล้วนทิ้งเมือง ทิ้งผู้คน รวมทั้งเจ้าเอาไว้อย่างขลาดเขลาแล้วเปิดก้นหนีไปโดยใช้ทางลับใต้กำแพงแล้ว”

หัวใจที่เพิ่งแตกสลายเพราะคิดว่าคนในครอบครัวล้วนตายไปแล้วกลับเจ็บขึ้นมาใหม่

ครั้งนี้ช่างเจ็บลึกกว่า เจ็บจนชา

น้ำตาไหลอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงัน ไม่ใช่ด้วยความเศร้าเพียงอย่างเดียวแต่เป็นความรู้สึกที่ปนกันยุ่งเหยิง ทั้งเจ็บปวด เสียใจ ขมขื่น และผิดหวัง

เสิ่นเยว่ชิงเงยหน้าที่น้ำตายังไหลกลั้นสะอื้นแล้วถามย้ำช้าๆ ทีละคำอีกครั้งราวต้องการตอกย้ำความรู้สึกเจ็บลึกดั่งกลืนเศษแก้วลงไปในส่วนลึกของจิตใจ

“พวกเขา…เลือกทิ้งเมือง…ทิ้งชาวบ้าน...แล้วก็ทิ้งข้าไว้ข้างหลังงั้นหรือ”

อวี้หยุนมองสตรีที่ทำท่าทางราวใจแตกสลายด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนก่อนจะตอบราวสะใจที่ได้เห็นความเจ็บปวดจากบุตรสาวของคนขี้ขลาด

“เดิมทีเจ้าคงเสียใจที่พวกเขาตายแต่เหตุใดจึงเสียใจยิ่งกว่าเมื่อรู้ว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่เล่า” ชายหนุ่มเอ่ยนิ่งๆ สายตาคมยังคงจับจ้อง

เสิ่นเยว่ชิงไม่ตอบ มีเพียงน้ำตาที่หยดลงบนหลังมือที่กำชายเสื้อตนเองไว้แน่น

และในความเงียบนั้น ความผิดหวังค่อยๆ กลายเป็นความเย็นชาที่คืบขึ้นในดวงตาเมื่อได้ยินประโยคคำถาม

“ตราประจำเมืองถูกเก็บไว้ที่ใด หากเจ้ายอมมอบออกมา ข้าจะยอมไว้ชีวิต”

“ข้าจะพาไปหยิบก็แล้วกัน”

น้ำเสียงที่พยายามคุมให้เรียบนิ่งเรียกสายตาแปลกใจจากแม่ทัพตัวใหญ่

สตรีนางนี้สมเป็นบุตรสาวเจ้าเมือง แม้อยู่ในสถานการณ์คับขันที่ไม่อาจสู้แต่กลับไม่กรีดร้องโวยวายตะโกนด่าว่าด้วยความสิ้นหวัง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel