บทที่ 4
หลังจากถ่ายเสร็จ โยวโยวก็โทรมาเช็กความคืบหน้าทุกวัน
แต่ละครั้งมักจะพูดมากในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็ให้ฉันได้ยินเสียงของเธอกับลี่เย่ากำลังจีบกันจากปลายสาย
ฉันพูดไม่ออก แต่เธอเป็นลูกค้า ฉันจึงไม่อาจตัดสายได้
ได้แต่มองการแสดงของพวกเขาอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น
ทว่า ฉันยังไม่สามารถเพิกเฉยต่อการมีตัวตนของพวกเขาทั้งสองคนโดยสิ้นเชิงได้
โดยเฉพาะในระหว่างที่แต่งภาพ ฉันจะต้องขยายภาพทีละน้อย และมองทุกรายละเอียดบนใบหน้าของพวกเขา
เมื่อมองใบหน้าของลี่เย่า ขนตา เส้นผม แม้กระทั่งรอยโค้งเวลายิ้มตรงมุมปาก ล้วนแต่เป็นภาพที่คุ้นเคยอย่างดี
เพราะถึงอย่างไร นี่ก็คือคนที่ฉันรักตลอดช่วงวัยหนุ่มสาว
เขาเคยเป็นแสงสว่างในชีวิตของฉัน
ยิ่งความทรงจำพันกันยุ่งเท่าไร ฉันก็ยิ่งปวดหัวมากขึ้นเท่านั้น
แต่จนใจที่โยวโยวเรียกร้องสูงมาก ดังนั้นฉันก็ได้แต่อดทนต่อความเจ็บปวดแต่งภาพไปทีละนิด
ในที่สุดก็แต่งภาพเสร็จตามเวลาที่กำหนด
ฉันก็ได้รับเงินก้อนสุดท้ายเพื่อใช้ในการผ่าตัด
ในขณะที่ฉันอยากจะพักสักหน่อย
โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง โยวโยวโทรมา
“คุณหลิน แต่งรูปของเราเสร็จแล้วใช่ไหม ฉันจำได้ว่าคุณมีบริการจัดส่งถึงที่ ช่วยมาส่งที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ด้วยนะ”
โยวโยวร่ายจนจบ แทบจะไม่ให้โอกาสฉันได้ปฏิเสธ
ฉันก็ได้แต่ทำตามที่เธอบอก
อาจเป็นเพราะเหนื่อยเกินไป หรืออาจเป็นเนื้องอกอาการรุนแรงมากขึ้น
ฉันจึงเผลอหลับบนรถแท็กซี่ ถึงขั้นฝันเห็นลี่เย่ากับฉันในวัยเยาว์กำลังวิ่งเล่นอยู่บนทุ่งหญ้า
“คุณผู้หญิงครับ ถึงโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์แล้วครับ”
ฉันสะบัดศีรษะ พยายามทำให้ตื่นตัวสักหน่อย แต่คาดไม่ถึงว่าจะรุนแรงไปหน่อย สะบัดจนฉันเป็นลม
ฉันพักอยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรมครู่หนึ่งถึงจะมีแรงลุกขึ้นยืน
ฉันรู้ว่าอาการป่วยของฉันแย่ลงเรื่อย ๆ
ฉันกัดฟันเดินไปถึงห้องของพวกเขา หลังจากกดกริ่งแล้วก็ไม่มีใครมาเปิดประตู
แต่ถึงแม้ตอนที่ฉันยืนอยู่ตรงประตู ฉันก็ได้ยินเสียงนัวเนียที่ดังคลุมเครือของพวกเขา
ฉันยิ้มอย่างขมขื่น นี่กำลังแสดงหนังโป๊ให้ฉันดูรึไง?
ฉันกดกริ่งประตูอีกครั้ง
ระหว่างที่รอ ฉันรู้สึกได้ว่าหัวใจกำลังเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งหายใจก็ยิ่งถี่รัว ฉันรู้ว่าจะต้องรีบออกจากที่นี่และไปโรงพยาบาลทันที
น่าเสียดายที่ยังไม่มีใครเปิดประตู
ฉันตบประตูแรงๆ อีกครั้ง ประตูถึงจะเปิดออก
โยวโยวดูเหมือนเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ เสียงของเธอฟังดูเกียจคร้าน และหายใจหอบเล็กน้อย
“ฉันขอโทษ คุณหลิน คุณก็รู้ อาเย่าเขานานไปหน่อย”
ลี่เย่ายังยืนมองฉันอยู่ตรงประตู สวมเสื้อคลุมอาบน้ำผูกหลวมๆ รอยจูบบนหน้าอกลึกตื้นไม่เท่ากัน
ฉันเบือนสายตาออก ยื่นรูปไปให้
"แต่งรูปเสร็จแล้ว หวังว่าพวกคุณจะ..."
ยังไม่ทันพูดจบ ฉันก็หมดสติไป เสียงสุดท้ายที่ดังในหูก็คือเสียงลี่เย่าตะโกนอย่างตึงเครียดและร้อนรน
“น่าน่า!”
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ฉันก็อยู่บนเตียงในโรงพยาบาลแล้ว ฉันมองข้างเตียงโดยไม่รู้ตัว ไม่มีใครอยู่จริง ๆ
แต่ฉันได้ยินเสียงไม่ปะติดปะต่อตรงทางเดิน
“เธอเป็นโรคอะไร?”
“ท่านมีความเกี่ยวข้องกับคุณหลินยังไงกัน”
“ฉันเป็นเพื่อนของเธอ”
“ถ้าเช่นนั้นต้องขอโทษด้วย เราไม่สามารถแจ้งให้ท่านทราบถึงอาการของผู้ป่วยได้ หากไม่ได้รับความยินยอมจากเธอ”
……
“แต่คุณหลินน่าจะจะตื่นแล้ว ท่านจะเข้าไปเยี่ยมด้วยกันไหม?”
“ไม่ล่ะ”
เพื่อนคนหนึ่ง แค่นั้นเองเหรอ
แต่ฉันไม่มีเวลามาเสียใจแล้ว ฉันรู้ว่าฉันจะต้องเผชิญกับเรื่องที่ร้ายแรงกว่านี้
“คุณหลิน เนื้องอกของคุณใหญ่ขึ้นอีกแล้ว คุณจะต้องได้รับการผ่าตัดทันที”
“ได้ค่ะ รีบผ่าตัดให้เร็วที่สุดเถอะ ฉันหาเงินได้พอสำหรับค่าผ่าตัดแล้ว”
หมอพยักหน้า กำชับพยาบาลอีกสองสามคำแล้วออกไป
ฉันเหม่อลอยมองเพดาน ความทรงจำทั้งหมดในสมองก็ทะลักออกมา
บางที พวกมันก็อาจจะกลัวโดนทอดทิ้ง
แต่การลืมก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเจ็บปวดเสมอไป
บางทีการลืมลี่เย่าถึงจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ฉันจะไม่มีทางจำได้ว่าเคยถูกเขาทอดทิ้งอีก ฉันจะไม่แอบทำร้ายร่างกายตัวเองเพื่อเขาอีก และฉันจะไม่เสียน้ำตาให้เขาอีก
หลังจากนี้ไป ทั้งชีวิตของฉันมีแต่ฉันเท่านั้น
ตอนที่ฉันลงนามในหนังสือยินยอมรับการผ่าตัด ฉันไม่มีความลังเลใจแม้แต่น้อย
ลาก่อนลี่เย่า ลาก่อนช่วงวัยหนุ่มสาวที่จากไปแล้ว
