ตอนที่5 ยังรักอยู่
การใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่เรียกว่าเรือนหอของเม็ดพลอยนั้นดูไร้ตัวตนและเป็นส่วนเกินไม่น้อย ตั้งแต่วันนั้นที่อัศวินได้กรอกยาขับเลือดให้เธอเขาก็ไม่เคยเผชิญหน้าเธอเลย แต่การไม่เผชิญหน้านั้นเธอรู้ว่าเขาไม่ได้รู้สึกผิดจนไม่กล้าสู้หน้า แต่มันเป็นเพราะเขาไม่อยากเจอหน้าเธอมากกว่า การเดินสวนกันในบ้านหลังเดียวกันของสามีภรรยาเธอคืออากาศธาตุสำหรับเขา มื้ออาหารไม่ได้ร่วมโต๊ะกัน นอนแยกห้องกัน ไร้การพูดคุยกันหากไม่มีเรื่องจำเป็นหรือเรื่องไม่พอใจที่เขามีต่อเธอ เพราะแบบนั้นไม่ถามหาความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นของเธอกับเขา เพราะมันมีแต่แย่ลงเรื่อย ๆ
แต่เม็ดพลอยก็เลือกจะยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ หลังจากเธอพักฟื้นร่างกายและจิตใจกับการสูญเสียในสิ่งที่เกิดขึ้นได้เธอก็ไม่อยากอยู่เฉยแบบนี้อีกต่อไป และวิธีแก้เบื่อของเธอก็คงไม่พ้นการหาอะไรทำให้ไม่ต้องคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ และนั่นก็คือการออกไปหางานทำ
แน่นอนว่าครอบครัวสามีมีบริษัทใหญ่โต และครอบครัวเธอก็มีบริษัทด้วยเช่นกัน แต่หลังจากเกิดเรื่องที่เธอทำผิดกับพี่สาวอย่างไม่ได้ตั้งใจและถูกตำหนิจากพ่อแม่ไปแล้ว อย่าว่าแต่จะให้เธอไปทำงานที่บริษัทครอบครัวตัวเองเลยแม้แต่จะกลับบ้านเธอก็ไม่กล้าด้วยซ้ำ สุดท้ายเธอก็เลือกจะไปหางานที่อื่นด้วยตัวเองน่าจะรู้สึกสบายใจมากกว่านี้
“ทำไมถึงได้ออกมาหางานเองแบบนี้ล่ะ” ภูผา รุ่นพี่ที่เธอรู้จักและเป็นหนึ่งในกรรมการระดับสูงเนื่องจากพ่อของเขาดำรงตำแหน่งประธานอยู่ที่นี่เอ่ยถามเธอขึ้น
“อยากพิสูจน์ความสามารถตัวเองมั้ง” เม็ดพลอยไม่อยากพูดถึงเรื่องภายในออกไปเลยบอกแค่ส่วนหนึ่งของเหตุผลออกไปกับรุ่นพี่ที่เธอรู้จัก
“แล้วถ้าพี่รับทำงานจะคิดว่าพี่ใช้เส้นไหม” ภูผาได้ยินแบบนั้นก็ถามติดตลก
“แล้วพี่ภูใช้เส้นรับพลอยจริงหรือเปล่าคะ” เม็ดพลอยย้อนถามกลับไปด้วยความอยากรู้เหมือนกัน
“ไม่หรอก พี่รู้ว่าพลอยเก่ง” ภูผาพูดขึ้นตามที่เขาพอจะรู้จักรุ่นน้องตรงหน้าของตัวเองในสมัยเรียน
“ถ้าเป็นแบบนั้นพี่จะรับพลอยทำงานเเหรอ” เม็ดพลอยได้ยินก็ย้อนถามออกไปอีกครั้ง
“รับสิ ไม่รับจะโทรเรียกแบบนี้เเหรอ” ที่เขาโทรเรียกมาแน่นอนว่าไม่ใช่การโทรเรียกมาสัมภาษณ์อยู่แล้ว แต่เป็นการโทรเรียกเพื่อมาบอกให้เธอรู้ว่าเขารับเธอทำงานแล้วนั่นเอง
“ง่ายขนาดนี้รับเพราะบอกว่าพลอยเก่งหรือใช้เส้นกันแน่” เม็ดพลอยพูดติดตลกออกไป เพราะตั้งแต่มาถึงเขาก็ไม่ได้ถามอะไรเกี่ยวกับงานเลยสักนิด พูดคุยไม่กี่ประโยคก็บอกว่ารับเธอแล้ว
“ก็บอกไปแล้วว่ารู้ดีว่าพลอยเก่งและตั้งใจแค่ไหน ยิ่งเรารู้จักกันแบบนี้ถ้าได้ทำงานด้วยกันน่าจะเข้าใจกันได้ดี” ภูผายังคงบอกเหตุผลเดิมในการรับเธอเข้าทำงานง่าย ๆ ออกไปอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณนะคะ พลอยสามารถเริ่มงานได้วันไหนคะ” เม็ดพลอยก็ไม่อยากถามเซ้าซี้อะไรอีกเอ่ยขอบคุณและถามออกไป
“พลอยพร้อมวันไหนก็เริ่มได้เลย”
“งั้นพลอยเริ่มงานพรุ่งนี้เลยแล้วกัน” เพราะเธอไม่อยากอยู่บ้านเป็นส่วนเกินอีกแล้วเหมือนกัน
“ได้ งั้นพรุ่งนี้ก็มารอพี่ที่ห้องแล้วกัน” เพราะเขารับเธอมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวทั้งที่มีเลขาอยู่แล้ว ทั้งที่ไม่ใช่ตำแหน่งที่เธอสมัคร นั่นเลยทำให้เขาให้เธอขึ้นมารอเขาที่นี่นั่นเอง
“ค่ะ” เม็ดพลอยที่รู้ว่าเขารับเธอในตำแหน่งอะไรพร้อมกับได้รับเหตุผลจากเขาว่าช่วงนี้เขางานเยอะมากและเลขาทำอะไรไม่ทันจริง ๆ เขาจึงอยากได้ผู้ช่วยที่สามารถทำงานให้เขาได้ทั้งภายในและภายนอกบริษัทอีกทั้งยังสามารถทำเรื่องส่วนตัวแทนเขาในบางเรื่องได้ด้วยจึงอยากได้ผู้ช่วยส่วนตัวเพิ่มนั่นเอง
หลังจากเม็ดพลอยคุยเรื่องงานเสร็จก็ออกจากบริษัทของภูผามาและตั้งใจจะไปห้างสรรพสินค้าเพื่อเดินเล่นแก้เบื่อสักหน่อย แต่แล้วโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นพร้อมกับชื่อที่โชว์หน้าจอที่ทำให้เธอยังรู้สึกผิดและติดค้างอยู่ไม่หาย
“ว่าไงพี่ลิน” แต่สุดท้ายเม็ดพลอยก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะปฏิเสธสายของพี่สาวตัวเองได้จึงกดรับและกรอกเสียงที่พยายามเป็นปกติที่สุดออกไป
(มาหาพี่ที่ร้านกาแฟหน่อยได้ไหม พี่มีเรื่องอยากให้เราช่วยน่ะ) น้ำเสียงของพี่สาวที่ใช้คุยกับน้องสาวอย่างวันวานเอ่ยออกมาอย่างไร้ความเกลียดชัง
“ได้ เดี๋ยวพลอยไป” เม็ดพลอยรับคำอย่างง่ายดายก่อนจะวางสายและขับรถไปยังร้านกาแฟที่พี่สาวเธอนัดหมายในทันที
และเรียกได้ว่านี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่หลังแต่งงานเลยก็ว่าได้ที่สองพี่น้องได้เจอหน้ากันอีกครั้ง แน่นอนว่าคนทำผิดอย่างไม่ได้ตั้งใจอย่างเม็ดพลอยย่อมวางตัวไม่ถูกและไม่กล้าสู้หน้าพี่สาวตัวเองเท่าไหร่นัก
“เลิกทำตัวแบบนี้สักทีได้ไหม พี่เห็นแล้วอึดอัด” เป็นไพลินที่ต่อว่าน้องสาวออกไปอย่างไม่พอใจเท่าไหร่กับท่าทีของน้องสาวเธอ
“แล้วจะให้พลอยยิ้มร่าให้พี่งั้นเเหรอ” เม็ดพลอยแย้งออกไปอย่างไม่เต็มเสียงนัก
“เรื่องนี้จะโทษใครคนเดียวก็ไม่ได้หรอก อีกอย่างตอนนี้พลอยกับพี่วินก็แต่งงานอย่างถูกต้องกันแล้ว พี่ไม่มีสิทธิ์อะไรตรงนั้นแล้ว” ไพลินเอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น
“แต่พี่วินยังรักพี่ลินอยู่นะ”
เม็ดพลอยได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้สบายใจขึ้นเลยสักนิดอีกทั้งอธิบายให้พี่สาวเธอได้รู้ว่าเขาคนนั้นก็ยังรักและคิดถึงเธออยู่เหมือนกันเพราะเธอรู้ดีว่าพี่สาวของเธอยังไม่มีทางตัดใจจากอัศวินได้อยู่แล้ว เรื่องพึ่งเกิดได้แค่เดือนกว่า ๆ ใครจะเลิกรักและคำนึงหาคนที่คบกันมาหลายปีแบบนั้นได้กันล่ะ เพราะแม้แต่อัศวินเองก็ยังคิดถึงพี่สาวเธออย่างสุดหัวใจ
เพียงแต่
“เลิกพูดเรื่องของพี่กับพี่วินได้แล้ว ไม่ว่ายังไงพี่กับพี่วินก็ไม่มีทางเป็นเหมือนเดิมได้อีกเพราะพี่วินแต่งงานกับน้องสาวพี่แล้ว...” ไพลินพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “ที่สำคัญกว่านั้นคือพี่กำลังจะแต่งงานกับพี่อิส”
