บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 กำไลมิติสมุนไพร

บทที่ 5

กำไลมิติสมุนไพร

เวลาล่วงเลยผ่านไปสามวันลั่วชิงที่ทำตามคำสั่งสำเร็จได้นำสมุดเล่มหนามาวางลงตรงหน้าผู้เป็นนายหญิงของตน ด้านในเต็มไปด้วยรายชื่อของบ่าวรับใช้และทหารในจวน รวมทั้งคำบรรยายเรื่องราวบทลงโทษอันโหดร้ายที่พวกเขาได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างละเอียด

เว่ยหว่านหนิงนั่งอ่านเนื้อหาด้านในอย่างตั้งใจ แต่ทว่ายิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกคลื่นไส้กับบทลงโทษแสนโหดร้ายของร่างเดิม จนนางอดไม่ได้ที่จะสบถด่าอีกฝ่ายในใจอยู่หลายครั้ง

เว่ยหว่านหนิงจากพฤติกรรมทั้งหมดนี่ของเจ้าไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะโกรธแค้นถึงเพียงนั้น

“นี่คือรายชื่อทั้งหมดใช่หรือไม่?”

“เพคะ นี่คือรายชื่อของคนรับใช้และทหารในจวนที่บ่าวรวบรวมมาทั้งหมด”

“ยังไม่มีใครในจวนเสียชีวิตเพราะถูกลงโทษใช่หรือไม่” เสียงของนางเย็นขมขณะมือบางชิงบิดปลายกระดาษ

ลั่วชิงได้ฟังคำถามก็คุกเข่าเล็กน้อยพลางก้มหน้าเอ่ยตอบผู้เป็นนาย

“เพคะ แม้ทุกคนจะถูกลงโทษรุนแรงจนบาดเจ็บสาหัสแต่ตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดเสียชีวิตเพคะ”

หญิงสาวนิ่งไปชั่วขณะพลางคิดถึงเนื้อหาในนิยายที่เคยบรรยายว่า เว่ยหว่านหนิงที่ได้รับข่าวว่าพระเอกและนางเอกที่อยู่เมืองหลวงกำลังเข้าสู่พิธีมงคลก็พลันเกิดโทสะในใจ ในจังหวะนั้นมีเด็กชายวัยหกขวบบุตรชายของบ่าวในจวนวิ่งซนมาชนนาง

สุดท้ายเว่ยหว่านหนิงก็ระบายโทสะใส่เด็กน้อย นางสั่งลงโทษโยนเด็กชายลงในบ่ออสรพิษโดยห้ามผู้ใดเข้าไปช่วยเหลือ สุดท้ายเด็กคนนั้นก็ถึงแก่ความตาย....

“โชคดีที่ข้าเข้ามาอยู่ในร่างก่อนที่เรื่องนั้นจะเกิดขึ้น...” หญิงสาวพึมพำกับตนเองแผ่วเบา

ร่างบางปิดสมุดลงพลางย่างกายเดินไปยืนที่ริมหน้าต่าง นัยน์ตาคู่สวยมองเกล็ดหิมะที่กำลังละลายบ่งบอกถึงการเปลี่ยนฤดูและนั่นหมายถึงจุดจบของนางตามนิยายต้นฉบับใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว

ข้าควรเริ่มลงมือเปลี่ยนแปลงได้แล้วก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป...

“ลั่วชิงเชิญท่านหมอไปรักษาคนที่ได้รับบาดเจ็บ” เว่ยหว่านหนิงเอ่ยเสียงนิ่งแต่หนักแน่น “บอกท่านหมอว่าจงรักษาทุกคนอย่างสุดความสามารถ”

“เพคะ”

ลั่วชิงโน้มกายรับคำสั่งก่อนด้วยรอยยิ้มเพราะนี่นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับทุกคน หญิงสาวรีบเดินออกมาจากห้องรีบเร่งฝีเท้าไปยังโรงหมอที่อยู่เรือนอีกฝั่งของจวนอ๋องเพื่อทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย

แสงอาทิตย์ยามอัสดงค่อย ๆ ลับหายไปเหลือเพียงเงาสลัวปกคลุมทั่วจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง ความเงียบสงัดแผ่คลุมราวกับเวลาหยุดนิ่งทว่ารอบนอกยังคงมีเหล่าทหารมากฝีมือผลัดเวรยามเดินตรวจตราเป็นระยะ ๆ เสียงก้าวเท้าเป็นจังหวะสม่ำเสมอขับกล่อมยามค่ำให้มั่นคงและปลอดภัย

ภายในห้องนอนหรูหราเว่ยหว่านหนิงขดกายอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าที่มักเต็มไปด้วยความระแวดระวังยามนี้กลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเล็กน้อยคล้ายกำลังจมดิ่งสู่ห้วงฝันอันอบอุ่น

“หว่านหนิง”

เสียงแผ่วหวานดังขึ้นท่ามกลางหมอกสีขาวขุ่นรอบกาย เว่ยหว่านหนิงหันขวับไปทางต้นเสียง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างก่อนจะพรั่งพรูด้วยหยาดน้ำตา

ใบหน้านั้น...นางจำได้ดี

“แม่!” เสียงร้องเรียกเต็มไปด้วยความโหยหา หญิงสาวโผเข้าไปสวมกอดหญิงวัยกลางคนน้ำตาไหลพรากไม่หยุด

ไป๋หยางชิงโอบกอดบุตรสาวแนบแน่นประหนึ่งกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วอีกฝ่ายจะหายไปอีกครั้ง ริมฝีปากของนางพรมจูบลงบนศีรษะลูกสาวดวงตาอ่อนโยนพร่ามัวด้วยน้ำตา

“เด็กดีเหนื่อยมากใช่ไหม แม่...แม่ขอโทษที่ทิ้งลูกไว้เพียงลำพัง”

ไป๋หยางชิงเอ่ยออกมาน้ำเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาคู่สวยยามนี้ฉายแววรู้สึกผิดที่ตนเองประสบอุบัติเหตุจากไปอย่างกะทันหันทิ้งให้บุตรสาววัยสิบแปดใช้ชีวิตเพียงลำพังบนโลก

“ไม่...หนูไม่เคยโทษแม่เลย แค่ได้เจอแม่อีกครั้ง...หนูก็ดีใจที่สุดแล้ว” หว่านหนิงสะอื้นไห้น้ำตาไหลอาบแก้มแต่มุมปากยังยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

บรรยากาศรอบกายอบอวลด้วยความรัก ความคิดถึง และความโหยหาอันเนิ่นนาน ทั้งสองแม่ลูกโอบกอดกันแน่นไม่อยากให้เวลานี้ผ่านไป

ไม่นานนักไป๋หยางชิงค่อย ๆ ดึงกำไลหยกเขียวเนื้อดีที่ตนเองสวมใส่อยู่บนข้อมือออกมา กำไลวงนั้นเนื้อหยกสุกปลั่งราวหยดน้ำค้างต้องแสงอรุณ ลวดลายภายนอกเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความสง่างาม เมื่อพลิกดูด้านในจะเห็นตัวอักษร “ไป๋” ที่ถูกสลักไว้อย่างประณีตและบรรจง

“นี่คือกำไลประจำตระกูล เพราะแม่จากไปกะทันหันจึงไม่ได้ส่งต่อให้ลูก ตอนนี้แม่มีโอกาสแล้ว หว่านหนิง ลูกต้องสวมกำไลวงนี้ไว้ตลอดหากต้องการใช้งานเพียงลูบมันเบา ๆ สามครั้ง”

หว่านหนิงรับกำไลมาอย่างประคับประคองน้ำตายังคงไหลพราก

“แม่...”

ไป๋หยางชิงลูบแก้มลูกสาวเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่นถูกเอ่ยออกมา

“เด็กดีจำไว้จงทำดีกับเซียวอวี้หาน เขาเป็นเพียงคนเดียวที่จะปกป้องลูกได้”

สิ้นประโยคนั้นร่างของไป๋หยางชิงก็ค่อย ๆ เลือนหายไปท่ามกลางหมอกขาว เว่ยหว่านหนิงพยายามเอื้อมมือคว้าไว้แต่กลับว่างเปล่า

เฮือก!

“แม่!”

หว่านหนิงสะดุ้งตื่นขึ้นดวงตาคู่สวยพร่าเลือนน้ำตายังเกาะอยู่ที่หางตา นางหอบหายใจถี่พลางก้มลงมองที่ข้อมือพบว่ามีกำไลหยกเขียวสวมอยู่จริง ๆ ร่างกายพลันสั่นสะท้าน

“เรื่องจริงหรือ....” นางพึมพำเสียงแผ่ว

ความสงสัยและความตื่นเต้นผลักดันให้นางลองทำตามคำสอนของมารดา ปลายนิ้วเรียวค่อย ๆ ลูบลงบนกำไลทีละครั้ง

หนึ่ง...สอง...สาม

และในพริบตาร่างทั้งร่างของนางถูกแรงดูดมหาศาลดึงเข้าไป...

เว่ยหว่านหนิงพบว่าตนยืนอยู่ในโลกอีกแห่ง ที่นี่คือหุบเขาอันสงบเงียบมีลมพัดกลิ่นหอมสมุนไพรมาเป็นระยะ เบื้องหน้าของนางมีกระท่อมไม้หลังเล็กเรียบง่ายด้านข้างมีแปลงสมุนไพรหายากผลิใบเขียวขจีละลานตาพร้อมกับสระน้ำกว้างใหญ่ที่มีสมุนไพรหลายสิบชนิดเติบโตอยู่

“สมุนไพรพวกนี้มันล้ำค่าและหายากมากเลยไม่ใช่หรือ!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel