บทที่ 8 หลอกไถเงินแม่
เหตุการณ์นี้ทำเอาทุกคนขวัญหนีดีฝ่อ
ในบ้านหลังนี้ ลู่อวิ๋นเซียงเป็นเหมือนอากาศธาตุมาโดยตลอด เธอคือกระสอบทรายและคนอ่อนแอที่ใครจะข่มเหงอย่างไรก็ได้ แต่วันนี้จู่ ๆ เธอเกิดบ้าเลือดขึ้นมา ทำเอาทุกคนตั้งตัวไม่ทัน
จางชิ่งพอได้สติก็โกรธจัด “แกจะขัดคำสั่งฉันเหรอ! วันนี้ฉันจะสั่งสอนแกให้เข็ด!”
จางหลินรู้สึกว่าลู่อวิ๋นเซียงวันนี้ดูผิดปกติ เธอรีบอุ้มน้องชายอย่างจางฉีหลบไปด้านข้าง พลางมองฝ่ามือของจางชิ่งที่กำลังจะฟาดลงบนหน้าของลู่อวิ๋นเซียงด้วยความสะใจ
แต่ลู่อวิ๋นเซียงกลับยื่นหน้าเข้าไปหาเองเสียอย่างนั้น
“ตบสิ! ตบเลย! ทันทีที่มือแกแตะโดนตัวฉัน ฉันจะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเดี๋ยวนี้!”
มือของจางชิ่งชะงักค้างกลางอากาศ ไม่กล้าฟาดลงไปจริง ๆ
เขานึกถึงเบื้องหลังของลู่อวิ๋นเซียงขึ้นมาได้ เธอมีพ่อแท้ ๆ ที่ไม่เคยปรากฏตัวแต่ทรงอิทธิพลมาก หากเขาลงมือตีเธอจริง ๆ เรื่องนี้คงจบไม่สวยแน่
เขาจึงสะบัดหน้ามองเฉินชุนผิงด้วยสายตาเย็นชา “ลูกสาวคุณ คุณก็จัดการเองแล้วกัน!”
พูดจบเขาก็จูงมือจางหลินกับจางฉีเดินออกไป
“เสี่ยวหลิน เสี่ยวฉี พ่อจะพาไปกินข้าวที่ร้านอาหารของรัฐ”
จางฉีที่ตอนแรกตกใจจนหน้าถอดสี พอได้ยินว่าจะได้ไปกินร้านอาหารของรัฐก็ดีใจทันที
“เย้! ไปกินร้านอาหารของรัฐกัน ผมจะกินเนื้อ! กินเนื้อเยอะ ๆ เลย!”
ลู่อวิ๋นเซียงรู้ดีว่าจางชิ่งตั้งใจพูดประชด ครอบครัวนี้ออกไปหาอะไรทานข้างนอกกันบ่อย ๆ แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่จะพาเธอไปด้วย เขาจงใจกรีดแผลใจของลู่อวิ๋นเซียง!
แต่เสียใจด้วย...ถ้าเป็นลู่อวิ๋นเซียงคนเก่าคงจะเสียใจจนร้องไห้ แต่ตอนนี้...เดี๋ยวได้รู้กันว่าใครจะเสียใจมากกว่ากัน!
เมื่อจางชิ่งไปแล้ว เฉินชุนผิงก็เลิกเสแสร้งและเปลี่ยนสีหน้าทันที
“แกต้องการอะไร? ก็แค่เนื้อไม่กี่ชิ้น ไม่ได้กินแล้วมันจะตายหรือไง! ฮะ!”
ลู่อวิ๋นเซียงกอดอก มองแม่แท้ ๆ ของตัวเองด้วยท่าทางสบาย ๆ
“แม่คะ บ้านเราขาดแคลนเนื้อขนาดนั้นเลยเหรอ? แค่แม่ทำเนื้อเพิ่มอีกไม่กี่ชิ้นให้ทุกคนได้กินเหมือนกันมันจะตายไหม? ทำไมต้องมีแค่ส่วนของฉันที่หายไป?
แม่คงไม่ลืมใช่ไหมว่าพ่อฉันส่งเงินมาให้แม่ตั้งมากมายในแต่ละเดือนเพื่อให้แม่ดูแลฉันให้ดี ไม่ใช่ให้แม่มาเบียดเบียนฉัน!”
พ่อแท้ ๆ ของลู่อวิ๋นเซียงเป็นนักวิจัยระดับประเทศที่มีเงินเดือนสูงมาก ลู่อวิ๋นเซียงเป็นลูกสาวคนเดียวและเป็นดั่งแก้วตาดวงใจ เขาจึงส่งเงินค่าเลี้ยงดูมาให้เฉินชุนผิงเป็นประจำทุกเดือน
พอได้ยินลู่อวิ๋นเซียงพูดถึงพ่อ เฉินชุนผิงก็มีแววตาหวาดกลัวฉายออกมาวูบหนึ่ง
“พ่อแกส่งมาให้แค่ไม่กี่หยวน มันไม่พอค่าใช้จ่ายในบ้านหรอก ฉันนี่ต้องประหยัดแทบตาย!”
ลู่อวิ๋นเซียงเบิกตากว้าง แสร้งทำเป็นตกใจ
“เดือนละ 200 หยวน นี่ยังไม่พอค่าใช้จ่ายในบ้านอีกเหรอคะ?บ้านเราใช้เงินมากขนาดนั้นเชียว? นี่มันใช้ชีวิตระดับนายทุนเลยนะแม่ ระวังจะโดนใครเขาแจ้งจับเอานะ!”
ในปี 1977 เงินเดือนเฉลี่ยของคนทั่วไปจะอยู่ที่ 30 ถึง 50 หยวน ครอบครัว 5 คนปกติจะใช้จ่ายประมาณเดือนละ 30 ถึง 40 หยวนเท่านั้น
ดังนั้นเงิน 200 หยวนที่พ่อของเธอส่งมา จึงถือเป็นเงินก้อนโตระดับมหาศาล
เฉินชุนผิงหน้าถอดสีทันทีที่ได้ยินตัวเลข “200”
“แกพูดเพ้อเจ้ออะไร พ่อแกจะส่งเงินมาเยอะขนาดนั้นได้ยังไง”
ลู่อวิ๋นเซียงฉีกยิ้มสดใส “เพ้อเจ้องั้นเหรอ ให้ฉันแกล้งหลุดปากบอกลุงจางชิ่ง แล้วให้เขาไปเช็กใบโอนเงินดูดีไหมคะ?”
จางชิ่งน่ะเป็นพวกเห็นแก่ตัวเข้ากระดูก เขาแต่งงานกับเฉินชุนผิงก็เพราะเงินค่าเลี้ยงดูของลู่อวิ๋นเซียง แม้แต่งานที่จางชิ่งทำอยู่ทุกวันนี้ก็ได้มาเพราะสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลู่อวิ๋นเซียงทั้งนั้น
จางชิ่งเข้าใจมาตลอดว่าพ่อของลู่อวิ๋นเซียงส่งเงินมาให้เดือนละ 80 หยวน ถ้าเขารู้ว่าจริง ๆ แล้วมันคือ 200 หยวนละก็...
เหอะ! บ้านหลังนี้ได้แตกเป็นเสี่ยง ๆ แน่!
เฉินชุนผิงหน้าถอดสีตะโกนลั่น “แกกล้าเหรอ!”
แต่ไม่นานเธอก็รีบสงบสติอารมณ์ แล้วเปลี่ยนมาพูดดีกับลู่อวิ๋นเซียง
“อวิ๋นเซียงลูก...เรื่องนี้บอกจางชิ่งไม่ได้นะ เงินพวกนี้แม่เก็บไว้ให้แกทั้งนั้นแหละ เอาไว้เป็นสินเดิมตอนแต่งงาน ถ้าให้สินเดิมเจ้าสาวแกเยอะเกินไป จางชิ่งกับจางหลินต้องไม่พอใจแน่ ๆ
นี่แม่แอบเก็บไว้เพื่อแกคนเดียวเลยนะ”
ลู่อวิ๋นเซียงหัวเราะเยาะในใจ ชาติก่อน จวบจนถึงวันแต่งงาน เธอไม่เคยเห็นเงินก้อนนี้แม้แต่เฟินเดียว เฉินชุนผิงก็แค่ตอแหลไปวัน ๆ
แต่ตอนนี้เธอไม่ได้โง่เหมือนเดิมแล้ว
“แม่คะ แม่คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ? แค่ฉันจะกินเนื้อชิ้นเดียวยังเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ถ้าแม่เป็นห่วงฉันจริง แม่ต้องแอบเก็บเนื้อไว้ให้ฉันกินบ้างสิ แต่แม่ไม่เคยทำเลย แม่ก็แค่หลอกฉันไปวัน ๆ”
เฉินชุนผิงเริ่มลนลาน “แม่ไม่ได้หลอกจริง ๆ นะ...เอาอย่างนี้ แม่ให้เงินแก แล้วแกไปกินที่ร้านอาหารของรัฐเองเลย อยากสั่งอะไรก็สั่ง!”
ลู่อวิ๋นเซียงมองหน้าแม่อย่างมีเล่ห์เหลี่ยม
“ได้สิคะ แม่จะให้เท่าไร?”
เฉินชุนผิงหลุดปากออกมา “10 หยวน”
พอเห็นสายตาเยาะเย้ยของลูกสาว เธอก็กัดฟัน “20 หยวน!”
ลู่อวิ๋นเซียงชู 5 นิ้วขึ้นมาทันที!
เฉินชุนผิงแทบจะกระอักเลือด “50 หยวนเหรอ! ฝันไปเถอะ! ฉันไม่มีทางให้แกเยอะขนาดนั้นหรอก!”
ลู่อวิ๋นเซียงส่ายหน้ายิ้มๆ “ไม่ใช่ 50 ค่ะ”
เฉินชุนผิงใจชื้นขึ้นมาทันทีจนเผลอยิ้ม
“5 หยวนเหรอ? อวิ๋นเซียง ลูกนี่ยังรู้ความเหมือนเดิมนะ 5 หยวนก็นับว่ากินดีมากแล้วในร้านอาหารของรัฐ เดี๋ยวแม่ไปหยิบมาให้”
ตอนแรกกะจะให้ 20 ยังปวดใจแทบแย่ พอเหลือแค่ 5 หยวนเธอก็รู้สึกโล่งอก
แต่แล้วเสียงเย็นเยียบของลู่อวิ๋นเซียงก็ดังไล่หลังมา “ไม่ใช่ 5 หยวน ไม่ใช่ 50 แต่เป็น 500 หยวนค่ะ”
วินาทีต่อมา เสียงแหลมปรี๊ดของเฉินชุนผิงก็ดังสนั่นไปทั้งตึก!
“500! แกบ้าไปแล้วหรือไง!!!”
แค่ 20 เธอยังไม่อยากจะจ่าย นับประสาอะไรกับ 500!
ลู่อวิ๋นเซียงยังคงยิ้มระรื่น “ไม่ให้ก็ได้ค่ะ แต่เดี๋ยวจางชิ่งคงจะได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วพ่อส่งเงินมาให้แม่เดือนละเท่าไร”
เฉินชุนผิงโกรธจนหายใจไม่ทั่วท้องเธอกุมหน้าอก หน้าซีดเผือดจนเหมือนจะเป็นลม
“อีลูกเวร...แกมันตัวจอมล้างจอมผลาญ...”
เมื่อเห็นท่าทางเจ็บปวดรวดร้าวของเฉินชุนผิง ลู่อวิ๋นเซียงก็ตัดสินใจราดน้ำมันเข้ากองไฟต่อ
“อ้อ พอดีบ่ายนี้พ่อจะโทรมาหาฉันด้วยสิ ตอนนี้ฉันก็อายุ 18 ปีแล้ว ต่อไปฉันจะบอกให้พ่อโอนเงินตรงมาที่ฉันเลยแล้วกัน แม่จะได้ไม่ต้องลำบากเป็นคนกลางคอย 'หักส่วนต่าง' อีก”
เฉินชุนผิงเบิกตากว้าง ผ่านไปครู่ใหญ่เธอถึงเค้นเสียงออกมาได้
“ได้...ฉันจะให้!”
เพื่อรักษาเงินเดือนละ 200 หยวนในอนาคต เงิน 500 หยวนนี้เธอก็ต้องยอมควักออกมา
ตอนที่ลู่อวิ๋นเซียงรับเงินปึกใหญ่มาจากมือเฉินชุนผิง เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากความปวดใจของอีกฝ่าย
เธอกระตุกยิ้มเย็นชาในใจ แค่นี้ก็ปวดใจแล้วเหรอ?
เงิน 500 หยวนนี่มันแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นแหละ!