บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ขายงานทิ้งซะเลย!

คราวนี้ซูเหวินยวนโกรธจัด เขาพุ่งเข้าไปกระชากข้อมือของเธออย่างแรง แรงเสียจนเหมือนจะหักกระดูกเธอให้แหลกคามือ

ชาติก่อนลู่อวิ๋นเซียงต้องใช้ชีวิตอย่างอดสู ถูกซูเหวินยวนทรยศหักหลังมานานกว่ายี่สิบปี

อารมณ์ที่สั่งสมมานานระเบิดออกมาจนเธอแทบคลั่ง เธอไม่คิดจะอดทนอีกต่อไป มือเรียวคว้าแก้วน้ำสังกะสีเคลือบบนโต๊ะฟาดเปรี้ยงเข้าที่หัวของซูเหวินยวนเต็มแรง!

ซูเหวินยวนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพลางปล่อยมือจากเธอ น้ำในแก้วไหลโชกตามหน้าผากลงมา สภาพดูไม่ได้เลยสักนิด

โจวเจี้ยนกั๋วตกใจแทบสิ้นสติ รีบเข้าไปห้ามทัพทันที

“สหายลู่ มีอะไรค่อย ๆ พูดกัน อย่าถึงขั้นลงไม้ลงมือเลย!”

ลู่อวิ๋นเซียงหันไปถามโจวเจี้ยนกั๋วตรง ๆ

“ท่านผอ.คะ ฉันจะลาออกแทนซูเหวินยวน ท่านจะอนุมัติไหม!”

ถึงตอนนี้มีหรือที่โจวเจี้ยนกั๋วจะไม่เข้าใจ ว่านี่คือคู่รักกำลังทะเลาะกัน!

ซูเหวินยวนนับเป็นบุคลากรชั้นยอด ตั้งแต่เขาเข้ามาทำงาน ผลประกอบการของโรงงานก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โจวเจี้ยนกั๋วจะยอมเสียซูเหวินยวนไปไม่ได้เด็ดขาด

เขาจึงตอบอย่างลำบากใจว่า “สหายลู่ เรื่องลาออกเนี่ยมันต้องให้เจ้าตัวเขามาทำเรื่องเองนะ ใครจะมาลาออกแทนกันได้ล่ะ ถ้าทำแทนกันได้ทุกเรื่อง สังคมไม่วุ่นวายแย่เหรอ?”

ลู่อวิ๋นเซียงหัวเราะออกมาทันที

“อ้อ...สรุปคือทางโรงงานไม่อนุญาตให้คนอื่นมาตัดสินใจแทนเจ้าตัวสินะคะ?”

ท่านผู้อำนวยการพยักหน้าหงึกหงัก

“เรื่องงานน่ะ เจ้าตัวต้องเป็นคนเสนอเอง ถ้าเจ้าตัวไม่ยินยอม ใครก็มาแย่งหรือทำแทนไม่ได้ทั้งนั้น”

ลู่อวิ๋นเซียงเอียงคอทำหน้าซื่อตาใส “แต่ท่านผอ.คะ ฉันสอบติดตำแหน่งเสมียนของโรงงาน แต่ซูเหวินยวนกลับตัดสินใจแทนฉัน ยกตำแหน่งงานของฉันให้หยางลี่ลี่ไปแล้ว!

ทำไมเขาถึงทำแทนได้ล่ะคะ? หรือเพียงเพราะเขาเป็นรองผอ.? ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันคงต้องไปร้องเรียนที่คณะกรรมการปฏิวัติให้ช่วยตัดสินหน่อยแล้วล่ะค่ะ”

พอได้ยินคำว่า "คณะกรรมการปฏิวัติ" โจวเจี้ยนกั๋วก็ลนลานโบกมือเป็นพัลวัน

“อย่าๆๆ อย่าไปหาคณะกรรมการปฏิวัติเลย! เรื่องงานของคุณ เดี๋ยวผมจัดการให้เอง!”

ในยุคสมัยนี้ ใคร ๆ ต่างก็ขยาดคณะกรรมการปฏิวัติกันทั้งนั้น

ซูเหวินยวนเห็นลู่อวิ๋นเซียงขู่จะแจ้งความสืบสวน สีหน้าของเขาก็เย็นชาลงทันที

“ลู่อวิ๋นเซียง ถ้าเธอจะเอาเรื่องขนาดนี้ เราก็เลิกกัน!”

“เสี่ยวซู!” โจวเจี้ยนกั๋วตวาดเสียงแข็ง

เขาเคยคิดว่าซูเหวินยวนเป็นคนมีความสามารถ แต่ไม่นึกเลยว่าจะหน้ามืดตามัวขนาดนี้

มีที่ไหนที่เอาหน้าที่การงานของแฟนตัวเองไปประเคนให้คนอื่นอย่างหน้าตาเฉย แถมยังมีการข่มขู่ซ้ำอีก!

ถ้าเขาเกษียณไป เขาคงฝากฝังโรงงานไว้กับคนไร้หัวคิดอย่างซูเหวินยวนไม่ได้เด็ดขาด

โจวเจี้ยนกั๋วเปลี่ยนท่าทีต่อซูเหวินยวนทันที

“เสี่ยวซู งานนี้มันเป็นสิทธิของสหายลู่ คุณต้องเคารพการตัดสินใจของเธอ! คุณเป็นถึงรองผอ. จะมาข่มขู่บีบคั้นสหายลู่ได้ยังไง? ทำแบบนี้ ผมคงไม่กล้าส่งต่อโรงงานให้คนอย่างคุณแล้ว”

หัวใจของซูเหวินยวนกระตุกวูบ

“ท่านผอ. ฟังผมอธิบายก่อน...”

โจวเจี้ยนกั๋วพูดอย่างเคร่งขรึม “เสี่ยวซู เรื่องที่เธอทำมันขาดการไตร่ตรองจริง ๆ”

ซูเหวินยวนรับรู้ได้ถึงความตำหนิในน้ำเสียงของผู้อำนวยการ จึงไม่กล้าเถียงต่อ ได้แต่ส่งสายตาโกรธแค้นจ้องไปที่ลู่อวิ๋นเซียง

อาละวาดจนได้เรื่อง ฉันพังพินาศขนาดนี้พอใจหรือยัง?

เทียบไม่ได้เลยกับหยางชิงเสวี่ยที่ทั้งแสนดีและใจกว้าง

โจวเจี้ยนกั๋วหันมาพูดกับลู่อวิ๋นเซียงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“สหายลู่ เรื่องนี้คุณเสียเปรียบจริง ๆ และก็เป็นความผิดของผมด้วยที่ไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อน วางใจเถอะ ในเมื่อคุณแจ้งมาแล้ว งานนี้ก็เป็นของคุณ ใครก็แย่งไปไม่ได้”

ลู่อวิ๋นเซียงรีบขอบคุณทันที

“ขอบคุณค่ะท่านผอ.”

โจวเจี้ยนกั๋วโบกมืออย่างใจดี “พรุ่งนี้ก็มาเริ่มงานได้เลยนะ!”

ลู่อวิ๋นเซียงรีบส่ายหน้า “ไม่ค่ะท่านผอ. ฉันไม่อยากทำงานนี้แล้ว ฉันตั้งใจจะ 'ขายงาน' นี้ทิ้งค่ะ”

ซูเหวินยวนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ได้ยินว่าเธอจะขายงานทิ้ง แทนที่จะยกให้หยางลี่ลี่ ก็ถึงกับโกรธจนหน้าเขียวปั๊ด

“ลู่อวิ๋นเซียง! นี่เธอจะขายงานทิ้งแต่ไม่ยอมยกให้หยางลี่ลี่เนี่ยนะ ทำไมเธอถึงได้เห็นแก่ตัวและใจแคบขนาดนี้?”

ลู่อวิ๋นเซียงกลอกตามองบนใส่เขาทันที

“งานของฉัน ฉันจะขายหรือจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน! อย่ามายุ่งไม่เข้าเรื่อง!”

“ลู่อวิ๋นเซียง เธอ...”

“พอได้แล้ว!” โจวเจี้ยนกั๋วขัดขึ้นด้วยเสียงอันดัง “เสี่ยวซู ออกไปก่อน!”

น้ำเสียงของท่านผู้อำนวยการเต็มไปด้วยความโกรธ ซูเหวินยวนไม่กล้าพูดอะไรต่อเพื่อไม่ให้ภาพพจน์แย่ไปกว่านี้

เขาทำได้เพียงเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกจากห้องไป แต่ก่อนจะพ้นประตูยังหันมาถลึงตาใส่ลู่อวิ๋นเซียงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

น้ำเสียงของท่านผู้อำนวยการเย็นชาและรำคาญอย่างเห็นได้ชัด

ปกติเขาจะเกรงใจและพูดจาดีกับซูเหวินยวนเสมอเพราะเห็นว่าเป็นคนเก่ง แต่ตอนนี้ซูเหวินยวนรู้ตัวแล้วว่าเขาสร้างความประทับใจแย่ ๆ ให้กับท่านผู้อำนวยการเข้าให้แล้ว

ในใจของเขาคุกรุ่นด้วยไฟโทสะที่ไร้ทางระบาย

เขาไม่เข้าใจว่าลู่อวิ๋นเซียงจะอาละวาดไปเพื่ออะไร?

ก็แค่งานตำแหน่งเดียวเองไม่ใช่เหรอ?

พังทุกอย่างจนเป็นแบบนี้ เธอพอใจแล้วใช่ไหม!

แต่เขาก็รู้ดีว่าตอนนี้ยิ่งพูดยิ่งเสียหาย เขาจึงทำได้เพียงกัดฟันสะบัดหน้าเดินจากไป

ซูเหวินยวนขุ่นเคืองในใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าลู่อวิ๋นเซียงเห็นแก่ตัวเกินไป

อยากขายงานงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!

เขาเรียกผู้ช่วยให้ไปส่งข่าวบอกหยางลี่ลี่ทันที

หยางลี่ลี่ที่เฝ้าจดจ้องจะเอางานของลู่อวิ๋นเซียงไปแต่งงานย่อมไม่อยู่เฉยแน่

รอดูสิว่าลู่อวิ๋นเซียงจะแก้ปัญหายังไง!

เมื่อซูเหวินยวนออกไปแล้ว โจวเจี้ยนกั๋วก็มองลู่อวิ๋นเซียงด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ

“สหายลู่ ทำไมถึงอยากขายงานล่ะ?”

ลู่อวิ๋นเซียงยิ้มขมขื่น

“ท่านผอ.ก็เห็นนี่คะ ลูกพี่ลูกน้องของฉันจ้องจะเอาหน้าที่การงานของฉันไปทำเป็นคนมีน้ำใจให้คนอื่น แฟนของฉันนอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังกลับมาซ้ำเติม

พอกลับไปบ้าน แม่ของฉันก็คงบีบบังคับฉันอีก...งานนี้ต่อให้ฉันอยากเก็บไว้ ก็คงรักษาไว้ไม่ได้หรอกค่ะ ในเมื่อรักษาไม่ได้ ทำไมฉันไม่ขายมันทิ้งเพื่อเอาเงินมาไว้เลี้ยงตัวล่ะคะ?”

โจวเจี้ยนกั๋วนิ่งเงียบไป

ในฐานะที่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน เขาพอจะรู้ตื้นลึกหนาบางของครอบครัวลู่อวิ๋นเซียง

ก็น่าสงสารจริง ๆ นั่นแหละ...

แต่ในฐานะผู้อำนวยการ เขาก็ต้องรับผิดชอบต่อโรงงาน

“สหายลู่ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากช่วยนะ แต่การรับสมัครงานครั้งนี้เราใช้ระบบสอบแข่งขัน เพื่อหาเสมียนที่มีความรู้ความสามารถ งานตำแหน่งนี้ไม่ใช่ว่าใครจะมาเสียบแทนก็ได้นะ!”

พูดง่าย ๆ คือต้องเป็นคนที่มีการศึกษา อ่านออกเขียนได้และคิดเลขเป็น

ในยุคนี้ คนที่ได้เรียนหนังสือนั้นมีน้อย คนที่สอบผ่านเกณฑ์ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่

ลู่อวิ๋นเซียงคือคนที่ได้คะแนนอันดับหนึ่ง การที่เธอได้รับการคัดเลือกจึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด

ลู่อวิ๋นเซียงรีบพูดทันที “ไม่ต้องห่วงค่ะท่านผอ. ฉันจะไม่ทำให้ท่านลำบากใจ ฉันตั้งใจจะขายงานนี้ให้โจวซวง คนที่สอบได้อันดับสองค่ะ เธอได้ที่สองก็แสดงว่ามีความสามารถเพียงพอต่อความต้องการของโรงงาน

อีกอย่าง คุณป้าโจวเหมยก็ทำงานอยู่ในโรงงานเราด้วย ฉันว่าจะลองไปคุยกับท่านดูค่ะ”

ในตอนที่เธอเอ่ยชื่อ "โจวซวง" ลู่อวิ๋นเซียงสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสีหน้าของโจวเจี้ยนกั๋วเปลี่ยนไปทันที

เธอมั่นใจว่างานนี้สำเร็จแน่...

เพราะ "โจวเหมย" แม่ของโจวซวง...กำลังดูตัวกับโจวเจี้ยนกั๋วอยู่นั่นเอง!

โจวเหมยเป็นสาวใหญ่ที่ยังมีเสน่ห์ แม้จะเข้าสู่วัยกลางคนแล้วแต่ความงามก็ไม่ได้ลดลงเลย

และดูเหมือนโจวเจี้ยนกั๋วเองก็พึงพอใจในตัวป้าโจวเหมยมากเสียด้วย
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel