บทที่ 13 ทวงคืนห้องของตัวเอง
จางชิ่งยังไม่ทันได้อ้าปาก ลู่อวิ๋นเซียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็โพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะนอนในห้อง ส่วนเธอไปนอนที่ระเบียง เพราะฉะนั้น ขนข้าวของออกไปจากห้องนี้ซะ”
จางหลินเบิกตาเรียวของเธอขึ้นกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“พ่อ พ่อบ้าไปแล้วเหรอ? ฉันเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อนะ พ่อจะให้ฉันไปนอนที่ระเบียงเนี่ยนะ?”
เส้นเลือดที่ขมับของจางชิ่งเต้นตุบ ๆ ด้วยความรำคาญ
เขาฟาดฝ่ามือใส่หน้าจางหลินฉาดใหญ่ทันที
“อวิ๋นเซียงนอนตรงนั้นมาตั้งกี่ปีแล้ว เธอไปนอนบ้างมันจะตายหรือไง!”
ลำพังเรื่องวุ่นวายวันนี้ก็ทำให้เขาหงุดหงิดจะแย่อยู่แล้ว จางหลินยังจะมาแผดเสียงใส่หูเขาอีก
สำหรับเขาแล้ว เขาไม่ได้มีความรักแบบพ่อลูกให้จางหลินมากมายนัก คนเดียวในบ้านที่เขารักและทุ่มเทให้จริง ๆ คือจางฉี ลูกชายที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ
ที่จางหลินยังพอได้รับความรักอันน้อยนิดนั่น เป็นเพียงเพราะเธอมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาไหลเวียนอยู่เท่านั้น
ส่วนการที่เขาเพิกเฉยต่อลู่อวิ๋นเซียง ก็เพราะลู่อวิ๋นเซียงไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เขาไม่ใช่คนโง่เหมือนเฉินชุนผิง ที่จะไปโอ๋ลูกคนอื่นมากกว่าลูกในไส้ของตัวเอง
จางหลินโดนตบจนหูอื้ออึง ในแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เธอกลัวจางชิ่งมาก ในความทรงจำของเธอ จางชิ่งเป็นพวกชอบใช้กำลัง แต่ตั้งแต่เขาแต่งงานกับเฉินชุนผิง นิสัยนี้ก็หายไป แถมยังปฏิบัติกับเธอที่เป็นลูกติดค่อนข้างดี
นานวันเข้า เธอเลยเผลอลืมตัวตนที่รุนแรงและมืดมนของจางชิ่งไปเสียสนิท
เธอสั่นเทาด้วยความกลัว แต่ยังคงเชิดหน้าสะอึกสะอื้นเสียงเบา
“ถึงลู่อวิ๋นเซียงจะย้ายเข้ามานอนในห้อง ก็ไม่เห็นต้องไล่ฉันไปที่ระเบียงเลยนี่นา ห้องนี้กว้างพอที่จะนอนด้วยกันสองคนได้สบาย ๆ!”
ลู่อวิ๋นเซียงมองจางหลินที่โดนตบด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความสงสาร
ธาตุแท้ของจางชิ่งก็คือพวกชอบใช้ความรุนแรงในครอบครัว ภรรยาคนแรกของเขาก็ทนถูกซ้อมไม่ไหวจนต้องหนีไป ทิ้งแม้กระทั่งลูกสาวอย่างจางหลินเอาไว้
ความจริงถ้าเฉินชุนผิงใช้สมองคิดสักนิด ก็น่าจะรู้ว่าเฉินชิวเสียที่เจ้าเล่ห์และไม่ถูกกับเธอมาตั้งแต่เด็ก จะแนะนำผู้ชายดี ๆ ให้เธอได้อย่างไร?
ที่ตอนนี้จางชิ่งยังสวมหน้ากากอยู่ เป็นเพราะเฉินชุนผิงมีผลประโยชน์มหาศาลจากลู่จื่อเชียนอยู่ในมือ
ผลประโยชน์เหล่านั้นกดทับสันดานดิบของเขาเอาไว้
ในชาติก่อน หลังจากที่ลู่จื่อเชียนเสียชีวิตได้ไม่นาน จางชิ่งก็เริ่มลงไม้ลงมือกับเฉินชุนผิง จนหน้าตาบวมปูดเป็นเรื่องปกติ
ลู่อวิ๋นเซียงพยายามเข้าไปห้ามตลอด และเธอก็ต้องเจ็บตัวไปพร้อมกับเฉินชุนผิงทุกครั้ง ส่วนจางหลินก็นั่งหัวเราะเยาะอยู่ข้าง ๆ แถมยังส่งเสียงเชียร์จางชิ่งอีกต่างหาก
ดังนั้น การเห็นจางหลินโดนตบในวันนี้ เธอจึงไม่มีความเห็นใจให้แม้แต่น้อย
ลู่อวิ๋นเซียงยิ้มกริ่มพลางเอ่ยว่า “ไม่ได้หรอก ตัวเธอน่ะมีกลิ่นเหม็น แถมยังนอนกรน นอนกัดฟัน หน้าก็ไม่ล้าง เท้าก็ไม่ล้าง ฉันรังเกียจความสกปรกของเธอน่ะ ไม่อยากนอนห้องเดียวกัน”
จางหลินหน้าเขียวปั๊ด แววตาฉายแววเคียดแค้นอย่างรุนแรง
แต่สิ่งที่ลู่อวิ๋นเซียงตอบกลับมา คือรอยยิ้มกว้างที่ดูสะใจ
เมื่อก่อน ตอนที่เธอถูกจางหลินไล่ออกจากห้อง จางหลินก็พูดจาดูถูกเธอแบบนี้เป๊ะ
วันนี้ เธอได้คืนคำพูดเหล่านั้นให้จางหลินทั้งหมดแล้ว
จางชิ่งพูดขึ้นด้วยเสียงเย็นชา “เก็บของของตัวเองซะ แล้วย้ายออกไปให้อวิ๋นเซียง”
จางหลินกัดฟันด้วยความโกรธแค้น แต่ด้วยอำนาจของจางชิ่งที่ค้ำคออยู่ เธอจึงต้องเข้าไปเก็บของในห้องอย่างไม่เต็มใจ
ลู่อวิ๋นเซียงเดินตามเข้าไปในห้อง เธอจงใจหยิบชุดกระโปรงสวย ๆ สองชุดที่ซื้อมาจากร้านสหกรณ์วันนี้วางลงบนเตียง แล้วมองดูด้วยสายตาชื่นชม
เธอบอกจางหลินว่า “รีบ ๆ เก็บหน่อย ฉันจะเอาชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมาวันนี้เข้าตู้”
จางหลินที่เดิมทีก็ระเบิดอารมณ์อยู่แล้ว พอเห็นลู่อวิ๋นเซียงมีชุดสวย ๆ สองชุด เธอก็คุมตัวเองไม่อยู่ทันที
เธอถามโพล่งออกมา “แกเอาเงินมาจากไหนซื้อชุดพวกนี้? แกขโมยมาใช่ไหม!”
ลู่อวิ๋นเซียงตวัดสายตามองเธออย่างเย็นชา
“ถ้าพูดดี ๆ ไม่ได้ ก็หุบปากไปซะ!”
จางหลินชะงักไปชั่วครู่ด้วยความกลัวท่าทางที่เย็นชานั้น
แต่ในสายตาของเธอ ไม่มีใครรู้จักหัวนอนปลายเท้าของลู่อวิ๋นเซียงดีไปกว่าเธออีกแล้ว ลู่อวิ๋นเซียงมันก็แค่คนจน ๆ คนหนึ่ง!
ลู่อวิ๋นเซียงควรจะได้ใส่แค่เสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เธอไม่ใช้แล้วเท่านั้น!
“แกจะมีเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่ได้ยังไง แกต้องขโมยมาแน่ ๆ! พ่อ แม่ มาดูเร็วว่าเงินในบ้านหายไปไหม ลู่อวิ๋นเซียงขโมยเงิน!”
ตลอดหลายปีมานี้ ลู่อวิ๋นเซียงไม่เคยยอมเรียกจางชิ่งว่าพ่อเลย แต่จางหลินผู้ประจบประแจงนั้นเรียกเฉินชุนผิงว่าแม่จนติดปากไปแล้ว
เฉินชุนผิงได้ยินเสียงโวยวายของจางหลิน ก็รีบพุ่งเข้ามาห้ามทันที
“อย่าพูดส่งเดช เงินในบ้านไม่ได้หาย และอวิ๋นเซียงก็ไม่ได้ขโมย เงินนั่นเป็นเงินของเธอเอง เธอขายตำแหน่งงานไปแล้ว”
เฉินชุนผิงรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว เธอกลัวเหลือเกินว่าลู่อวิ๋นเซียงจะหลุดปากบอกว่าเงินนั่นมาจากเธอ
ตอนนี้ที่บ้านก็วุ่นวายพออยู่แล้ว ถ้าจางชิ่งกับจางหลินรู้ว่าเธอแอบให้เงินลู่อวิ๋นเซียงไป 500 หยวน บ้านแตกของจริงแน่
จางชิ่งชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าลู่อวิ๋นเซียงขายงานไปแล้ว แต่เขาก็กลับมาทำหน้านิ่งและขนของต่อ
ส่วนจางหลินถึงกับสติหลุด
“ขายงานอะไร? งานที่สอบได้นั่นน่ะเหรอ? งานนั้นไม่ใช่ต้องยกให้หยางลี่ลี่ไปแล้วเหรอ? ทำไมถึงขายได้! แกมีสิทธิ์อะไรเอาไปขาย!”
ตอนสอบเข้าโรงงาน จางหลินไปสอบพร้อมกับลู่อวิ๋นเซียง ลู่อวิ๋นเซียงสอบได้ที่หนึ่ง ส่วนเธอสอบได้ที่โหล่
ตลอดเวลาที่ผ่านมา จางหลินกดขี่ลู่อวิ๋นเซียงมาตลอด เธอจะทนเห็นลู่อวิ๋นเซียงได้งานดี ๆ และมีคนชื่นชมได้อย่างไร
พอได้ยินว่าหยางลี่ลี่ต้องการงานเพื่อจะได้แต่งงาน เธอเลยเป็นคนคาบข่าวเรื่องที่ลู่อวิ๋นเซียงสอบได้ไปบอกหยางลี่ลี่ เพื่อให้หยางลี่ลี่ไปกดดันหยางชิงเสวี่ยอีกที
เธอรู้สันดานหยางชิงเสวี่ยดี ว่าอะไรที่เป็นของลู่อวิ๋นเซียง ยัยนั่นจะต้องแย่งชิงมาให้ได้
และมันก็เป็นไปตามคาด หยางชิงเสวี่ยบังคับให้ลู่อวิ๋นเซียงยกงานให้คนอื่น
ด้วยสถานะของลู่อวิ๋นเซียงในตอนนั้น ยังไงเธอก็ต้องยอมยกให้!
แต่ผลกลับกลายเป็นว่า ลู่อวิ๋นเซียงแอบเอาไปขาย? แถมยังได้เงินก้อนโตมาซื้อชุดใหม่!
เธอจะยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างไร!
ลู่อวิ๋นเซียงกลอกตาใส่เธอทีหนึ่ง
“เธอเป็นบ้าเหรอ งานของฉัน ฉันอยากจะขายมันก็เรื่องของฉัน เกี่ยวอะไรกับเธอ! เอาเวลาไปกังวลเรื่องนอนตากลมที่ระเบียงคืนนี้เถอะ!”
พูดจบ เธอก็ผลักจางหลินให้ออกไปพ้นประตู
ในที่สุด ลู่อวิ๋นเซียงก็ยึดห้องที่เดิมทีควรจะเป็นของเธอกลับคืนมาได้สำเร็จ
เธอมองดูชุดกระโปรงสองชุดบนเตียง พลางผุดยิ้มที่ดูมีเลศนัย
ชุดพวกนี้ คือ 'กับดัก' ที่เธอขุดไว้รอจางหลิน
ก็หวังว่ายัยนั่นจะไม่มีความคิดชั่ว ๆ ล่ะนะ...ไม่อย่างนั้นละก็ รับรองว่าผลที่ตามมาต้องดูไม่จืดแน่!