บทที่ 1 เกิดใหม่มาตบหน้าลูกพี่ลูกน้องจอมสร้างภาพ
“อวิ๋นเซียง เธอเสียแค่ตำแหน่งงาน แต่ลี่ลี่น่ะกำลังจะสูญเสียความรักที่แสนล้ำค่าไปเลยนะ!”
ลู่อวิ๋นเซียงมองหยางชิงเสวี่ย ลูกพี่ลูกน้องของเธอด้วยสายตาเย็นชา อีกฝ่ายยังคงยืนกรานด้วยท่าทางผดุงความยุติธรรมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
ชาติที่แล้วก็เป็นแบบนี้ เธอถูกหยางชิงเสวี่ยใช้ท่าทางวางตัวสูงส่งหลอกปั่นหัวจนพังพินาศไปทั้งชีวิต
งานที่เธอพยายามสอบแทบตายเพื่อให้ได้มา ก็ถูกหยางชิงเสวี่ยยกให้คนอื่นง่าย ๆ เพียงเพื่อเอาหน้า
พอเธอตกงาน หยางชิงเสวี่ยก็ทำเป็นหวังดี บอกว่าไม่อยากให้เธออยู่บ้านเฉย ๆ เลยแอบไปลงชื่อส่งเธอไปลำบากในชนบท
ที่นั่นเธอถูกกดขี่ข่มเหงจนร่างกายทรุดโทรม กระทั่งสูญเสียความสามารถในการเป็นแม่คน
ต่อมามีการเปิดสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง เธออ่านหนังสืออย่างหนักจนไม่ลืมหูลืมตา เพื่อคว้าโอกาสพลิกชีวิต แต่สุดท้ายชื่อมหาวิทยาลัยที่เธอสอบติด ก็ถูกหยางชิงเสวี่ยขโมยไปยกให้คนอื่นเพื่อสร้างบุญคุณอีก
ตอนที่เธอพังทลายจนร้องไห้โฮ หยางชิงเสวี่ยกลับมองมาด้วยสายตาดูแคลน
“การได้ช่วยเหลือคนอื่นถือเป็นเกียรติของเธอนะ เธอควรจะขอบคุณฉันด้วยซ้ำ”
หยางชิงเสวี่ยใช้วิธีเหยียบย่ำเธอและปล้นทรัพยากรของเธอไปสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองว่าเป็นคนใจบุญ มีคุณธรรม จนในที่สุดก็ได้แต่งงานเข้าสู่ตระกูลร่ำรวย
ส่วนเธอกลายเป็นคนร้ายกาจในสายตาคนรอบข้าง เป็นพวกขี้อิจฉาและไร้ค่า!
จนล่วงเข้าสู่วัยกลางคน เธอถึงได้รู้ว่าหยางชิงเสวี่ยลอบไปเล่นชู้กับสามีที่เป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็กของเธอ แถมทั้งคู่ยังมีลูกนอกสมรสอายุ 20 กว่าปีด้วยกันอีกหนึ่งคน!
พอความแตก หยางชิงเสวี่ยกลับไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด มิหนำซ้ำยังชี้หน้าด่าเธอ
“ในเมื่อเธอมีลูกไม่ได้ ตระกูลใหญ่โตขนาดนี้จะไม่มีผู้สืบทอดได้ยังไง ฉันกำลังช่วยเธอนะ เธอควรจะขอบคุณฉัน!”
แม้แต่สามีที่เคยไว้ใจก็ยังปกป้องหยางชิงเสวี่ย แล้วมองมาที่เธอด้วยสายตาเย็นชาและรังเกียจ
“เรื่องนี้จะโทษก็ต้องโทษฉัน เสวี่ยเอ๋อร์ไม่เคยคิดจะแย่งอะไรเธอเลย มีแต่เธอนั่นแหละที่อ่อนไหวเกินไป อาละวาดขนาดนี้กะจะบีบให้เสวี่ยเอ๋อร์ตายเลยใช่ไหม?”
ชีวิตของเธอถูกหยางชิงเสวี่ยทำลายจนย่อยยับ สามีก็หักหลังไปหาศัตรู ชีวิตทั้งชีวิตกลายเป็นเรื่องตลกที่น่าเวทนา
เธอโกรธจนเลือดขึ้นหน้าและขาดใจตายไปในที่สุด
แต่พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเธอก็พบว่าตัวเองย้อนเวลากลับมาในวัย 18 ปี!
ช่วงเวลาที่หยางชิงเสวี่ยกำลังจะเอางานของเธอไปประเคนให้หยางลี่ลี่พอดี
หยางลี่ลี่คือลูกพี่ลูกน้องของหยางชิงเสวี่ย เธอกำลังคบหาอยู่กับเจ้าหน้าที่เทคนิคของโรงงานเหล็ก ชายคนนั้นอายุยังน้อยแต่ทักษะสูงมาก
ครอบครัวฝ่ายชายมีฐานะดีและเป็นพนักงานของรัฐทั้งคู่ จึงจู้จี้จุกจิกกับหยางลี่ลี่มาก
ทางบ้านผู้ชายยื่นคำขาดว่า ถ้าหยางลี่ลี่มีงานทำเมื่อไร ถึงจะยอมให้แต่งงานทันที
และตอนนี้ ลู่อวิ๋นเซียงเพิ่งสอบเข้าทำงานในโรงงานเสื้อผ้าได้พอดี หยางชิงเสวี่ยเลยถือวิสาสะตัดสินใจแทน ว่าจะยกงานนี้ให้หยางลี่ลี่
เมื่อเห็นลู่อวิ๋นเซียงนิ่งเงียบไป หยางชิงเสวี่ยก็เริ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาบนใบหน้าสวย ๆ นั่น
“ลี่ลี่ต้องใช่งานนี้เพื่อแต่งงานนะ การได้ช่วยพี่เขาถือเป็นเกียรติของเธอ เธอควรจะกตัญญูรู้คุณบ้าง”
คำพูดพวกนี้แหละ...ที่พันธนาการลู่อวิ๋นเซียงไว้จนตายในชาติก่อน
ความอัปยศ ความอัดอั้นและความเจ็บปวดจากชาติที่แล้วพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที เธอถลาเข้าไปหาหยางชิงเสวี่ยแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าสวย ๆ นั่นอย่างแรง!
เพี้ยะ!
“กตัญญูเหรอ? ฉันกตัญญูไปถึงโคตรเหง้าแกเลยเป็นไง! นี่แหละวิธีแสดงความขอบคุณของฉัน!”
ฝ่ามือนี้สะใจเป็นบ้า! เธออยากทำแบบนี้มาตั้งแต่ชาติก่อน!
หยางชิงเสวี่ยไม่ทันตั้งตัวจนเซล้มลงไปกองกับพื้น แก้มขาวเนียนบวมเป่งขึ้นมาทันตาเห็น เธอเอามือกุมแก้มแล้วมองลู่อวิ๋นเซียงอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
“แกกล้าตบฉันเหรอ? แกบ้าไปแล้ว!”
ลู่อวิ๋นเซียงตวาดกลับเสียงกร้าว “แกมากกว่าที่บ้า ชิงเสวี่ย! ถ้าหยางลี่ลี่อยากได้งานแต่งงาน ทำไมแกไม่ยกงานของแกให้ไปล่ะ? เอางานของฉันไปให้คนอื่นแล้วทำเป็นใจกว้าง นังหน้าด้าน!”
“ฉันทำเพื่อช่วยแกนะ! แกมันพวกขอนไม้ ไม่มีใครรัก ฉันเลยช่วยให้แกได้ทำความดี คนอื่นจะได้ชอบแกบ้าง ทำไมถึงไม่รู้จักบุญคุณแบบนี้!”
ลู่อวิ๋นเซียงทนความสะอิดสะเอียนไม่ไหว จึงตบซ้ำไปอีกฉาด!
เพี้ยะ!
“หยางชิงเสวี่ย เลิกตอแหลสักทีเถอะ แกกล้าสาบานไหมว่าไม่ได้แอบรับเงินค่าตอบแทนจากหยางลี่ลี่มา?”
ชาติก่อนเธอมารู้ทีหลังว่าหยางชิงเสวี่ยเอางานของเธอไปขายให้หยางลี่ลี่ในราคา 200 หยวน แล้วยังมาทำเป็นอ้างเรื่องศีลธรรมว่าเธอไม่ใจกว้างพอ!
แววตาของหยางชิงเสวี่ยวูบไหวและลนลาน “แกพูดเพ้อเจ้ออะไร ฉันจะไปรับเงินได้ยังไง อย่าไปฟังคนอื่นเป่าหูมานะ”
ลู่อวิ๋นเซียงเอ่ยด้วยความเหยียดหยาม “รับหรือไม่รับ แกรู้ดีแก่ใจ ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่างานของฉัน ไม่มีวันยกให้หยางลี่ลี่เด็ดขาด แกไปคิดเอาเองแล้วกันว่าจะบอกหยางลี่ลี่ยังไง!”
ตอนนี้ฝ่ายชายกำลังจะเลิกกับหยางลี่ลี่อยู่พอดี เป็นหยางลี่ลี่ที่ร้องไห้ฟูมฟายตื้อเขาไว้จนฝ่ายชายยอมอ่อนข้อให้ว่าถ้าหางานได้จะแต่งด้วย
ตอนนี้หยางลี่ลี่กำลังคลุ้มคลั่งและเดิมพันทุกอย่างไว้กับงานนี้
เธอจ่ายเงินให้หยางชิงเสวี่ยไปแล้ว ถ้าไม่ได้งานของลู่อวิ๋นเซียงขึ้นมา ยัยนั่นไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ แน่
เธออยากจะรู้นักว่าหยางชิงเสวี่ยจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง!
หยางชิงเสวี่ยนึกถึงผลที่จะตามมาจนหน้าถอดสี เธอรีบคว้าแขนลู่อวิ๋นเซียงไว้ทันที
แต่ลู่อวิ๋นเซียงอ่านออก เธอเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับถีบเข้าที่ท้องของหยางชิงเสวี่ยอย่างจังจนอีกฝ่ายล้มคว่ำลงไปอีกรอบ
ลู่อวิ๋นเซียงยิ้มกว้างอย่างสะใจ “สมน้ำหน้า!”
พูดจบเธอก็วิ่งหนีออกมาอย่างร่าเริง!
เบื้องหลังมีเสียงกรีดร้องโหยหวนของหยางชิงเสวี่ยไล่ตามมา “ไม่ได้นะ แกห้ามไป! ฉันสั่งให้แกยกงานให้หยางลี่ลี่ ได้ยินไหม!”
แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงเสียงปิดประตูดังปัง!
ลู่อวิ๋นเซียงวิ่งออกมาข้างนอกเหมือนสายลม หลังจากได้ตบไปสองฉาดและถีบไปหนึ่งที ความอัดอั้นในใจจากชาติที่แล้วดูเหมือนจะจางหายไปเยอะ ร่างกายของเธอดูเบาสบายอย่างประหลาดขณะสูดอากาศของยุคสมัยนี้เข้าเต็มปอด
ครั้งนี้ เธอจะใช้ชีวิตใหม่ให้ต่างออกไป
การได้เกิดใหม่เป็นเรื่องน่ายินดี แต่ติดตรงที่ช่วงเวลานี้ นอกจากวัยเยาว์ที่สวยงามแล้ว อย่างอื่นกลับไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไร
ชาติก่อนเธอคือเจ้าของภัตตาคารชื่อดังระดับประเทศ เชี่ยวชาญการทำอาหารทุกรูปแบบจนกลายเป็นพวกลิ้นเทพที่จุกจิกรสชาติ แต่ในยุคนี้...การได้กินเนื้อสัปดาห์ละครั้งยังถือเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยเลย!
แล้วเธอจะอยู่อย่างไรกับลิ้นที่คุ้นเคยกับของเลิศรส? สิ้นหวังแท้ ๆ!
[ติ๊ง! ตรวจพบโฮสต์ที่มีความปรารถนาแรงกล้า ระบบแต้มบุญกำลังดำเนินการผูกมัด...]