บท
ตั้งค่า

Chapter 9

หลังจากที่เสร็จเรื่องอย่างว่ากันไปแล้ว ทั้งผมและพี่ลมก็มานอนกอดกันอยู่บนที่นอนต่อภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน พี่ลมบอกว่าพักให้หายเหนื่อยก่อนแล้วจะพาผมไปส่งที่บ้าน

“ทำไมมีแต่ข่าวก็ไม่รู้นะครับ” โทรทัศน์ที่เปิดไว้มันมีแต่ช่องข่าวอยู่เต็มไปหมด เปิดไปช่องไหนก็มีแต่ข่าว

“นั่นสิ” เสียงนิ่งของพี่ลมพูดตอบก่อนเจ้าตัวจะคว้าเอารีโมทขึ้นมาเพื่อปิดมันตัดความรำคาญ

“เดี๋ยวก่อนครับ” ผมพูดห้ามเพราะข่าวต่อไปที่นักข่าวรายงานพร้อมกับรูปถ่ายสองคนในนั้นมันโชว์ถึงคนที่ผมเองก็คุ้นหน้าคุ้นตาแปลก ๆ

“มีอะไรหรือเปล่า”

“ขึ้นข่าวไว้อาลัยอีกแล้ว ครบรอบวันเสียแล้วสินะ”

สองสามีภรรยาในข่าวเป็นถึงนักธุรกิจชื่อดังที่ทำประโยชน์ในสังคมเยอะมาก ๆ แต่ดันมาเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ เสียพร้อมกันเลยทั้งคู่ แบบนี้หรือเปล่า ชะตาชีวิต

“รู้จักเหรอ?” พี่ลมพูดถามอีกรอบ ผมพยักหน้าตอบ

“ป๊าเล่าให้ฟังน่ะครับ ตอนนั้นหนูก็ยังอายุแค่ 15 ว่าคดีอุบัติเหตุของพวกเขา ครอบครัวของเราเกี่ยวข้องกับคืนนั้นด้วย แต่ว่าไม่ได้เป็นต้นเหตุนะครับ เหมือนว่าเป็นแพะรับบาปแทนจะมากกว่า” ผมพูดบอกไปตามความจริงที่จำได้ ตอนนั้นมันก็เด็กมาก ไม่ค่อยจะได้ใส่ใจอะไรเท่าไหร่กับสิ่งที่ผู้ใหญ่พูดนักหรอก

“เพราะพวกเขาเป็นคนดีในสังคมตอนนี้ ประชาชนส่วนหนึ่งเลยออกมาไว้อาลัยเขาในทุกปี คนดีไม่สมควรพบจุดจบแบบนี้เลยจริง ๆ เนอะ”

“อือ ไม่ควรเลย” เป็นเสียงนิ่งออกเข้มของพี่ลมที่พูดตอบกลับ ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเขา

“พี่ลมเป็นอะไรหรือเปล่า?” ก็สีหน้าของเขามันไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนี่นา

“เปล่า” สีหน้าของพี่ลมเริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิมพลางก้มลงมาสบตากับผมที่ยังมองเขาอยู่

“ปิดโทรทัศน์เลยก็ได้นะครับถ้าพี่ลมไม่อยากดู มันออกจะน่าเบื่อมากด้วยใช่ไหมล่ะ” ก็เข้าใจล่ะ ข่าวที่นำเสนอออกมามีแต่ข่าวไม่ดีต่อสภาพจิตใจทั้งนั้นเลย พี่ลมยกรีโมทขึ้นปิดโทรทัศน์นั้นตามที่ผมพูดบอก

“ตายแล้ว!” ผมเด้งตัวขึ้นมาในทันที เมื่อหยิบเอาโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดู มีสายไม่ได้รับจากที่บ้านโทรมานับสิบสายตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว ทั้งป๊า ๆ พี่ซันและม๊าเองก็ด้วย เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าเนี่ย

“เป็นอะไร?” พี่ลมที่ยังนอนอยู่ข้าง ๆ พูดถามก่อนเจ้าตัวจะขยับร่างสูงขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียงแทน

“ที่บ้านโทรมาน่ะครับ หลายสายมาก ไม่ได้รับเลยสักสาย” ผมลนลานมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลำพังแค่สายเดียวไม่ได้รับก็โดนบ่นจนหูชาแล้ว แต่นี่มันก็เกือบจะเข้าหลักร้อยแล้วนะ

ครืดดดดด~

“โทรมาอีกแล้ว!” เป็นเรื่องที่น่าตกใจอีกรอบที่โทรศัพท์ที่ถืออยู่ก็สั่นขึ้น นี่ผมเผลอไปปิดเสียงเรียกเข้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงว่าที่บ้านถึงโทรมาแล้วไม่ได้ยินอะไรเลย

“รับสายสิ เดี๋ยวที่บ้านจะเป็นห่วง” พี่ลมพูดบอกอีกรอบก่อนที่เจ้าตัวจะลุกออกจากใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันไป เขาเดินเข้าไปทางห้องแต่งตัวในสภาพยังร่างเปลือยเปล่าทั้งท่อนล่างและท่อนบน

“เอาน่า คงไม่มีอะไรเลวร้ายหรอกมั้ง” ผมตัดสินใจกดรับสายของป๊าแพทริคที่โทรเข้ามาหลังจากคิดทำใจอยู่สักพัก

(อยู่ไหน!) แงง เสียงเข้มออกดุมาตั้งแต่ประโยคแรกเลย

“อยู่ห้องพี่ลมครับ ลูกกำลังจะกลับแล้ว”

(มันขังลูกไม่ให้กลับมาเหรอ!?)

“พี่ลมเขาจะทำแบบนั้นไปทำไมล่ะครับป๊า ลูกแค่เผลอหลับไปเท่านั้นเอง” พูดบอกพลางเลื่อนสายตามองร่างสูงของคนรักที่กำลังสวมใส่เสื้อผ้าทีละชิ้นต่อหน้าผมที่ยังนั่งเปลือยภายใต้ผ้าห่มผืนเดิม

(อย่าเข้าข้างมัน มันทำอะไรลูกหรือเปล่า บอกป๊ามา) เสียงดุของป๊ายังดังขึ้นเหมือนเดิมไม่มีว่าจะใจเย็นลงง่าย ๆ

“ลูกไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ ครับ เดี๋ยวลูกก็กลับบ้านแล้วด้วย”

(เดี๋ยวป๊าให้คนของเราไปรับ)

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพี่ลมไปส่ง” ป๊าเงียบไปไม่ได้ตอบอะไร

“ใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วออกห้องตามพี่มานะ พี่จะรออยู่ข้างนอก” เป็นเสียงนิ่งของพี่ลมที่พูดบอก ทำเอาผมปิดไมค์โทรศัพท์แทบไม่ทัน

(เมื่อกี้มันพูดอะไร!) จนได้ ผมได้แต่ทำหน้าแหยใส่พี่ลมที่กำลังเดินออกจากห้องนอนไป ป๊าจะได้ยินประโยคเมื่อครู่มากน้อยแค่ไหนกันนะ

“ป๊าครับ เดี๋ยวลูกกำลังจะขึ้นรถแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ลูกรักป๊านะ” เป็นเสียงจุ๊บที่พูดทิ้งท้ายไปก่อนวางสาย เสียงของป๊าดังขึ้นโวยวายเหมือนเดิมในนั้นแต่ว่าผมก็ไม่ได้ฟังหรอก

ร่างบางนั่งถอนหายใจทิ้งบนที่นอนกว้างอีกรอบก่อนลุกหาเสื้อผ้าของตัวเองที่พี่ลมถอดขึ้นมาสวมใส่ทีละชิ้นเหมือนเดิมจนครบ

“ทำไมพี่ลมพูดแบบนั้นล่ะครับ เมื่อกี้ป๊าได้ยินหรือเปล่าก็ไม่รู้” ทันทีที่เดินออกจากห้องนอนมาแล้วก็ไม่ลืมที่จะพูดถาม

“เหรอ โทษทีนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจน่ะ” เสียงนิ่งของเขาพูดตอบ เอาอีกแล้วเป็นเสียงนี้อีกแล้ว เจ้าตัวยังนั่งชิลอยู่ที่โซฟาเหมือนเดิมอย่างกับสิ่งที่ผมกังวลใจมันไม่สำคัญเลยสำหรับเขา

“ไปกันเลยไหม?”

“ครับ” ผมพูดตอบ พี่ลมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเองก่อนเดินเข้ามาโอบไหล่ของผมให้เดินตามตัวเองออกไปนอกห้องพร้อมกัน

-ณ บ้าน-

ใช้เวลาไม่นานพี่ลมก็ขับรถกลับมาส่งถึงที่บ้านอย่างปลอดภัย ระหว่างทางเราคุยกันอยู่หลายเรื่อง ถึงแม้ว่าหลัก ๆ จะเป็นผมที่ชวนคุยเสียมากกว่า

“ยังไม่อยากให้ถึงเลย จะได้นั่งอยู่ข้าง ๆ พี่ลมนาน ๆ” ผมพูดขึ้นอย่างงอแง

“เดี๋ยวก็ได้เจอกันอีก” เสียงนิ่งของเขาพูด ก่อนที่เจ้าตัวจะกอดตอบผมที่คว้าเอาแขนแกร่งของเขาเมื่อกี้

“เดี๋ยวพี่ลงเปิดประตูให้นะ” จริงด้วย วันนี้บอดิการ์ดที่คอยเฝ้าอยู่น่าจะไปทำงานกันหมด รอนานแล้วก็ยังไม่มีใครมาเปิดประตูรถให้

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวหนูเปิดเองก็ได้” ก่อนลงงั้นก็ขอหอมแก้มของพี่ลมอีกรอบแล้วกัน ร่างเล็กยื่นตัวเข้าหอมแก้มพี่ลมอย่างตั้งใจ เจ้าตัวไม่ได้พูดอะไรปล่อยให้ทำ

“ป๊าออกมาแล้ว งั้นหนูไปก่อนนะครับ” ผมเปิดประตูก้าวลงจากรถก่อนที่สายตามันจะเหลือบไปเห็นร่างสูงของพี่ซันที่เดินเข้ามาแต่ไกล พี่ซันเดินอ้อมรถไปฝั่งคนขับที่พี่ลมนั่งอยู่อย่างเร็ว จนผมเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัวเหมือนกัน

“พี่ซันทำอะไรครับ พี่ซัน!” ร่างบางรีบวิ่งเข้าไปหาพี่ชายตัวเองทันที แต่เขาเร็วกว่าผมอยู่มาก เปิดประตูฝั่งพี่ลมก่อนรั้งเอาคอเสื้อของอีกคนดึงออกมานอกรถอย่างแรง พี่ลมก็ดูท่าไม่ได้ขัดขืนอะไรยอมเดินตามแรงรั้งของอีกฝ่าย

.....พลั๊ว!....เสียงกำปั้นต่อยเข้าที่ใบหน้าของพี่ลมอย่างจัง ผมที่วิ่งตามไปก็ช่วยไว้ไม่ทัน จะกอดเอาตัวพี่ซันไว้ก็ตอนต่อยเสร็จไปแล้ว

“มึงทำเหี้ยอะไรน้องกู!” สีหน้าเอาเรื่องของพี่ซันยังเหมือนเดิม เขาทำมากเกินไปแล้ว ร่างกายของผมมันต่างจากพี่ซันอยู่มากถึงแม้ว่าเราจะเป็นแฝดกัน รั้งเอาเกือบไว้ไม่อยู่

“ป๊าครับ ช่วยห้ามพี่ซันที” ผมตะโกนขึ้นมาหาป๊า ๆ ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่สีหน้านิ่ง ป๊าเรย์เดินเข้ามาใกล้พวกเราแต่กลับไม่ได้ช่วยห้ามพี่ซันเลยสักนิด

“พี่ลมหนีไปครับ! ฮืออ อ ไม่เอานะป๊า พอแล้วลูกขอ” น้ำตาของผมมันไหลลงมาเพราะความเจ็บปวดที่คนที่รักทั้งสองคนกำลังจะทะเลาะกัน อีกอย่างพี่ลมก็ไม่ได้ผิดอะไรเลยด้วยซ้ำยังต้องมาเจ็บตัวเพราะผมอยู่บ่อย ๆ

“ป๊า! ไม่เอา ปล่อยลูก” ป๊าเรย์ที่ตอนแรกขอให้เข้ามาช่วยจับตัวพี่ซันตอนนี้กลับมาจับรั้งเอาร่างบางของผมออกจากพี่ชายแทน ขนาดพี่ชายผมยังสู้แรงไม่ได้แล้วป๊าที่ตัวใหญ่กว่า ผมจะไปสู้แรงเขาได้ยังไง ร่างบางของผมถูกรั้งออกห่างจากพี่ลมและพี่ซันราวเมตร

“พี่ซันอย่าทำอะไรพี่ลมนะ! ไม่!” พี่ลมที่โดนต่อยไปรอบแรกก็ยืนจับกรามตัวเองอยู่ ก่อนที่หมัดครั้งที่สองจากพี่ซันจะต่อยลงที่หน้าของพี่ลมอีกแล้ว

ผมดิ้นพล่านจากป๊าเรย์แต่มันก็ยากมากเกินไป พี่ลมถูกพี่ซันต่อยเข้าซ้ำ ๆ แบบนั้นอยู่หลายรอบ ไร้การป้องกันตัว

“พอได้แล้ว! ม๊าครับ ช่วยลูกด้วย ฮืออ ออ ป๊าปล่อยลูกก ฮ ฮึก” ม๊าที่ยืนอยู่ข้างป๊าแพทริคก็ทำสีหน้าออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะคงโดนห้ามไว้ไม่ให้เข้ามาช่วยเหลือ

“มันไม่ได้รักลูกจริง ๆ ตะวัน เชื่อป๊าสิ” ไม่ ผมไม่เชื่อ

“พี่ซันอย่าทำพี่ลม ฮืออ อ พอแล้ว น้องขอ”

“มึงบอกน้องกูสิ ว่าที่ผับเมื่อสี่วันก่อนเกิดอะไรขึ้น เข้าผับแต่เสือกไม่รู้ว่าเป็นผับใคร” พี่ซันตะโกนลั่นพร้อมกับจับเอาคอเสื้อของพี่ลมไม่ปล่อย

“ผมไม่รู้” เสียงแผ่วของพี่ลมที่โดนต่อยไปหลายหมัดพูดบอกก่อนที่พี่ซันจะปล่อยหมัดลงที่ใบหน้าช้ำของพี่ลมอีกรอบเมื่อสิ้นเสียง

“มึงบอกน้องกูไปว่าควงผู้หญิงไปกี่คน” พี่ลมเงยหน้ามามองผมที่ดิ้นพล่านร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของป๊าเรย์ พี่ลมส่ายหัวให้อย่างปฏิเสธ

“มันไปควงผู้หญิงเข้าห้องมา ถึงแม้เราจะไม่มีภาพหลักฐาน แต่พยานปากของเรามาเยอะมาก” เป็นป๊าแพทริคที่ยืนอยู่ข้างบนกับม๊าพูดบอก

“พี่ทำงานอยู่ตลอด หนูก็เห็น อึก!” พี่ลมพูดยังไม่ทันจบก็ถูกพี่ซันต่อยเข้าที่ท้องอย่างแรงอีกรอบ คนที่โดนตีหลาย ๆ ครั้งติดโดยที่ไม่ตอบโต้อะไรเลยแบบเขามันจะไปทนไหวได้ยังไง

“มึงมันตอแหลยิ่งกว่าผู้หญิงอีกนะ!” พี่ซันด่าใส่พี่ลม ผมอยู่กับพี่ลมตลอดเวลาจริง ๆ ถึงแม้ว่าไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็โทรหาบ่อย เปิดกล้องก็บ่อย เขาจะเอาเวลาไหนไปทำอย่างที่ป๊าและพี่ซันพูด

“พอได้แล้ว! น้องมีอะไรกับพี่ลมแล้ว พี่ลมเป็นมากกว่าแฟนของน้องแล้ว อย่าทำเขา!” ก่อนที่พี่ลมจะถูกพี่ซันต่อยอีกรอบ ผมเลยต้องรีบพูดขัดขึ้นก่อน พี่ซันกำหมัดค้างอากาศไว้เมื่อสิ้นเสียงของผม

“ลูกว่าอะไรนะ” เสียงนิ่งของป๊าเรย์พูดถาม ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มเงียบและหันมาสนใจ ผมที่ยังร้องไห้อยู่ก็ยังจัดการน้ำตาของตัวเองไม่ได้เสียทีเดียว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel