#####บทที่ 5
"เมริสา ตื่นขึ้นมาคุยกันเดี๋ยวนี้!" ใบหน้าและใบหูของธนาธิปร้อนผ่าวจนกลายเป็นสีแดงระเรื่อเพราะความรู้สึกแปลกประหลาด นี่เป็นครั้งแรกที่เขามีโอกาสได้เห็นเนื้อหนังมังสาของเมริสามากขนาดนี้จนพาให้ใจมันเต้นตุบตับราวกับกลองชุด
"ฮื่อ" เมริสาครางเสียงงัวเงียในลำคอ ก่อนจะค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมาเห็นแผ่นหลังหนากำลังยืนอยู่ตรงหน้า ทำให้หัวคิ้วขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติเพราะตั้งแต่แต่งงานกันร่วมสองเดือนเขาไม่เคยล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอเลยสักครั้ง "คุณธันมีอะไร"
"แต่งตัวให้เรียบร้อย" เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เหอะ" เมริสาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ "กลัวจะอดใจไม่ไหวเหรอคะคุณสามี" พูดยังไม่ทันจบประโยคเรือนร่างบางก็เข้ามาแนบชิดทางด้านหลัง ฝ่ามือบอบบางไล้ขึ้นไปตั้งแต่ก้อนขนมปังเรียงสวยเป็นลอนและแผงอกล่ำสั่นที่ผ่านการเข้าฟิตเนสอาทิตย์ละห้าครั้ง ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นไปกระซิบกระซาบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชวนขนลุกซู่ "ว่าไงคะ หัวใจเต้นแรงขนาดนี้ตื่นเต้นเหรอคะ"
"เมริสา! หยุดทำตัวไร้ยางอายเสียที" เขาดึงแขนเรียวบางของเธอให้ออกห่างจากกายแล้วกระชากง้างไว้ลอยเหนือศีรษะ จากนั้นจึงสะบัดออกแล้วถอยกรูดเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างเขาและเธอที่มันไม่ควรคิดใกล้กันเกินงาม
"มีสิทธิ์อะไรมาต่อว่าฉันไม่ทราบ พี่ธันเป็นฝ่ายเข้าหาเมเองไม่ใช่เหรอคะ เมก็นึกว่าพี่ธันจะ..." หญิงสาวเดินเข้าไปกรีดปลายนิ้วลงบนแผงอกแกร่งกำยำผ่านเสื้อเชิ้ตสีครามแล้วช้อนสายตายวนยั่วจ้องมองอีกฝ่าย "นึกพิศวาสเมเข้าแล้วซะอีก"
ธนาธิปพยายามระงับไฟโทสะที่มันตื้นตันขึ้นมาตีบลำคอเอาไว้ไม่ให้พลุกพล่านออกมา แล้วปรับสีหน้า บุคลิก ท่าทาง วางมาดถือตัว รักษาภาพลักษณ์ที่เขาพยายามไม่ต่อปากต่อคำกับเธอเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้มีอิทธิพลต่อเขามากถึงขนาดนั้น
แต่สำหรับเมริสามันเหลืออดเหลือทนจริง ๆ เธอไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เขาเคยพบมา เธอดูคล้ายจะพยายามเข้าหาเขาทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ลึก ๆ แล้วทำไมเขาเขากลับมองไม่เห็นความพิศวาสนั่นเลยสักนิด ราวกับเธอเพียงแค่เสแสร้งเล่นละครและยั่วโมโหเขาเท่านั้น
เมริสาจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร?
"ที่ผมต้องถือวิสาสะเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคุณก็เพราะเรื่องที่คุณไปก่อเอาไว้ตอนนี้มันลุกลามส่งผลกระทบต่อคนมากมายยังไงล่ะ" ธนาธิปพูดพลางก็หันหน้ามองไปทางอื่น
"เรื่องที่ฉันไปก่อไว้" เมริสาเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะถึงบางอ้อในเวลาถัดมาเพียงไม่กี่วินาที "อ้อออ! นึกออกและ ไหนดูผลงานตัวเองหน่อยซิ" เธอเดินกลับไปหย่อนสะโพกลงนั่งบนเตียงนอนนุ่มยกขาเรียวบางขึ้นมาไขว้ห้าง เหยียดมือออกไปคว้าโทรศัพท์มือถือราคาแพงกดเลื่อนกดรหัสล็อคหน้าจอ "โหหห ติดเทรนด์ทวิตด้วยหรือเนี่ย แบนพิญญา"
"ทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนขนาดนี้ ยังไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยเหรอเมริสา คุณมันเกินเยียวยาแล้วจริง ๆ " มองดูท่าทีสบายใจของเธอแล้วก็อดโมโหไม่ได้
ผู้หญิงอะไรสร้างเรื่อง สร้างราว สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นมากมายขนาดนี้แต่ก็ยังอารมณ์ดีนั่งผิวปากไถโทรศัพท์มือถือโดยไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรเลยสักอย่าง
"ขอบคุณนะคะที่ชม" เมริสาโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งลงไปบนเตียงนอน "ช่วยไม่ได้...ถ้าเกิดคุณให้เกียรติฉันตั้งแต่แรกฉันก็คงจะไม่ต้องทำแบบนั้น แต่หากจะให้ฉันแสดงความรับผิดชอบฉันขอปฏิเสธปัญหาของใครคนนั้นก็แก้เอาเอง" พูดจบหญิงสาวก็เดินสะบัดตูดเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายแล้วก็ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเสร็จสรรพ
"เมริสา..."
กริ้ง...เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ปรากฏชื่อ 'พิญญา' ชายหนุ่มก็รีบกดรับยกขึ้นมาทาบหูแล้วเดินออกไปจากห้องนอนของเมริสาพร้อม ๆ กัน
เสียงร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้นเล็ดโลดออกมาเป็นช่วง ๆ ตามสาย ทำให้ธนาธิปไม่สามารถปล่อยแฟนสาวอยู่ตามลำพังได้จึงรีบคว้ากุญแจรถสปอร์ตคันหรูรีบขับไปยังบ้านจัดสรรที่อยู่ห่างจากที่นี่เกือบสิบห้ากิโลเมตร
บ้านหลังนี้อยู่ในเครือบ้านจัดสรรที่ธนาธิปเป็นเจ้าของ...เขายกบ้านหลังหนึ่งให้พิรญาได้อยู่อาศัยเป็นของขวัญวันครบรอบสี่เดือนที่คบหากัน...และมักจะใช้เวลาว่างทั้งหมดมาขลุกตัวอยู่ที่นี่ ทั้งหลับ ทั้งนอน ทั้งกิน
"คุณแม่ สวัสดีครับ" ธนาธิปยกมือไหว้หญิงวัยกลางคนที่ออกมาเปิดประตูรับ "พิญล่ะครับ"
หล่อนคือพิมพา มารดาแท้ ๆ ของพิรญาที่เพิ่งรับเข้ามาอยู่ด้วยกันเมื่อสองเดือนก่อน เพราะบ้านที่ต่างจังหวัดโดนยึดซ้ำยังโดนเจ้าหนี้ไล่ฆ่าหมายจะเอาชีวิต เขาจึงเอาเงินก้อนจำนวนหนึ่งล้านโอนเข้าบัญชีแฟนสาวเพื่อให้ไปใช้หนี้นอกระบบ และเสนอความคิดเห็นให้รับพิมพามาอยู่ด้วยกันเสียที่นี่พิรญาเองก็จะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังได้ทำงานอย่างเต็มที่
"ยายพิญอยู่ข้างบน" พิมพาเดินนำหน้าว่าที่ลูกเขยเข้าไปด้านใน ก่อนจะหันหน้ากลับมามองชายหนุ่มด้วยสีหน้าแววตาเคร่งเครียดเป็นกังวล "ธันวา นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงได้กลั่นแกล้งยายพิญขนาดนี้ ยายพิญไปทำอะไรให้หนักหนา นี่ลูกสาวแม่ยังยอมไม่พออีกเหรอธันวา ยอมเจ็บช้ำน้ำใจให้คนรักของตัวเองไปแต่งผู้หญิงอีกคนมาเชิดหน้าชูตาเพราะไม่อยากให้ธันวาต้องมีปัญหากับที่บ้าน ยายพิญทำได้เพียงแค่รอ รอวันที่จะครบกำหนดหนึ่งปีตามสัญญา ยอมที่จะเสื่อมเสียชื่อเสียงให้คนเขาว่ากินน้ำใต้ศอกคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วลูกสาวแม่ไม่สมควรจะต้องพบเจอกับอะไรแบบนี้ด้วยซ้ำ ธันวาต้องช่วยปกป้องชื่อเสียงและปกป้องศักดิ์ศรีของยายพิญนะ"
"ครับคุณแม่ คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะไม่มีวันปล่อยให้พิญต้องเผชิญกับปัญหาตามลำพังเด็ดขาด ผมรักพิญครับแม่ ผมรักพิญคนเดียว ผมจะทำทุกอย่างเพื่อพิญ แม่เชื่อผมนะครับ"
ธนาธิปให้คำสัญญากับแม่ของแฟนสาว เขาทั้งรักทั้งเคารพคุณแม่พิมพาเสมือนแม่แท้ ๆ ของตนเอง ถึงอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณคุณแม่พิมพาที่เลี้ยงดูลูกสาวมาอย่างดีจนทำให้พิรญาได้มาเจอกับเขาในวันนี้
"จ้ะ"
...
"พิญ..."
"ธัน..." พิรญาที่นอนคลุมโปงร่างกายสั่นไหวเพราะกำลังสะอึกสะอื้นร้องไห้อยู่บนเตียงนอนค่อย ๆ พลิกตัวหันมามองผู้มาใหม่ด้วยแววตาสั่นระริก "ธัน..."
หญิงสาวโผตัวเข้าโอบกอดเรือนร่างแกร่งกำยำของแฟนหนุ่ม ก่อนจะปล่อยโฮออกมายกใหญ่ ๆ เพราะความตื้นตันใจที่มันคับแน่นอยู่ในอก เมื่อครู่ก็คิดว่าหยาดน้ำตาจะเหือดแห้งไปหมดแล้วเพราะเธอร้องไห้จนจะขาดดิ้นตายแต่พอได้เจอหน้าของธนาธิปนึกถึงคำปลอบโยนของเขามันก็เออทะลักออกมาอีกรอบคล้ายกับเขื่อนแตก
"ธัน...พิณจะทำยังไงดี ธัน พิญไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นตรงไหน ตอนนี้กระแสโจมตีพิญเต็มโซเชียลไปหมดแล้ว แถมเจ้นัตตี้ก็โทรมาบอกว่างานต่าง ๆ ที่เคยจ้างเข้ามาเพราะกระแสคู่จิ้นของพิญกับพี่สองก็โทรมาแคนเซิลแถมด่าตบท้ายอีกว่าพิญเป็นนางงูพิษลวงโลก ธัน...ธันต้องช่วยพิญนะคะ" พิรญาเองก็ทั้งเจ็บ ทั้งแค้น ทั้งเสียใจรู้สึกหงุดหงิดจนร้องไห้ออกมาเพราะภายในสมองมืดแปดด้านกับคำพูดสองแง่สองง่ามของผู้หญิงคนนั้นที่จงใจจะแบล็คเมล์หรือเพียงเพราะความสะใจแต่มันกลับส่งผลกระทบให้เธออาจหมดอนาคตทางวงการไปตลอด
สิ่งที่เธอเพียรพยายามถีบตัวเองขึ้นมาจากโคลนตมจนได้มาเชิดชูเป็นดาวระยิบระยับท่ามกลางผู้คนมากมายคอยชื่นชมความงดงามกลับต้องพลันพังทลายลง!
