ตอนที่10
หลังจากคืนที่ผิดพลาดคืนนั้นดูเหมือนทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ แต่อรยากลับยิ่งหลบหน้าเขายิ่งกว่าเดิมจากที่ไม่กล้าเข้าใกล้กลายเป็นว่าตอนนี้แค่ได้ยินชื่อของเขาเธอก็รีบหลบทันควัน
“วันนี้เหมือนฝนจะตกเลย” อรยามองบรรยากาศด้านนอกผ่านกระจกเห็นท้องฟ้ามืดครึ้มราวกับฝนจะตก แถมใกล้จะถึงเวลาเลิกงานอีกด้วย ถ้าฝนตกตอนเลิกงานเธอคงลำบากเป็นแน่
“น่าจะเอาร่มมาด้วย” เธอไม่คิดว่าฝนจะตกและเธอต้องเดินไปขึ้นรถประจำทางเพื่อกลับหอพักดูเหมือนวันนี้เธอต้องฝ่าฝนอีกตามเคย
“วันนี้ทำโอทีหรือเปล่าอร” เสียงทุ้มของชายหนุ่มฝ่ายไอทีที่เดินเข้าในห้องชงกาแฟก็เจอกับอรยาที่ยืนอยู่จึงเอ่ยถาม
“ไม่ได้ทำหรอก นนท์ทำเหรอ”
“อืม ต้องรื้อระบบซอฟแวร์ใหม่น่ะดูท่าน่าจะได้โต้รุ้งกันทั้งแผนก” นัทนนท์ที่ต้องเจอศึกหนักในคืนนี้ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มในช่วงเวลาที่พนักงานหลายคนเตรียมเลิกงาน แต่เขากับทีมไอทีต้องอยู่แก้ไขระบบของบริษัทที่มีปัญหาอยู่ตอนนี้
“เหนื่อยแย่เลย สู้ๆ นะ”
“ขอบคุณนะ อรกลับดีๆ ล่ะฝนจะตกแล้วด้วยเอาร่มมาหรือเปล่า เรามีร่มนะเอาไหม” ชายหนุ่มนิสัยดีอาสาจะยกร่มของตนเองให้หากเธอไม่มี
“เอามาๆ เรามีร่มอยู่ในกระเป๋า” อรยาเลือกที่จะโป้ปดด้วยความเกรงใจ เธอไม่อยากรบกวนนัทนนท์ไปมากกว่านี้แค่นี้งานของเขาก็เยอะมากพอแล้ว
“งั้นเราไปก่อนนะ กลับดีๆ นะ”
“ตั้งใจทำงานนะ บ๊ายบายจ้ะ” คนตัวเล็กโบกมือร่ำลาเพื่อนร่วมงานที่คอยใจดีกับเธออยู่เสมอ
อรยารีบเก็บของใส่กระเป๋าสะพายใบใหญ่ที่มีสำคัญแทบทุกอย่างอยู่ในนี้ทั้งโน๊ตบุ๊ก เอกสารที่ใช้ทำงานที่เธอต้องรักษาเอาไว้อย่างดี
“อย่าเพิ่งตกเลยนะๆ” ขาเรียวก้าวฉับๆ ตรงไปที่ลิฟต์ทันทีที่ถึงเวลาเลิกงาน เธอได้แต่ภาวนาขออย่าให้ฝนตกตอนนี้ขอให้เธอเดินไปถึงที่รถรถประจำทางเสียก่อน
“วันนี้ลิฟต์ช้าจัง” คนที่กำลังรีบตอนนี้อะไรก็ดูช้าไม่ทันใจไปหมด สายตายังคอยมองบรรยากาศด้านนอกอยู่เป็นระยะ ทว่าฟ้าที่มืดครึ้มตอนนี้เมฆเริ่มกลายเป็นสีเข้มขึ้นกว่าเดิม
“จะรีบไปไหน” เสียงทุ้มของคนด้านหลังที่แสนคุ้นหูทำให้เธอหันกลับไปมองก่อนจะรีบถอยหลังกู่
“คุณธัน...” เธอพยายามหนีเขามาทั้งสัปดาห์ แต่ทำไมวันนี้ต้องมาประจันหน้ากับเขาสองต่อสองอีกแล้ว ทั้งที่เป็นเวลาเลิกงานแต่คนอื่นๆ หายไปไหนกันหมด
“ฉันถามว่าจะรีบไปไหน”
“เปล่าค่ะ”
“เปล่าอะไร ก็เห็นเธอลุกลี้ลุกลนอยู่” เขายืนมองเธอมาสักพักเห็นเธอกดลิฟต์ย้ำๆ อยู่หลายทีจนทนไม่ไหวที่จะเอ่ยถาม
“คุณธันจะใช้ลิฟต์หรือเปล่าคะ เดี๋ยวอร...” เธอพยายามจะหลบเลี่ยงเขาอีกครั้ง แต่กลับถูกเขาพูดดักเอาไว้ก่อน
“ลิฟต์มาแล้วจะไปไหนอีกล่ะ เข้าไปสิ”
“คุณธันไปก่อนก็ได้ค่ะ”
“ลิฟต์มันรับน้ำหนักได้เป็นร้อยโลนะ เข้าไปได้แล้ว” เขาดันเธอให้ไปเข้าในลิฟต์แล้วจัดการกดปิดลิฟต์ในทันที
“กลับยังไง”
“คะ?”
“ฉันถามว่ากลับยังไง”
“รถประจำทางค่ะ” เสียงหวานตอบอ้อมแอ้มทำตัวลีบๆ ไม่กล้าเข้าใกล้เขาไปมากกว่านี้
“ฝนจะตกอยู่แล้วเดี๋ยวฉันไปส่ง”
“ไม่เป็นไรค่ะๆ อรกลับเองดีกว่าค่ะ” เธอรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน
“แล้วมีร่มหรือไง”
“เดี๋ยวแวะซื้อร้านสะดวกซื้อหน้าบริษัทก็ได้ค่ะ”
ธนินเงียบไม่พูดไม่จาจนลิฟต์มาถึงชั้นลานจอดรถของบริษัท อรยาได้แต่ยืนนิ่งๆ ให้เขาออกไปก่อนทว่าจู่ๆ เขากลับคว้าข้อแขนเธอให้ตามออกไปด้วย
“เดี๋ยวฉันไปส่ง ห้ามปฏิเสธคำสั่งของเจ้านาย”
“แต่ตอนนี้เวลาเลิกงานแล้วนะคะ” เธอเถียงเขาเสียงเบาหวิว ไม่กล้าพูดเสียงดังกลัวเขาจะโกรธ
“ขึ้นไป”
“อรกลับเองดีกว่าค่ะ อรเกรงใจ” อรยาไม่ยอมขึ้นรถ เธอยังปฏิเสธหลังชนฝาอีกครั้ง
“บอกให้ขึ้นก็ขึ้นไป” เขาแสร้งกดเสียงเข้มและมันได้ผลเพราะคนตรงหน้าไม่กล้าขัดคำสั่งอีกเลย
รถยนต์คันหรูขับออกจากลานจอดรถมุ่งออกไปยังถนนที่มีรถติดพลุกพล่านในช่วงเวลานี้ซึ่งเรียกว่าเป็นเวลามรณะแถมยิ่งฝนตกรถก็ยิ่งติดกว่าเดิม
“พักอยู่ที่ไหน” ระหว่างที่ต้องรอให้รถคันหน้าขยับธนินเอ่ยถามคนข้างๆ ที่นั่งนิ่งอยู่นานสองนานไม่ยอมพูดอะไร
“หอพักxxxค่ะ”
“หืม อยู่ทางผ่านไปคอนโดฉันพอดีเลย” ธนินไม่ต้องเปิดเครื่องมือนำทางเพราะเขาจำได้ว่าผ่านหอพักนี้อยู่ทุกวัน
“จิ๊! รถติดอะไรนักหนาเนี่ย” คนตัวโตเริ่มหัวร้อนเทิ่อเขาติดอยู่ตรงนี้เกือบจะครึ่งชั่วโมงแล้วแต่คันหน้าไม่ขยับเสียที
“อาจจะมีอุบัติเหตุข้างหน้าหรือเปล่าคะ”
“น่าจะใช่แหละมั้ง งั้นเราเลี่ยงเส้นนี้ดีกว่า” คนขับหักเลี้ยวพวงมาลัยเปลี่ยนเส้นทางเลี่ยนรถติด ถนนสายนี้เป็นเส้นทางที่ต้องอ้อมไกลกว่าเดิม แต่ก็ยังดีกว่าต้องรออยู่ที่เดิมนานๆ
“หิวหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ”
โครก~ เสียงท้องร้องดังน่าอายทันทีที่เธอเพิ่งตอบเขาออกไป
“หึ โกหกไม่เนียนเลยนะ”
“ไม่หิวจริงๆ ค่ะ”
“แต่ฉันหิว แถวนี้มีอะไรน่ากินบ้าง” เขาเอ่ยถามเพราะปกติไม่ค่อยแวะแถวนี้สักเท่าไรนัก
“คุณธันอยากทานอะไรคะ”
“อะไรก็ได้ที่เธออยากกิน” เขาให้เธอเป็นฝ่ายเลือก
“อรเหรอคะ”
“ก็ใช่น่ะสิ จะให้ฉันกินคนเดียวหรือไง”
“แต่แถวนี้มีแต่ร้านข้างทางนะคะ”
“คิดว่าฉันเป็นใครกัน ร้านไหนก็กินได้เหมือนกันนั่นแหละ” ธนินส่ายหน้าน้อยๆ เขาไม่รู้เลยว่าเธอมองเขาเป็นคนเรื่องมากหรือไง
“ถ้างั้นตรงซอยข้างหน้ามีร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านนี้อร่อยค่ะ”
“งั้นไปร้านนั้นกัน” ว่าจบก็ขับรถมุ่งตรงไปร้านที่เธอบอกอย่างไม่รอช้า
ทั้งคู่เดินเข้าไปในร้านที่แสนจะธรรมดา แต่โต๊ะทุกตัวกลับมีคนนั่งจนเต็มร้านโชคดีที่เหลือโต๊ะสุดท้ายที่ยังว่างทำให้ทั้งสองคนรีบพากันไปนั่งจับจองที่เอาไว้ ร้านก๋วยเตี๋ยวที่คนเยอะเต็มร้านแต่ทุกคนกลับต้องบริการตัวเองตั้งแต่สั่งอาหารยันเครื่องดื่มที่ต้องลุกไปหยิบเอง
“คุณธันทานอะไรคะ” เธอเอ่ยถามเขาเพื่อที่จะเขียนเมนูลงบนกระดาษให้เขา
“เส้นเล็กเนื้อเปื่อยพิเศษ”
“แค่นี้เหรอคะ”
“จะให้ฉันกินเยอะขนาดไหนกัน”
“งั้นรอก่อนนะคะ” อรยาลุกขึ้นนำกระดาษที่เขียนไปส่งให้คนที่คอยรับออเดอร์ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำสองใบ
“มากินร้านนี้บ่อยเหรอ”
“ค่ะ ตอนสมัยเรียนมากินกับเพื่อนน่ะค่ะ”
“ใช่สิ เราจบจากที่เดียวกันนี่นา” คำพูดของเธอทำให้เขานึกขึ้นได้
“ค่ะ” อรยาอยากตบปากตัวเองเสียจริงที่ไปรื้อฟื้นความทรงจำของเขาแทนที่จะปล่อยให้เขาลืมเธอไป
“เธอคือรุ่นน้องที่เอาของมาให้ฉันวันรับปริญญาหรือเปล่า” ธนินเอ่ยถามให้หายสงสัย เขาคุ้นหน้าเธอมากๆ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ถามเสียที
“...ใช่ค่ะ” อรยาไม่โกหกเพราะอย่างไรเขาก็จำได้อยู่ดี
“ขอบคุณนะ ฉันยังเก็บของขวัญเอาไว้อย่างดี ทำไมวันนั้นไม่มาถ่ายรูปด้วยกันล่ะ”
“อรมีธุระน่ะค่ะเลยรีบไป”
“เสียดาย แต่ก็ดีแล้วที่ตอนนี้อยู่บริษัทเดียวกัน” ธนินส่งยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร เขาไม่คิดว่าจะมีคนที่จบมหาวิทยาลัยเดียวกันมาทำงานที่แผนกของเขา
“ค่ะ”
“ในเมื่อเป็นรุ่นน้องฉัน แบบนี้ก็ต้องเรียกฉันว่าพี่สิ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ คุณธันเป็นเจ้านายอรเรียกแบบนั้นคนอื่นจะว่าเอาได้”
“ก็เรียกแค่ตอนอยู่ด้วยกันสองคนก็ได้ เรียกคุณแล้วดูห่างเหินยังไงไม่รู้”
“ให้อรเรียกคุณธันเหมือนเดิมดีแล้วค่ะ” เธอไม่ได้สนิทกับเขาขนาดนั้น แม้ในใจจะดีใจที่เขาให้เรียกแบบนั้นแต่เธอไม่กล้าหรอก
“แล้วแต่เธอแล้วกันจะเรียกอะไรก็เรียก” ธนินส่ายหน้ามองเธอที่แสนจะดื้อรั้นปฏิเสธเขาไปหมดเสียทุกอย่าง
