บท
ตั้งค่า

19 เก็บเป็นความลับ

บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นภายในบ้านอันเงียบสงบ กลับต้องอบอวลไปด้วยความประหม่าที่ฉายชัดบนใบหน้าของเอมิกา หัวใจของเธอเต้นระทึกเมื่อตัดสินใจพาตุลธรมาเผชิญหน้ากับมารดาเป็นครั้งแรก หลังจากที่แม่ของเธอผ่านการผ่าตัดใหญ่และเริ่มกลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง

“คุณแม่คะ... นี่พี่ตุลค่ะ” เอมิกาแนะนำเสียงแผ่ว พลางลอบสังเกตสีหน้าของมารดาด้วยความกังวล

หญิงสูงวัยบนเตียงคนไข้มองชายหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดสูทเนื้อดีที่ยืนเคียงข้างลูกสาวด้วยความตกตะลึง ท่าทางที่ดูภูมิฐาน ทำให้คนป่วยถึงกับวางตัวไม่ถูก ทว่าตุลธรกลับไม่ปล่อยให้อาการประหม่านั้นเนิ่นนานเกินไป เขาขยับเข้าไปชิดเตียงพลางก้มลงไหว้ด้วยท่าทางนอบน้อมสุภาพ

“สวัสดีครับคุณแม่” ตุลธรกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูสุขุมและน่าเชื่อถือ

“ไหว้พระเถอะลูก...” มารดาตอบรับเสียงสั่น พยายามพินิจมองชายหนุ่มให้ชัดๆ

“ผม... เป็นแฟนของเอมมี่ครับ”

คำประกาศอย่างตรงไปตรงมานั้นทำให้เอมิกาสะดุ้งโหยงจนตัวโยน ส่วนมารดาของเธอก็ตาโตขึ้นเล็กน้อย แม้ท่านพอจะคาดเดาจากความสะดวกสบายที่ได้รับมาตลอดหลายวัน แต่เมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากเขาก็ยังอดหวั่นใจไม่ได้ ความกังวลฉายชัดในแววตาของผู้เป็นแม่ จนตุลธรต้องรีบเอ่ยสำทับเพื่อความสบายใจ

“คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะครับ... ผมรู้ว่าเรื่องราวระหว่างผมกับเอมมี่มันอาจจะดูรวดเร็วไปบ้าง”

“เร็วจนคนแก่ตั้งตัวไม่ทันเลยล่ะ... นี่ไม่เห็นลูกสาวตัวดีจะเล่าให้แม่ฟังสักคำ” หญิงสูงวัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง ทว่าสายตายังคงเปี่ยมไปด้วยคำถามที่อยากจะถามลูกสาว

“คือเราเพิ่งจะตกลงกันน่ะครับว่าจะบอกเรื่องนี้ให้คุณแม่ทราบวันนี้... แต่คุณแม่เชื่อใจผมนะครับ ผมขอสัญญาว่าจะให้เกียรติลูกสาวของคุณแม่ในฐานะผู้หญิงที่ผมรักอย่างเต็มที่”

คำพูดที่หนักแน่นสอดประสานกับแววตาที่มั่นคงของตุลธร ทำให้ก้อนเนื้อที่หนักอึ้งในอกของมารดาเริ่มคลายลง ท่านลอบมองใบหน้าของลูกสาวที่ตอนนี้แดงซ่านไปถึงลำคอ ก่อนจะปรายตาไปยังนางพยาบาลพิเศษที่คอยดูแลท่านอย่างใกล้ชิด... ทั้งค่ารักษาพยาบาลมหาศาลและความสะดวกสบายราวปาฏิหาริย์นี้ ทำให้ท่านตระหนักได้ทันทีว่าชายหนุ่มตรงหน้าคงจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

“แม่ฝากน้องด้วยนะคุณตุล... เอมมี่ยังเด็กนัก”

“ไม่ต้องห่วงครับคุณแม่ ผมจะดูแลลูกสาวเป็นอย่างดีเลย” ตุลธรกุมมือหญิงสูงวัยเบาๆ เป็นการให้คำมั่นสัญญาที่ทำเอาคนฟังอย่างเอมิกาถึงกับใจสั่นไหวอย่างรุนแรง

ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังซาบซึ้งและอบอวลไปด้วยมวลความรู้สึกดีๆ เสียงเรียกเข้าจากสมาร์ทโฟนราคาแพงของตุลธรก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ธุระด่วนที่บริษัทบีบให้เขาต้องรีบกลับไปสะสางงานที่ค้างไว้โดยเลี่ยงไม่ได้

“ยังไงผมต้องขอตัวก่อนนะครับคุณแม่ เอาไว้ผมจะมาเยี่ยมใหม่บ่อยๆ นะครับ”

ตุลธรเอ่ยลาพลางกุมมือหญิงสูงวัยบนเตียงคนไข้เบาๆ เป็นการให้คำมั่นสัญญาที่หนักแน่น มารดาของเอมิกามองตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย แววตาที่เคยหวาดระแวงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความไว้วางใจในตัวชายหนุ่มผู้เป็นที่พึ่งพาในยามยากคนนี้

“ขอบคุณมากนะคะ... คุณตุลที่มาเยี่ยม”

“พี่ไปก่อนนะเอมมี่” เขาหันมาบอกหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เอมิกาตามมาส่งเขาที่รถก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ค่ะ... พี่ตุล” เอมิกาขยับเข้ามาใกล้เขาอีกนิด ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้เธอรู้สึกลำบากใจ

“ช่วงเสาร์อาทิตย์ เอมมี่ขอนอนเฝ้าดูแลคุณแม่ที่นี่นะคะ”

เธอนิ่งไปอึดใจหนึ่ง พลางชำเลืองมองเข้าไปในบ้าน ก่อนจะหันมาสบตาตุลธรด้วยแววตาอ้อนวอน

“พี่ตุล... อย่าเพิ่งบอกเรื่องที่เอมมี่ไปอยู่ที่บ้านพี่ให้คุณแม่รู้นะคะ เอมมี่กลัวท่านจะคิดมาก ให้ท่านรู้ว่าเอมมี่อยู่หอพักกับเพื่อนเหมือนเดิมไปก่อน” ตุลธรนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาเข้าใจดีว่าหัวอกของลูกสาวที่รักแม่นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด และเขาก็ไม่ต้องการให้ความจริงทำลายความสบายใจของคนป่วยในตอนนี้

“ได้ครับ... พี่เข้าใจ”

เขาเอ่ยรับคำเสียงนุ่ม พร้อมกับยื่นมือมาเกลี่ยพวงแก้มใสของเธอเบาๆ ท่ามกลางสายตาของมารดาที่แอบลอบมองด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มโน้มกายลงมากระซิบข้างหูเธอพอให้ได้ยินกันเพียงสองคน

“พี่จะให้เวลาเอมมี่ดูแลคุณแม่ให้เต็มที่ช่วงเสาร์อาทิตย์แล้วพี่จะแวะมาหาบ่อย ๆ”

คำพูดกึ่งคำสั่งกึ่งอ้อนนั้นทำให้เอมิกาหน้าแดงซ่าน เธอพยักหน้ารับเบาๆ
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel