16 ข้ามขั้นเลยดีไหม
“จะหึงได้ยังไงกันคะ... เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” เอมิกาเถียงเสียงแข็งพยายามรักษามาด ทั้งที่ในใจกลับเต้นรัวหวนคิดถึงคำตอบที่อยากได้ยินจากปากเขาใจจะขาด
“แล้ว... อยากเป็นมั้ยล่ะ” คำถามจู่โจมตรงเป้าทำเอาคนฟังหน้าร้อนผ่าวจนถึงใบหู
“ในฐานะอะไรคะ?”
“ก็ฐานะแฟนไง... หรือจะข้ามขั้นไปเป็นเมียดีล่ะ” ตุลธรเริ่มรุกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนเอมิกาที่เริ่มจะเสียอาการต้องรีบดึงสติกลับมาเบรกเขาไว้ทันควัน
“ไม่ดีกว่าค่ะ... เอมมี่ยังเรียนไม่จบเลย”
“ไอ้นั่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่เอา... จับปล้ำซะดีมั้ยเนี่ย!!” เขาแกล้งออกแรงกอดรัดร่างบางด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู
“อื้อ!!!.. พี่ตุลปล่อยเอมมี่ อื้มมม พี่ตุล!!” หญิงสาวร้องห้ามเสียงหลง เธอจะบ้าตายอยู่แล้วที่ถูกเขาปลุกปั่นอารมณ์เพียงเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมก็แทบจะทานทนไม่ไหว หากปล่อยตัวปล่อยใจไปมากกว่านี้ เธอคงได้ตกเป็นของเขาจริงๆ แน่
“ไม่ปล่อย เอมมี่ต้องยอมเป็นแฟนพี่ก่อน”
“ยอมแล้วค่ะ ๆ ยอมแล้ว ๆ”
“ยอมอะไร ไหนบอกพี่มาสิครับ” เขาหยุดแกล้งแต่ยังคงโอบกอดเธอไว้หลวมๆ ในอ้อมแขนที่แสนอบอุ่น
“เอมมี่ยอมเป็นแฟนพี่ก็ได้ค่ะ... แต่เอมมี่ยังไม่พร้อมที่จะมีอะไรกับพี่ตอนนี้ พี่ตุลรอหน่อยได้มั้ยคะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและแววตาอ้อนวอน จนชายหนุ่มใจอ่อนย้วยเกินกว่าจะทำร้ายเธอได้ลงคอ
“พูดแบบนี้ค่อยน่าฟังหน่อย... แล้วต้องรออีกนานแค่ไหนล่ะจ๊ะ?” คนเจ้าเล่ห์ยังไม่วายหยอดคำถามพร่าชิดใบหู
“อีกไม่นานหรอกค่ะ...” เธอกระซิบตอบเสียงแผ่ว ตุลธรรู้ดีว่าเธอยังมีความกังวลใจอยู่มาก เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อลดความประหม่าให้กวางน้อยในอ้อมกอด
“คุณแม่อาการดีขึ้นบ้างหรือยังครับ?”
“ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ตอนนี้พักฟื้นอยู่ที่บ้าน”
“เอางี้มั้ย... พาคุณแม่มาอยู่ที่นี่ด้วยกันเลย เอมมี่จะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาให้เหนื่อย”
“เอมมี่เกรงใจค่ะพี่ตุล...” เธอพึมพำ นิ้วมือเรียวของตุลธรเอื้อมไปเกลี่ยไรผมข้างแก้มเนียนอย่างถะนุถนอม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ต่อให้เราเพิ่งรู้จักกัน แต่พี่ขอยืนยันกับเอมมี่อย่างลูกผู้ชาย... พี่จะไม่ยอมให้เอมมี่กับคุณแม่ต้องลำบาก เชื่อใจพี่นะ”
“เอมมี่กลัวว่าคุณแม่จะมาเป็นภาระให้พี่ตุลค่ะ และอีกอย่าง... ท่านยังไม่รู้เรื่องของเราสองคนเลย” เอมิกาอธิบายด้วยความหนักใจ ถ้าแม่รู้ว่าลูกสาวเอาตัวเองมาประมูลเพื่อเอาเงินไปรักษาท่าน แม่คงอกแตกตายแน่ๆ
“แล้วเอมมี่ตั้งใจจะบอกท่านตอนไหนล่ะครับ?”
“แล้วพี่ตุลจริงจังกับเอมมี่แค่ไหนล่ะคะ... เอมมี่กลัวว่า...”
“ทำไม? กลัวพี่ ฟันแล้วทิ้งเหรอครับ?” เขาถามตรงๆ ตามสไตล์คนขวานผ่าซากแต่จริงใจ
“ก็ประมาณนั้นค่ะ ถ้าเราจะคบกันจริงๆ... แต่ถ้าพี่แค่ต้องการตัวเอมมี่ เอมมี่ก็ไม่จำเป็นต้องบอกแม่” เธอตอบตรงไปตรงมาเช่นกัน เพราะลึกๆ เธอก็เตรียมใจไว้แล้วว่าเขาประมูลเธอมาเพราะความบริสุทธิ์
“ใครบอกว่าพี่ต้องการแค่ตัวเอมมี่กัน... ถ้าพี่ต้องการแค่นั้นจริงๆ พี่ขืนใจเอมมี่ไปตั้งแต่วันแรกแล้ว ไม่ต้องรอมาถึงวันนี้หรอก” ถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยความสัตย์จริงส่งผลให้ขอบตาของเอมิกาเริ่มร้อนผ่าว ความรู้สึกอบอุ่นใจแผ่ซ่านไปทั่วอกอย่างบอกไม่ถูก
“ขอบคุณนะคะที่พี่เข้าใจ... งั้นเอาเป็นว่าพรุ่งนี้ เอมมี่จะพาพี่ไปเยี่ยมคุณแม่นะ” คนตัวเล็กเบียดกายเข้าหาอกกว้าง พร้อมกับดึงลำแขนแกร่งมาโอบกอดตัวเองไว้แน่น
“ฝันดีนะครับ...” สิ้นเสียงทุ้ม ตุลธรประทับริมฝีปากหยักลงบนกลีบปากอิ่มอย่างเย้ายวน บดเคล้าแผ่วเบาหยอกเย้าจนหญิงสาวเคลิ้มฝัน เอมิกาเผยอริมฝีปากออกราวกับละเมอ แขนเรียวยกขึ้นโอบรอบลำคอของชายหนุ่มที่เคยปรากฏในฝันเมื่อคืนก่อน ลำคอระหงหดเกร็งเล็กน้อยเมื่อไอร้อนจากสัมผัสเริ่มเคลื่อนคล้อยลงมา
ตุลธรที่ทำตัวเป็นขโมยลอบชิมความหวานชะงักเล็กน้อย เขาเงยหน้ามองหญิงสาวที่เขาตกหลุมรักเข้าอย่างจัง ก่อนจะประทับจุมพิตลงไปอีกครั้งอย่างลึกซึ้ง คราวนี้เขาไล้เรียวลิ้นอุ่นซอกซอนดื่มด่ำความหวานละมุนอย่างเผลอไผล ฝ่ามือใหญ่ลากไล้ไปตามผิวกายเนียนนุ่มผ่านชุดนอนซีทรูบางเบา บรรยากาศในห้องนอนเริ่มระอุไปด้วยไฟรักที่ยากจะมอดดับ