13 ไม่มีทางเลือก
“สวัสดีค่ะ... คุณตุล!” เอมิการีบเอ่ยทัก นารีถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ไม่นึกเลยว่า ผู้ชายคนที่เอมิกาเล่าให้ฟังจะมีรูปโฉมราวกับเทพบุตรปานนี้ ตุลธรก้าวเข้ามานั่งลงฝั่งตรงข้ามกับสองสาวอย่างถือวิสาสะ วันนี้เขาอยู่ในชุดเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ปลดกระดุมคอเผยให้เห็นแผงอกรำไร สวมทับด้วยสูทตัดเย็บประณีตและกางเกงผ้าสักหลาดสีเทาอ่อนที่ส่งเสริมบุคลิกให้ดูภูมิฐานที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนและอำนาจ
เอมิกาจ้องมองเขาจนรู้สึกคอแห้งผาก ผู้ชายคนนี้ดูดีจนน่าใจหาย และรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขาก็ทำให้เธอประหม่าจนแทบไม่กล้าสบตา
“สวัสดีครับ” ตุลธรตอบรับสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์
“นี่ยัยนาค่ะ... เป็นเพื่อนสนิทของเอมมี่เอง” เอมิการีบแนะนำเพื่อนให้ตุลธรรู้จัก
“สวัสดีค่ะคุณตุล ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” นารีที่กำลังเคลิ้มไปกับความหล่อเหลารีบแนะนำตัวทันที
“เช่นกันครับ”
“ไปกันเลยไหม” เขาไม่ได้หันไปสนใจนารีต่อ แต่กลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเอมิกาเพื่อเป็นคำสั่ง เมื่อเห็นเธอเงียบไป เขาก็ไม่รอช้า รวบกองหนังสือของเธอมาไว้ในมือแล้วพาเธอเดินตรงไปยังรถทันที
ระหว่างทางที่รถหรูเคลื่อนตัวไปบนท้องถนน เอมิกาที่นั่งนิ่งมาตลอดก็ตัดสินใจทำลายความเงียบขึ้น
“ทำไมคุณต้องคอยมารับมาส่งฉันด้วยคะ?”
“ก็ผมยังไม่ได้ในสิ่งที่ผมประมูลไปเลยนี่ครับ” น้ำเสียงของเขาวันนี้ดูสุภาพขึ้นอย่างผิดตา สรรพนามที่ใช้เรียกเธอก็เปลี่ยนไป ทว่ามันกลับแฝงไปด้วยความเผด็จการที่หนักแน่นกว่าเดิม
“สรุปว่าคุณกลัวฉันหนี... ถูกไหมคะ?”
“จะพูดแบบนั้นก็ได้ และสิ้นเดือนนี้... คุณต้องย้ายมาอยู่กับผมอย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที”
คำประกาศนั้นทำให้เอมิกาชาวาบไปทั้งตัว เธอรู้ดีว่าไม่มีข้ออ้างใดๆ อีกแล้ว เพราะเงินยี่สิบห้าล้านบาทหลังจากหักเปอร์เซ็นต์ ได้ถูกโอนเข้าบัญชีเธอเป็นที่เรียบร้อย และเธอก็จัดการโอนเงินก้อนนั้นไปจ่ายค่าผ่าตัดให้มารดาทันทีที่ได้รับ พันธนาการนี้ถูกตีตราด้วยความกตัญญูที่เธอต้องแลก
“จะให้ไปอยู่ที่บ้านหรือคอนโดนล่ะคะ?”
“ที่ไหนก็ได้ที่มีผมอยู่ ผมต้องเห็นคุณข้างกายเสมอ”
“แล้วถ้าเป็นที่บ้าน คุณจะบอกคนที่บ้านว่ายังไง... แล้วภรรยาคุณล่ะคะ? อย่าบอกนะว่าไม่มี” เอมิกาถามออกไปตามที่ใจคิด คนฐานะระดับเขา อายุขนาดนี้ จะไม่มีครอบครัวได้อย่างไร อย่างมากเธอก็คงเป็นได้แค่ เมียเก็บในคอนโดลับๆ เท่านั้น
“คุณก็เคยไปบ้านผมมาแล้วนี่ ที่นั่นไม่มีใคร พ่อแม่ผมเสียไปหมดแล้ว และในบ้านก็มีแค่แม่ครัวกับแม่บ้านเท่านั้น” ตุลธรปรายสายตามองเธอครู่หนึ่ง
“ผมอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด”
“คุณอยู่คนเดียวจริง ๆ เหรอคะ... แล้วคุณทำอาชีพอะไรกันแน่?”
“ผมเปิดบริษัทขนส่งครับ” เขาบอกเธอสั้น ๆ และไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรให้มากความนัก
“พอจะบอกชื่อบริษัทได้มั้ยคะ”
“ไททัน โลจิสติกส์ เวิลด์ไวด์ มีเจ้าเดียวในเมืองไทยที่ครองสัมปทานทั้งทางเรือและทางอากาศครอบคลุมทุกทวีป”
“โห...” เอมิกาอุทานออกมาเบาๆ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ ชื่อบริษัทนี้เธอเคยได้ยินในข่าวเศรษฐกิจอยู่บ่อยครั้ง มันคือยักษ์ใหญ่ของวงการที่แทบไม่มีใครไม่รู้จัก
“เอางี้ไหมคะ... ถ้าฉันเรียนจบแล้ว ฉันจะไปทำงานที่บริษัทคุณเพื่อใช้หนี้เงินที่คุณประมูลไปก็ได้”
“เงินยี่สิบห้าล้าน... คุณคงทำงานจนตายก็ใช้หนี้ไม่หมดหรอกเอมิกา” เขาเอ่ยขัดขึ้นด้วยรอยยิ้มเย็นที่มุมปาก
“สรุปว่าคุณต้องการพรหมจรรย์ของฉันจริงๆ ใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามเสียงสั่น พยายามกลั้นน้ำตาที่รื้นขึ้นมา
“แน่นอนครับผมเป็นนักธุรกิจ ในเมื่อผมเสียเงินไปแล้ว ผมก็ต้องได้สินค้า”
คำพูดตัดรอนนั้นทำให้เอมิกาหน้าหงอยลงทันที เธอเบือนหน้ามองออกไปนอกกระจกรถ รู้ซึ้งถึงสัจธรรมที่ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมรับโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ด้วยเม็ดเงินมหาศาลและความปรารถนาของบุรุษตรงหน้าเท่านั้น