ตอนที่5 คุณครูสอนพิเศษ
ไม่นานโต๊ะอาหารก็เต็มไปด้วยของกินหน้าตาน่าอร่อย พาสต้าเส้นสวย สเต๊กเนื้อหวานฉ่ำ พอได้แตงกวาดองมาตัดรสเลี่ยน มื้อที่แสนธรรมดาสำหรับเขากลายเป็นสิ่งที่ขนมผิงอิจฉาไปเลย
ถ้าเธอหาเงินเก่งกว่านี้ คงไม่ต้องกังวลเวลาจะทานอะไรสักอย่างหรอก ดวงตาลุกวาวผ่อนลง นึกถึงชีวิตทีไรก็รู้สึกน้อยใจตลอด พ่อเอาเพลงของเธอไปหากิน เวลานี้กลายเป็นโปรดิวเซอร์ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ไปแล้ว ส่วนแม่ก็ได้สามีใหม่ที่รวยและอนาคตดี ทั้งสองทำให้ลูกคนนี้เกิดมาด้วยกัน แต่ไม่มีใครใส่ใจเลี้ยงดูเลย
“เดี๋ยวผิงตักให้นะคะ” เปลี่ยนจากความคิดฟุ้งซ่านมาจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าดีกว่า ยังไงอีกแค่ปีเดียวก็จะเป็นอิสระ รอวันนั้นมาถึง ของที่เคยเอาไปจากเธอ จะต้องกลับคืนมาทั้งหมด
คนร่วมโต๊ะเอาแต่ตักให้ไม่ยอมทาน เคย์เดนจึงยกมือสั่งมาเพิ่มอีกชุด แค่ข้าวต้ม จะไปอิ่มได้ยังไง ผอมแห้งจนกระดูกไหล่โผล่แล้ว ไม่รู้จักดูแลตัวเอง เขาไม่ใช่พวกใจดำ อาหารมากมาย ต้องปล่อยให้เธออดอยากหรือไง
“คุณขนมผิงไม่สบายเลยทานไม่ได้ค่ะ คุณหมอสั่งห้ามเอาไว้”
เขาไม่ถามไถ่ ได้ยินดังนั้นก็หั่นเนื้อสเต๊กในจานของตัวเองไป ไม่สบายก็สมควร เจองานหนักยังลุกขึ้นมาเดินได้ ถือว่าเขาประเมินเธอต่ำไป
จบจากมื้ออาหาร ขนมผิงก็ขึ้นห้องเปลี่ยนชุดเตรียมเข้านอน อีกไม่กี่วันต้องเจอเพื่อนๆ แล้ว จะทำยังไงกับรอยฟกช้ำเหล่านี้ดี ขณะกำลังครุ่นคิดประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามา หัวใจดวงน้อยหล่นวูบลงไปอยู่บนพื้นทันที
“คุณเคย์เดนมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เธอบอกจะเตรียมน้ำไว้ไม่ใช่หรือไง”
“ขอโทษค่ะ รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวผิงรีบไปทำให้” นี่ห้าทุ่มแล้ว เห็นเขาเข้าห้องไปตั้งนาน ไม่นึกว่าจะมาอาบน้ำที่นี่อีก เดาอารมณ์ไม่ได้เลย
เธอหายเข้าไปในห้องน้ำนานสองนาน ศีรษะก็ปวด แต่เพราะมีคนรออยู่ด้านนอก จะชักช้าก็ไม่ได้ เดี๋ยวบริการไม่น่าประทับใจอีก ขนมผิงแตะมือทดสอบความอุ่น ได้ที่แล้วก็ออกไปเชิญเจ้านายใหญ่ เขาให้เธอทำทุกอย่าง ตั้งแต่ถอดชุดยันถูหลัง ถ้าไม่ติดว่าแต่งงานมาเป็นเมีย เธอก็นึกว่าตัวเองคือพี่เลี้ยงเด็กแล้ว
“สบายไหมคะ”
“อืม” เคย์เดนเป็นคนไม่ชอบพูด เขามักจะส่งเสียงฮึมฮัมเป็นคำตอบอยู่เสมอ ไม่ต้องแปลกใจ เดี๋ยวพอนานๆ ไปก็เริ่มชินเอง
และกว่าเขาจะแช่น้ำเสร็จขนมผิงก็แทบทนไม่ไหว หากเธอไม่จามสามสี่ครั้งต่อเนื่องกัน ฝ่ายที่กำลังผ่อนคลายคงไม่ลุกขึ้นจากอ่างหรอก เขาจะไปแล้วใช่ไหม เร็วๆ เถอะ ง่วงมากๆ แล้ว
“อ้าขา”
“คะ? ”
“อย่าให้พูดซ้ำ ไม่อย่างนั้นเธอจะโดนหนัก”
กลางลำตัวยังไม่หายแสบ พอเขาสั่งให้อ้าขาเธอก็อยากจะร้องไห้ ไม่สบายก็ไม่เห็นใจ ที่คิดเองเออเองว่าครั้งเดียวเขาคงไม่มายุ่งอีกคงผิดแล้ว
“ผิงกลัวว่าคุณจะเหนื่อย กลับมาจากทำงานควรพักผ่อน ให้ผิงนวดดีไหมคะ”
เขาไม่แยแสการเอาตัวรอดตื้นเขินของเธอ พอสายตาที่ทั้งหยิ่งยโสและเหน็บหนาวกวาดมองมาหนึ่งครั้ง ขนมผิงก็ไม่พูดมากความอีก เธอก้าวขึ้นไปนอนบนเตียง พอเขาดึงขาเรียวยาวแยกออกจากกัน บางสิ่งที่ร้อนราวกับกองไฟก็ทิ่มแทงเข้ามา
เจ็บ!! มีแต่ความเจ็บปวดเท่านั้น ช่วงแรกเขาก็ถาโถมแรงกายหนักหน่วงแล้ว ไม่ต้องนึกถึงหลังจากนั้นเลย ขนมผิงกระอักจุกในลำคอ เมื่อเวลาผ่านไปสามชั่วโมง การทารุณช่วงล่างก็หยุดลง คนป่วยสลบเหมือนเคย ส่วนชายกำยำร่างใหญ่อาบน้ำเสร็จแล้วก็จากไป ไม่มีการโอบกอดหรือปลอบโยนความป่าเถื่อนใดๆ ทั้งสิ้น
เช้าวันมีเรียน ขนมผิงก็แต่งชุดนักศึกษาลงมาทานอาหาร เธอไม่ใช่ทั้งสาวเฉิ่มและสาวแซ่บ บุคลิกจัดอยู่ระดับกึ่งกลาง แม้จะทำงานหนักแต่ภาพลักษณ์ก็ช่วยในการทำมาหากิน ฉะนั้นใส่ใจเลือกเสื้อผ้าที่เข้าทรงหน่อย ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
“ทานมื้อเช้าเยอะๆ นะคะ ดีต่อสุขภาพ” แซนวิชของป้าอุ่นต้องการคนรับช่วงต่อ แครอลออกไปอยู่ข้างนอกแล้ว ไม่มีคนให้คะยั้นคะยอทานมื้อเช้าเลย
“ขอบคุณนะคะป้าอุ่น วันนี้ผิงสายแล้ว เดี๋ยวจะทานตอนพักเบรกนะคะ” เธอรีบร้อน แต่ไม่ลืมเดินไปหาเคย์เดน เขากำลังมองมา หากไปเลยคนคงเก็บไปคิดบัญชีตอนกลางคืนแน่
“ผิงไปเรียนแล้วนะคะ ตอนเย็นเจอกัน” ด้วยความใจกล้าบวกกับต้องการให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่น ขนมผิงจึงก้มลงจุ๊บที่แก้มเขาเบาๆ เธอหน้าแดง ส่วนเคย์เดนนิ่งสงบ ผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไง คนถูกจู่โจมจะขู่คำราม แต่เธอไปแล้ว ไม่เห็นแม้แต่เงา
“มาถึงแล้วเหรอคะ กำลังเดินออกไปค่ะ” ขนมผิงเรียกรถมารับ จากคฤหาสน์ไปมหาวิทยาลัยค่อนข้างไกล ขากลับค่อยนั่งรถประจำทาง สายแล้วไม่อยากรออีก
“คุณขนมผิงจะไปไหนครับ”
“ผิงจะไปเรียนค่ะ ลุงเอกมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ขึ้นรถเถอะครับ เดี๋ยวผมขับไปส่ง”
เธอส่ายมือพัลวันไม่อยากรบกวน ตอนนี้รถรับจ้างมารอหน้าทางเข้าเรียบร้อย ขนมผิงกล่าวลาก่อนจะรีบวิ่งออกไป ส่วนลุงเอกคนขับรถได้แต่มองตามอย่างงุนงง? ที่คฤหาสน์มีรถให้ใช้ ทำไมนายหญิงถึงเรียกขนส่งสาธารณะ จะว่าแปลกก็แปลก กลัวรถติดหรือเปล่า ไม่น่าใช่
มาถึงมหาวิทยาลัย เพื่อนสนิทก็นั่งรออยู่ที่ม้านั่งประจำ ใกล้เข้าเรียนเต็มทีแล้ว ยังไม่รู้จักรีบอีก
“ทานข้าวหรือยัง ลีซื้อไว้ให้”
“เราพกมาเองแล้ว ก็บอกว่าไม่ต้องซื้อให้ไง”
“อยากซื้อ ก็ผิงไม่ชอบทานมื้อเช้า”
“พูดเหมือนลีทานทุกวันเลยนะ พอๆ กัน ไม่ต้องเป็นห่วงคนอื่น ตัวเองสำคัญที่สุด”
“ครับผม บ่นเยอะ เดี๋ยวหน้าแก่นะ”
เขายื่นมือมาบีบแก้มของเธอ พลางสังเกตว่าวันนี้เพื่อนสาวใส่เสื้อแขนยาวผิดปกติ อากาศเย็นก็จริง แต่มันขนาดนั้นเลยหรือยังไง
“ถ้าหนาวก็อยู่ใกล้ๆ ลีเอาไว้” เขาแอบใช้สถานะเพื่อนโอบไหล่ของเธอ พอถูกจ้องเขม็งก็ยิ้มระรื่นหนึ่งทีก่อนค่อยปล่อย
“ถ้ากล้าอีกจะต่อยเลยนะ”
×_×
คาบเรียนเช้าจบลงอย่างรวดเร็ว พอพักเที่ยงกรองแก้วที่เรียนคนละคลาสก็ซื้อข้าวแล้วมานั่งกับขนมผิง แม้ลีจะไล่เธอด้วยสายตา แต่ก็ไม่ทำให้คนสะทกสะท้าน
“ผิง ฉันมีผู้ชายมาให้เธอช่วยดู” กรองแก้วเปิดรูปภาพที่หล่อนเฝ้าชื่นชมเช้าเย็นอวดขนมผิง เมื่อมองดีๆ คนที่กำลังดื่มน้ำอยู่ก็เกิดตกใจสำลักขึ้นมา ลีต้องรีบย้ายมาช่วยลูบหลัง เขาใช้น้ำเสียงร้ายกาจต่อว่ากรองแก้วตรงๆ
“ลี ผิงไม่เป็นไร อย่าพูดแบบนั้นอีก”
“ลีมีผิงคนเดียว พวกปากอย่างใจอย่าง ไม่คบค้าดีที่สุด”
“ขอโทษนะผิง เพราะฉันเอง ไม่น่าให้เธอดูเลย” รูปไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่กรองแก้วโกรธท่าทางโมโหเกินเหตุของลี แค่สำลักทำเหมือนมีใครจะตายอยู่ได้
“ไม่ต้องขอโทษหรอก ว่าแต่ผู้ชายในรูปนี้ทำไมเหรอ” ขนมผิงอยากรู้ เพราะผู้ชายที่กรองแก้วถ่ายรูปมาให้ดูคือเคย์เดน ลูกค้าคนสำคัญของเธอเอง โลกกลมจนเหลือเชื่อ
“ฉันเจอเขาที่คลับมูนไลท์เมื่อวาน หล่อเวอร์วัง เป็นพวกนักธุรกิจมั้ง อยากรู้จักแต่เข้าหายากมาก ฉันไม่น่าสนใจตรงไหน เห็นว่าเพื่อนของเขาก็รวยนะ ถ้าฉันสมหวังเดี๋ยวติดต่อให้เธอด้วย ชีวิตนี้จะได้เลิกทำงานตัวเป็นเกลียวสักที น่าสงสารมาก”
“สงสารตัวเองเถอะ ไม่ต้องแนะนำคนที่เธออยากสูบเลือดให้ผิง”
“ลี เกินไปแล้วนะ ฉันก็เพื่อนนาย พูดอะไรเกรงใจกันบ้าง”
“ฉันไม่เคยเห็นเธอเป็นเพื่อนของพวกเรา เพราะอะไรก็รู้อยู่แก่ใจ”
ขนมผิงหยิกขาเพื่อนสนิทของตัวเองอย่างแรง ทำไมปากร้ายกับกรองแก้วขึ้นทุกวัน แม้จะไม่อยากเป็นเพื่อนแต่นั่นก็ผู้หญิง คนอื่นเห็นจะว่าเขาไม่ดีเอาได้ ฝ่ายกรองแก้วไม่อยู่ขวางหูขวางตาต่อ หล่อนเดินหายไป ลีจึงได้ลูบรอยแดงเบาๆ
“ผิง เลิกคบกับคนแบบนี้เถอะ ลีได้ยินมากับหู กรองแก้วเอาผิงไปนินทาลับหลังกับกลุ่มเพื่อนใหม่นะ”
“ผิงรู้”
“รู้แล้วทำไมไม่ถอยห่างล่ะ”
“เผื่อลีจะไม่สังเกต ทุกวันนี้ผิงห่างแล้ว แก้วต่างหากที่ทำตัวเหมือนปกติ ลองเทียบช่วงปีหนึ่งกับตอนนี้สิ ต่างกันไหมล่ะ”
ลีถึงบางอ้อกับเขาสักที มัวแต่หวงขนมผิง กรองแก้วเป็นยังไงเขาไม่เคยสนใจ ถอยออกมาก็ดีแล้ว เพื่อนไม่ค้ำจุน คบกันไปก็มีแต่เสื่อมลง
ช่วงบ่ายขนมผิงก็ไปทำงาน เธอจะได้รับเงินก้อนใหญ่จากนายท่านโทนี่ก็ต่อเมื่อครบตามกำหนดเท่านั้น ระยะนี้ต้องกินต้องใช้ ยังไม่ถึงคราว ขยันไว้ก่อน
“น้องผิง พักผ่อนสามวันเต็มๆ ทำไมดูเหนื่อยๆ” เพนนีเอ่ยทักหญิงสาวรุ่นน้อง ไม่เจอเลยตั้งสามวัน นึกว่าจะได้เห็นใบหน้าอิ่มเอิบซะอีก
“พี่เพนก็รู้ว่าผิงไม่กล้าพัก หยุดไปสามวันก็ติดงานใหญ่เหมือนกันค่ะ”
“พี่ว่าแล้ว คิดไม่ผิดจริงๆ วันนี้ต้องไปสอนพิเศษที่เรือนจำนะ หนูไปได้ใช่ไหม รอบที่แล้วได้รับคำชมมาด้วย”
“ผิงไปค่ะ งานดีเงินดี ไม่ปฏิเสธแน่นอน”
ขนมผิงคว้ากีตาร์คู่ใจขึ้นรถตู้ไปกับทางสถาบันดนตรี พอมาถึงคุกที่มีการป้องกันระดับป้อมปราการทหารก็ตาตื่น ที่นี่ยังคงแปลกใหม่สำหรับเธอเสมอ
เมื่อคุณครูสาวก้าวเข้ามาในห้องเรียน นักโทษที่กำลังคิดถึงอยู่พอดีก็ส่งเสียงทักทาย เธอมีคนคุ้มกัน แค่คำพูดไม่ถือว่าอันตรายถึงชีวิตจึงเริ่มเปิดคลาสโดยการเล่นกีตาร์ให้ฟัง ความสามารถทางดนตรีทำให้คนทั้งคนมีเสน่ห์ชวนมอง เหล่านักเรียนไม่อาจละสายตา พวกเขาอยากให้นางฟ้าใจดีคนนี้อยู่ที่นี่นานๆ
“ผมว่าคุณครูคนนั้นหน้าคุ้นๆ นะป๋า ใช่เมียป๋าหรือเปล่า” เดม่อนบังเอิญมองไปเห็นเจ้านายหนุ่มกำลังสอดส่องคลาสดนตรีผ่านจอโทรศัพท์อยู่ ก็อดไม่ได้โพลงคำถามออกไป
เขาเป็นลูกน้องที่เคยติดคุกอยู่รัสเซียด้วยกัน พอหลบหนีพ้น ก็ตัดสินใจติดตามผู้ชายเก่งกาจคนนี้เสียเลย
“เมียกูเอง”
“เมียป๋าเคย์ ว้าว!พูดเต็มปากเลยนะป๋า สวยขนาดนี้สงสัยที่ไม่ยอมไปดื่มกับพวกผม เพราะมีอย่างอื่นให้ทำแน่ๆ”
“พูดมาก รำคาญ”
