บท
ตั้งค่า

บทที่ 8 งานแต่งงานของทั้งสอง

“เหยียนเหยียน” เสียงของเขาเข้มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เจ้าเป็นอะไร...” ไม่ทันให้นางพูดต่อ ตงหยางก็ดึงหญิงสาวเข้ามากอด ต่อหน้าผู้คนมากมาย เสียงฮือฮาพลันดังขึ้นรอบด้าน

“อันที่จริง นางเป็นว่าที่ภรรยาของข้า! และข้าจะไม่ยอมมีสตรีอื่นนอกจากนาง”

เขาประกาศเสียงดังชัดเจน พร้อมดวงตาจริงจังและไม่หลบเลี่ยง ราวกับกำลังบอกว่า...ต่อให้หานจิ่วเย่จะชอบเขาเพียงใด เขาก็ไม่คิดจะชอบนาง

หานจิ่วเย่ได้ยินคำกล่าวนั้น ใบหน้าของนางพลันปลี่ยนสีในทันที ความโกรธและความอับอายแล่นปราดขึ้นทั่วร่าง

“ภรรยาอย่างนั้นหรือ...” นางกัดฟันแน่น

“ดี! ดีนัก เสิ่นเล่อเหยียน! ข้าจะจำเรื่องวันนี้เอาไว้!” หานจิ่วเย่เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา ทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ

เสิ่นเล่อเหยียนผลักชายหนุ่มออกเบาๆ พร้อมกับใบหน้าแดงก่ำ

“เจ้าพูดอะไรออกไปน่ะตงหยาง! เรื่องเช่นนี้ไม่ควรนำมาล้อเล่นเจ้าไม่รู้หรือ” หญิงสาวเอ่ยเตือน ทว่าชายหนุ่มกลับมองนางด้วยแววตาสับสน

“ข้า...ข้าลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย”

“คราวหลังก็อย่าได้ทำเรื่องบุ่มบ่ามเช่นนี้อีก ครั้งนี้ข้าจะไม่ถือเป็นจริงเป็นจัง แต่ต่อไปก็ระวังด้วย!” ร่างบางพูดเสียงสั่น ก่อนจะหันหลังเดินหนีไป

เสิ่นเล่อเหยียนเดินไปได้สักพัก ก็รู้สึกถึงความเงียบ นางหันกลับมายังชายหนุ่มอีกครั้ง พบว่าเขายังยืนอยู่ที่เดิม

“ทำอะไรอยู่ตรงนั้น รีบไปกันเถอะ ข้าซื้อของกลับเรือนสักหน่อย” ชายหนุ่มที่กำลังเหม่อลอยรีบพยักหน้ารับ แล้ววิ่งตามหญิงสาวไปยังร้านค้าด้านใน ท่ามกลางสายตาของผู้คน ที่ยังคงมึนงงต่อการกระทำของทั้งสอง

ไม่มีใครรู้เลยว่า เหตุการณ์เล็กๆ ในวันนั้น จะกลายเป็นชนวนเริ่มต้นของคลื่นอารมณ์ที่กำลังจะถาโถมเข้ามาในชีวิตของทั้งคู่

และคำพูดของตงหยางในวันนั้น กลับไม่จบลงเพียงแค่ในอำเภอเฟิงหลิน เพราะมีชาวบ้านจากหมู่บ้านสกุลจางที่บังเอิญอยู่ในอำเภอได้ยินเข้าโดยบังเอิญ และเพียงไม่กี่วัน ข่าวลือก็ได้แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน

คืนนั้น หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว แม่นมหลี่ก็ได้เรียกทั้งคู่เอาไว้ สีหน้าหญิงชรายามนี้ดูเคร่งขรึมยิ่งกว่าปกติ

“เหยียนเหยียน เรื่องที่เกิดขึ้นในอำเภอ ข้าได้ยินหมดแล้ว” แม่นมหลี่หันไปมองชายหนุ่ม

“ตงหยาง เจ้ารู้หรือไม่ว่าคำพูดของเจ้า ทำให้นางเสียชื่อเสียง”

หญิงชรากล่าวตำหนิอย่างไม่ไว้หน้า

“สตรีเมื่อถูกเข้าใจผิดว่ามีชายอื่นมาพัวพัน ก็ไม่สามารถแต่งงานได้อีก จะมีแม่สื่อหรือชายหนุ่มดีดีที่ใด กล้ามาแต่งงานกับนาง ต่อให้เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องจริง เจ้าก็ไม่ควรนำมาพูดเล่น”

ตงหยางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น...ต้องขอโทษด้วยขอรับ เป็นข้าที่ผิดเอง” ชายหนุ่มแสดงสีหน้าสำนึกผิด

“เฮ่อ! ถึงจะยอมรับผิด จะอย่างไรเจ้าก็ได้ทำให้ชีวิตของนางเปลี่ยนไปแล้ว” แม่นมหลี่พูดเสียงเศร้า

“แล้วเจ้าจะรับผิดชอบเช่นไร” ชายหนุ่มนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้น พร้อมกับคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงชรา

“เรื่องนี้เป็นข้าที่ก่อ ข้าก็จะเป็นผู้รับผิดชอบเอง”

“อย่างไร...”

“ข้าจะรับผิดชอบ ข้าจะทำตามคำพูดของตน ข้าจะขอแต่งงานกับเหยียนเหยียน เพื่อปกป้องชื่อเสียงของนาง และเพื่อ...ปกป้องนางให้มีชีวิตที่ดีต่อจากนี้ไป”

คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบงัน เสิ่นเล่อเหยียนเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความตกใจและสับสน แม่นมหลี่มองชายหนุ่มนิ่งๆ ก่อนจะพยักหน้า

“ก็ได้ เรื่องนี้เจ้าเป็นคนพูดเอง ข้าจะถือว่าเป็นคำมั่น”

ตงหยางกำมือแน่น พร้อมดวงตาที่แน่วแน่

“ข้าจะไม่เปลี่ยนคำแน่นอนขอรับ ขอสัญญา”

ในคืนนั้น เสิ่นเล่อเหยียนนั่งอยู่เงียบๆ ข้างหน้าต่างห้อง ดวงจันทร์ส่องแสงอ่อนผ่านม่านไม้ไผ่ นางยังไม่รู้ว่าคำพูดเพียงประโยคเดียวของชายหนุ่มในวันนั้น จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของทั้งสองไปตลอดกาล

ทางด้านแม่นมหลี่ หลังได้ฟังคำมั่นของตงหยาง นางก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป วันต่อ...มาหญิงชราเรียกแม่สื่อประจำหมู่บ้านมาพูดคุยภายในเรือน

เพื่อให้นางช่วยจัดการเรื่องงานแต่งงานของเสิ่นเล่อเหยียนและตงหยาง เพราะนางไม่ต้องการให้ชื่อเสียงของหญิงสาวต้องมัวหมองไปมากกว่านี้

แม่สื่อพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ในหมู่บ้านเล็กๆ เช่นนี้ ชื่อเสียงของสตรีคือสิ่งสำคัญที่สุด หากปล่อยให้ข่าวลือค้างคา ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้หญิงสาวอีก

ไม่กี่วันต่อมา ข่าวการแต่งงานของเสิ่นเล่อเหยียนและตงหยางก็ได้แพร่ไปทั่วหมู่บ้านสกุลจาง เหล่าสตรีในหมู่บ้านแม้จะรู้สึกว่าตนเองอกหัก ทว่าก็แวะเวียนมาร่วมยินดีกับหญิงสาว คนในหมู่บ้านนี้ล้วนพึ่งพาโชคลาภของนาง แม้จะรู้สึกริษยาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครคิดร้าย

เสิ่นเล่อเหยียนแม้จะไม่ได้เอ่ยปากคัดค้านการแต่งงาน แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสน นางไม่เคยคิดว่าชีวิตจะพลิกผันเช่นนี้ ชายหนุ่มที่นางเคยช่วยชีวิต กลับกลายเป็นคนที่จะมาเป็นสามีของนางในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

อีกอย่าง...หากต้องแต่งงาน ในใจลึกๆ นางยังคงหวังว่าท่านอาจารย์จะกลับมาทัน เพราะอยากให้ท่านเป็นผู้ให้พรแก่ชีวิตใหม่ของตน ทว่าเวลาผ่านไปหลายวันก็ยังไร้วี่แวว ทางด้านแม่นมหลี่เองก็เร่งรัด

“คิดอะไรอยู่” หญิงชราเอ่ยถามยามเมื่อทั้งสองอยู่ตามลำพัง

“ข้า...อยากให้ท่านอาจารย์อยู่ร่วมอวยพรในงานแต่งงานของข้า” หญิงสาวตอบเสียงเศร้า

“เหยียนเหยียน อย่ารออีกเลย ยิ่งช้าเท่าไหร่คนก็ยิ่งพูดกันไปใหญ่” แม่นมเร่งเร้าให้นางตอบรับ เพื่อจะได้หาฤกษ์ดี

ในใจแม้จะไม่เต็มใจนัก แต่สุดท้ายนางจำต้องยอมตามความต้องการของแม่นมหลี่

วันแต่งงานของทั้งสองถูกกำหนดขึ้นอย่างเรียบง่ายในอีกไม่กี่วันต่อมา ที่ลานหน้าเรือนถูกประดับด้วยผ้าสีแดงและกลิ่นหอมของดอกเหมยที่ปลิวตามลม ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างตบเท้าเข้ามาร่วมอวยพร

ตงหยางสวมชุดเจ้าบ่าวที่แม่นมหลี่เย็บให้ด้วยมือ ส่วนเสิ่นเล่อเหยียนอยู่ในชุดเจ้าสาวผ้าไหมสีแดงสด ดวงตานางซ่อนความรู้สึกหลากหลายไว้ภายใต้ผ้าคลุมหน้า

ชายหนุ่มผู้ไม่รู้แม้แต่ชื่อจริงของตน กำลังจะกลายมาเป็นสามีของหญิงสาวผู้มีหัวใจอ่อนโยนในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้

เสิ่นเล่อเหยียนในชุดเจ้าสาวสีแดงยืนเคียงข้างตงหยาง ทั้งสองกำลังจะทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินเพื่อประกาศเป็นสามีภรรยาอย่างเป็นทางการ ทว่าก่อนที่ทั้งคู่จะทันได้คำนับ เสียงตะโกนพลันดังขึ้นจากหน้าประตูเรือน

“เจ้าหน้าที่ทางการมาถึงแล้ว! เปิดทาง!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel