บทที่ 2 ช่วยคนป่วย
สำหรับเสิ่นเล่อเหยียน ป่าแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแหล่งอาหาร แต่เป็นเพื่อน เป็นที่พึ่ง และเป็นสถานที่ที่ทำให้นางไม่อดตาย
“แม่นมหลี่ ข้ากลับมาแล้ว!” เสียงใสของหญิงสาวดังขึ้นพร้อมกับฝีเท้าเบาๆ ที่ก้าวเข้ามาในลานหน้ากระท่อม
เสิ่นเล่อเหยียนวางตะกร้าไม้ไผ่ลง ก่อนจะเทไก่ป่าที่อยู่ข้างในออกมาเรียงบนพื้นดิน ไก่ป่าตัวโตนับสิบตัวที่ถูกมัดขา ดิ้นกระพือปีกเบาๆ ส่งเสียงร้องจ้อกแจ้ก
ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างหยุดมองด้วยความตกตะลึง
“เหยียนเหยียน ได้ของดีกลับมาอีกแล้วหรือ” ชายชราผู้หนึ่งร้องถามด้วยน้ำเสียงที่ทั้งทึ่งปนตกตะลึง
“เจ้าค่ะ ข้าเพียงเดินผ่านพวกมันก็ตกจากต้นไม้ บางตัวก็นอนอยู่ตามทางเดิน” หญิงสาวตอบกลับพร้อมรอยยิ้มสดใส
“โชคดีจริงๆ ท่านเทพแห่งพงไพรคงจะเอ็นดูเจ้าอยู่แน่ๆ” หญิงชราผู้หนึ่งพูดพลางประสานมือขึ้นเหนือหัว เสิ่นเล่อเหยียนเพียงยิ้มบางๆ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เพราะตัวนางเองก็ไม่รู้เช่นกัน ว่าเหตุใดตนถึงได้โชคดีกว่าคนอื่นๆ
“ไหนๆ พวกท่านก็มาแล้ว นำกลับไปสักตัว ต้มน้ำแกงเพื่อบำรุงร่างกายสักหน่อยสิเจ้าคะ” ร่างบางกล่าวพลางหยิบไก่ป่าขึ้นมาส่งให้ชาวบ้านที่ยืนมองอยู่ด้านนอก
ชาวบ้านเหล่านั้นที่ได้รับความช่วยเหลือจากหญิงสาวบ่อยครั้งตอนนี้ต่างมีสีหน้ากระอักกระอ่วน
“ทำไมเล่าเจ้าคะ รับไปสิ” นางถามขึ้นอย่างสงสัย
“เหยียนเหยียน เรารับของจากเจ้าบ่อยเกินไปแล้ว เราเกรงใจ”
หญิงวัยกลางคนเอ่ยตอบเสียงเบา เสิ่นเล่อเหยียนหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะจับไก่ป่าวางลงในมือของพวกเขาทีละตัว
“ข้าเก็บไว้สองตัวก็พอแล้ว ที่เหลือฝากพวกท่านนำไปให้บ้านพี่มู่ด้วยนะเจ้าคะ ใครยังไม่ได้ก็แบ่งๆ กันไป” ทุกคนต่างมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยแววตาซาบซึ้ง
เสิ่นเล่อเหยียนในสายตาของพวกเขา ไม่ใช่เพียงหญิงสาวผู้มีโชค แต่เป็นผู้ให้ที่ไม่เคยหวังสิ่งตอบแทน
สิบปีที่นางอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ เป็นสิบปีที่พวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากนางไม่เคยขาด ทั้งยามเจ็บป่วย ยามขาดแคลนอาหาร หรือแม้แต่ยามมีปัญหาในครอบครัว
แม่นมหลี่ที่ยืนอยู่หน้ากระท่อม มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น แววตาของหญิงชราเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“ฮูหยินเจ้าคะ บุตรสาวที่ท่านให้กำเนิด นางเติบโตได้ดีจริงๆ ท่านที่มองอยู่บนฟ้า ช่วยเป็นกำลังใจให้เราสองคนด้วย” หญิงชราพึมพำเสียงเบา พร้อมกับยกแขนเสื้อขึ้นซับหางตาที่มีน้ำใสไหลซึมออกมา
แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องผ่านกิ่งไม้ลงมากระทบเรือนผมสีดำขลับของเสิ่นเล่อเหยียน เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของชาวบ้านยังคงดังก้องภายในลานเล็กๆ ของนาง
ทว่า...ในตอนนั้นเอง
“พี่อาเหยียน! ช่วยท่านย่าของข้าด้วย!”
เสียงร้องตะโกนดังลั่นลานหน้ากระท่อม เสิ่นเล่อเหยียนที่กำลังจะกลับเข้าเรือนพลันหันขวับไปตามเสียงเรียก ใบหน้าที่ชื้นเหงื่อฉายแววตกใจทันที เมื่อเห็นว่าเป็นจางเอ้อหลาง เด็กหนุ่มวัยสิบสี่ที่นางคุ้นเคยดี
“เกิดอะไรขึ้น! เอ้อหลาง ท่านย่าจวงเป็นอะไร” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“เมื่อเช้า ทุกคนออกไปทำนากันหมด มีเพียงท่านย่าอยู่ที่เรือนกับน้องเล็ก พอเรากลับเรือนพบว่าท่านย่าล้มอยู่ ตามร่างกายของนางมีแต่บาดแผล เงินในบ้านของเราก็หายไปหมด จะต้องเป็นฝีมือของลุงใหญ่แน่ๆ” เด็กหนุ่มพูดไปร้องไห้ไป น้ำเสียงของเขาสั่นเครือด้วยความตกใจปนโกรธแค้น
“เอาล่ะ ไม่ต้องร้องไห้แล้ว ไป! พาข้าไปดูท่านย่าจวงก่อน” เสิ่นเล่อเหยียนไม่รอช้า รีบคว้ากระเป๋าผ้าข้างกายที่ใส่สมุนไพรติดมือไว้เสมอ แล้ววิ่งตามเด็กหนุ่มไปยังเรือนของเขาทันที
สายลมยามเย็นพัดแรงจนใบไม้ปลิวว่อน ฝุ่นดินลอยคลุ้งตามแรงฝีเท้าของทั้งคู่ เส้นทางจากเรือนของนางไปยังบ้านตระกูลจางไม่ไกลนัก ทว่าในยามนี้ทั้งสองกลับรู้สึกยาวไกลอย่างน่าประหลาด
ในใจของเสิ่นเล่อเหยียนเต้นแรงด้วยความกังวล
เมื่อมาถึงเรือนของจางเอ้อหลาง ภาพที่เห็นทำให้นางถึงกับชะงักไป ร่างของท่านย่าจวงนอนอยู่บนพื้นไม้เก่าๆ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง มีรอยฟกช้ำตามแขนและขา พร้อมด้วยเด็กหญิงตัวเล็กนั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ ด้วยความตกใจ
“ท่านย่า! พี่สาว! ท่านช่วยรักษาท่านยาของข้าหน่อยได้หรือไม่ ข้าขอร้องล่ะ” จางเอ้อหลางทรุดตัวลงข้างหญิงชรา พร้อมกับร้องไห้ออกมาอีกครั้ง คนในเรือนอย่างบุตรชายและสะใภ้ต่างยืนขวัญเสียอยู่ด้านข้าง
เสิ่นเล่อเหยียนรีบตามเข้าไป พร้อมกับตรวจชีพจรของหญิงชราอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงฝังเข็มให้นางเล็กน้อย
“ยังดี...ชีพจรยังเต้นปกติ ร่างกายของนางเพียงอ่อนแรงและตกใจมากเท่านั้น ส่วนบาดแผลภายนอกก็ไม่มีอะไรมาก ทายาแก้ฟกช้ำสักหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง”
หญิงสาวเอ่ยอธิบายแก่คนในครอบครัว เพื่อให้พวกเขาคลายใจ ก่อนจะหยิบขวดยาสมุนไพรออกมาจากถุง แล้วทาให้หญิงชราอย่างระมัดระวัง
“เอ้อหลาง เจ้าไปต้มน้ำร้อนให้ข้าสักหน่อย แล้วนำผ้าสะอาดมาเพิ่มอีก”
เด็กหนุ่มพยักหน้าทั้งน้ำตา ก่อนจะรีบวิ่งออกไปทำตามคำสั่ง เสิ่นเล่อเหยียนหันมามองเด็กหญิงตัวเล็กที่ยังคงส่งเสียงสะอื้นไม่หยุด
“หยวนหยวนไม่ต้องกลัวนะ ท่านย่าไม่เป็นไร เช่นนั้นมาให้พี่สาวดูแผลของเจ้าหน่อย” นางพูดเสียงอ่อนโยน พลางลูบศีรษะเด็กน้อยเบาๆ
ไม่นานนัก เมื่อเอ้อหลางกลับมาพร้อมน้ำร้อนและผ้าสะอาด เสิ่นเล่อเหยียนใช้ผ้าชุบน้ำร้อนทำความสะอาดบาดแผลบนหัวของเด็กน้อย ก่อนจะทำแผลให้นาง ยามนั้นกลิ่นหอมของสมุนไพรลอยคลุ้งไปทั่วห้อง
“ช่วงนี้ก็ให้ท่านย่าจวงพักผ่อนให้มากๆ ที่ตัวข้าไม่มียาสมุนไพรแล้ว ดังนั้นต้องให้เอ้อหลางไปซื้อในเมือง”
เมื่อเอ่ยเสร็จหญิงสาวจึงเขียนเทียบสงบใจ พร้อมทั้งยาบำรุงยื่นส่งให้คนสกุลจาง
“นำเทียบยานี้ไปที่ร้านขายยาจินเป่าถัง บอกว่าเทียบยานี้เป็นของข้า ซื้อกลับมาต้มให้ท่านย่าจวงดื่มวันละสองครั้ง” เด็กหนุ่มรับเทียบยามากำเอาไว้แน่น ทว่าสีหน้าที่แสดงออกคล้ายกับกำลังลำบากใจ
“ทำไมหรือ มีเรื่องอะไรที่ต้องการเอ่ยกับข้าหรือไม่” หญิงสาวรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณ ว่าเขาต้องการเอ่ยบางอย่างกับตน
“พี่อาเหยียน...เงินในบ้านเราถูกขโมยไปหมดแล้ว ข้า...”
เสิ่นเล่อเหยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงถุงเงินจากแขนเสื้อแล้วยื่นให้เด็กหนุ่ม
“เจ้านำเงินนี้ไปซื้อยาให้ท่านย่าจวงก่อน” เสิ่นเล่อเหยียนวางถุงเงินลงในมือของจางเอ้อหลาง
