3
ทิศเหนือดึงมือออกมา ปล่อยให้เธอได้หายใจหายคอ ขณะที่เขาจัดการสวมถุงยางอนามัยเข้ากับอาวุธร้ายที่พรักพร้อมออกรบของตัวเองอย่างคล่องแคล่ว
เด็กสาวมองตามการกระทำนั้น แล้วก็อดตั้งข้อสังเกตกับตัวเองไม่ได้ว่าความเป็นชายของทิศเหนือดูไม่ต่างอะไรกับของผู้ชายในหนังโป๊ฝั่งเอเชียที่เธอเคยดู แม้เธอจะอยากลิ้มลองอาวุธที่ยิ่งใหญ่ไซซ์ยุโรปมากกว่า แต่ว่าในครั้งแรก ขนาดเท่ากับทิศเหนือก็คงทำให้เธอเจ็บไม่น้อยแล้วกระมัง
“ให้เราอมให้ก่อนไหม?” เธอเสนออย่างไม่เกี่ยงงอน เขายังยอมลงลิ้นให้เธอ คงไม่แปลกที่เธอจะตอบแทนเขาบ้าง เธอเองก็ไม่เคยหรอก แต่ก็ศึกษาภาคทฤษฎีมาพอสมควร ดังนั้นมันก็พอจะมีไกด์ไลน์ในหัวให้เธอทำตามบ้างอยู่
“ไม่เป็นไร เราเงี่ยนจนปวดไปหมดแล้ว” ทิศเหนือปฏิเสธความหวังดีนั้น ขืนปล่อยให้เธอใช้ปากกับเขา เขาได้แตกก่อนจะได้แสดงลีลาสวาทให้เธอติดใจแน่ เดี๋ยวเอาไว้รอบสองก่อนแล้วกัน
สีหน้าของเด็กสาวกลับมากังวลอีกครั้ง “เหนือแน่ใจนะว่ามันจะไม่เจ็บมาก”
“เปียกขนาดนี้ไม่เจ็บแล้วล่ะ” เขาไม่ได้อ้างลอย ๆ ยังใช้นิ้วแตะหลักฐานความฉ่ำชื้นตรงกลางกายแล้วยกมาให้เธอดูประกอบอีกด้วย
เด็กสาวพยักหน้า กลัวเจ็บก็กลัว แต่ต้องการก็ต้องการ ความอยากรู้อยากเห็นนำเธอมาสู่จุดที่ไม่อาจจะหันหลังกลับได้แล้ว ขืนล้มเลิกความตั้งใจตอนนี้ แล้วเพื่อน ๆ ในกลุ่มรู้ ได้โดนล้อว่าเป็นคนขี้ขลาดตาขาวไปจนกว่าจะเรียนจบแน่ ๆ
“ถ้ากลัวเจ็บก็แยกขาออกกว้าง ๆ เราจะได้เข้าไปง่าย ๆ” อีกหนึ่งคำแนะนำที่เธอทำตามอย่างกระตือรือร้น เด็กสาวแยกเข่าออกจากกันกว้าง ขณะที่เขาเสือกไสตัวตนไปตามความฉ่ำชื้นอย่างเชื่องช้า ยั่วยุอารมณ์ของเธอให้พลุ่งพล่านขึ้นกว่าเดิม
“อื้อ!” เธอสะดุ้งครางเมื่อส่วนปลายของเขาเสียดสีลงบนปุ่มกระสันที่อ่อนไหว ทิศเหนือยังคงมุ่งมั่นกับการลากตัวตนคลุกเคล้าความฉ่ำหวานของเธออยู่อย่างนั้น ไม่ยอมบุกเข้ามาเสียที จนเธอต้องร้องบอกอย่างคนใจร้อน “เข้ามาเถอะเหนือ เราอยากโดนเอาแล้ว”
ทิศเหนือโหย่งตัว เตรียมจะพาตัวตนเข้าไปในความฉ่ำชื้นนั้น ทว่า...
“เพลิน! เพลิน!” เสียงของหญิงวัยสามสิบกลาง ๆ ดังมาจากทางหน้าบ้าน ทำให้คนที่กำลังเตรียมจะเริ่มบทเรียนสวาทชะงัก “อยู่ไหนนะ? ไม่มีสอบตอนบ่ายไม่ใช่เหรอ?”
“แม่มา!” เด็กสาวจำเสียงผู้ให้กำเนิดตัวเองได้อย่างแม่นยำ ก่อนผลักร่างของเพื่อนร่วมรุ่นให้พ้นกาย แล้วรีบคว้ากางเกงชั้นในที่ถูกเขาดึงออกมาสวม พลางบอกด้วยน้ำเสียงร้อนรน “เหนือกลับไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่เห็นเราโดนแม่บ่นหูชาแน่”
“เพลิน แต่เราเงี่ยนจนปวดไปหมดแล้วนะ” ทิศเหนือพยักพเยิดหน้าลงไปยังความแข็งขืนที่ห่อหุ้มเอาไว้ด้วยถุงยางสีใส เพื่อให้เธอเห็นว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น เขาแทบจะแตกดับเพราะความต้องการอยู่แล้ว
“เรารู้ ๆ เราขอโทษ เดี๋ยวคราวหน้าเราชดเชยให้เต็มที่เลย เราสัญญา” เธอบอกแล้วแล้วเปิดตู้เสื้อผ้าคว้ายกทรงกับเสื้อยืดมาสวมอย่างรวดเร็ว “แต่งตัวเร็ว แล้วออกทางหน้าต่างนะ”
“เพลิน!” เสียงของผู้เป็นมารดาดังเข้ามาใกล้ เพียงไม่กี่อึดใจต้องมาเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงไถ่ถามของผู้เป็นแม่ “เพลิน อยู่ในนั้นห้องหรือเปล่า?”
“อยู่จ้ะแม่ แป๊บนึงนะ” เด็กสาวร้องตอบกลับไป ก่อนหันมาเจรจากับทิศเหนือที่ตอนนี้จัดการแต่งเนื้อแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว “กลับไปก่อนนะเหนือ”
“เออ ๆ” เด็กหนุ่มรับปากอย่างหงุดหงิด จะทำอย่างไรได้ล่ะ ก็ในเมื่อตอนนี้ฤกษ์มันล่มหมดแล้ว เขาพาร่างสูงโปร่งของนักกีฬาบาสเกตบอลออกไปทางหน้าต่าง โชคดีที่ห้องนอนของเธออยู่ชั้นล่าง จึงไม่เสี่ยงเจ็บตัวหากต้องปีนหน้าต่างเพื่อแอบหนีไม่ให้แม่ของเธอเห็น
เมื่อทิศเหนือออกไปและเธอจัดการปิดหน้าต่างเรียบร้อยแล้ว จึงรีบวิ่งไปเปิดประตูให้ผู้เป็นแม่ “แม่มีอะไร?”
“หลับอยู่หรือ?” ผู้เป็นแม่ถาม เพราะเห็นผมบนศีรษะของลูกสาวดูยุ่ง ๆ เหมือนเพิ่งลุกจากที่นอน
“ก็... จ้ะ เพลีย ๆ น่ะ” เธอเพิ่งลุกจากที่นอนจริง แต่ไม่ได้หลับหรอก “แล้วนี่แม่มีอะไรกับเพลินหรือเปล่า? แล้วพ่อไม่เลิกงานมาพร้อมกันเหรอ?”
“พ่อแกต้องอยู่แก้งานให้ลูกค้าต่อน่ะ นี่แม่แวะมาหาแกแล้วก็จะต้องกลับเข้าไปช่วยต่อ” พ่อกับแม่ของเธอเปิดบริษัทรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าในอาคาร เป็นบริษัทเล็ก ๆ ที่เพียงพอจะซื้อบ้านหลังนี้และส่งลูกสาวคนเดียวอย่างเธอเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้
“แม่แวะมาหาเพลินทำไม?”
“จะมาบอกว่าเย็นนี้แกต้องนั่งรถทัวร์ไปหาปู่ของแกคนเดียวนะ พ่อกับแม่มีงานเข้ากะทันหัน ต้องทำให้เสร็จภายในสองอาทิตย์ แล้วเดี๋ยวตามไป” แม่บอกเหตุผลที่ต้องปลีกตัวกลับบ้านมาก่อนพ่อของเธอ
“อะไรนะแม่!? ไม่เอาหรอก” พ่อ แม่ และเธอ จะกลับไปเยี่ยมปู่กับย่าที่ต่างจังหวัดทุก ๆ ครั้งที่เธอปิดเทอม และก็จะอยู่ที่นั่นสักสองอาทิตย์ แต่มันไม่ใช่ที่ที่เธออยากจะไปเท่าไหร่หรอก ก็ที่ที่ปู่กับย่าอยู่น่ะมันบ้านนอกจะตาย ปู่กับย่าทำสวนยางที่จังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน ซึ่งมันค่อนข้างห่างไกลความศิวิไลซ์อย่างที่เธอชอบ แต่ก็ไม่เคยขัดใจพ่อแม่ได้ และต้องไปด้วยทุกครั้ง
แต่ครั้งนี้จะให้เธอไปคนเดียวก่อนตั้งสองอาทิตย์นี่นะ!?
“หนูรอไปพร้อมพ่อกับแม่ไม่ได้เหรอ?”
“ไม่ได้ ย่าแกป่วย แกต้องไปช่วยดูแลย่าให้แม่ก่อน จะได้ช่วยทำกับข้าวกับปลาให้ปู่ด้วย” นั่นคือประกาศิต เด็กสาวรู้ดี และแม้จะไม่พอใจ แต่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ แม่ของเธอเป็นคนเด็ดขาดมาแต่ไหนแต่ไร ขนาดพ่อยังต้องเกรงใจเลย
นั่นแหละ... มันเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมบริษัทที่พ่อเป็นคนก่อตั้ง แต่แม่ต้องเป็นคนบริหารคอยควบคุมการรับงานและติดต่อประสานงานกับลูกค้าอยู่เสมอ เพราะขืนให้พ่อติดต่อลูกค้าเอง ลูกค้าว่าอะไรมาก็คงยอมเสียเปรียบเขาหมด
“ถ้างั้นก็รีบเก็บเสื้อผ้าซะ แม่ซื้อตั๋วรถไว้ให้แล้ว” เด็กสาวตอบรับคำสั่งนั้นด้วยการทำหน้างอ จนคนเป็นแม่ต้องยกมือขึ้นลูบหัวปะเหลาะลูก “เอาน่า... เดี๋ยวแม่ซื้อขนมที่แกชอบไปฝากเยอะ ๆ เลย ไปดูแลย่าให้แม่ก่อนนะ”
“ก็ได้ ๆ” จะให้เธอดึ้อดึงอะไรได้ล่ะ ก็แม่เล่นออกคำสั่งหนักแน่นขนาดนี้
