บทที่ 1 จุดเริ่มต้นของเด็กเลี้ยง (2)
“ไม่ทราบว่าเป็นญาติคนไข้ทั้งสองคนเลยใช่ไหมครับ” ภัทรพลกล่าวถามอย่างสุภาพ เพราะเข้าใจว่าทั้งคู่น่าจะเป็นหลานสาวของคนไข้ แต่ใบหน้าของสองสาวไม่ได้มีความคล้ายคลึงกันเลยจนเขาแปลกใจ
“ค่ะคุณหมอ...แล้วจะมองเพื่อนฉันอีกนานไหมคะ” เสียงแว้ดของผู้หญิงร่างสูงโปร่งอีกคนเอ่ยถามพร้อมมองใบหน้าหล่อสำอางของคุณหมอเจ้าของไข้อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ เหมือนจะรู้ว่าเขาเอาแต่จ้องผู้หญิงข้างกายของหล่อน ด้วยความที่ยี่หวามักจะปกป้องเพื่อนจากหนุ่มๆ เพราะกลัวว่าไอลดาจะโดนหลอก
“เอ่อ...ครับ...ถ้าอย่างนั้นเชิญนั่งนะครับ” หมอภัทรพลหน้าเจื่อนเล็กน้อยเมื่อโดนผู้หญิงร่างสูงโปร่งจ้องมองเหมือนจับผิด ต่างจากอีกคนที่เอาแต่มองหญิงวัยกลางคนอย่างเดียวไม่สนใจสิ่งใด
“ค่ะ...คุณหมอรีบบอกมาเถอะค่ะว่าแม่ครูของฉันเป็นอะไร หมอจะทำให้ลุ้นทำไมคะเนี่ย”
“ใจเย็นๆ สิยี่หวา” มือน้อยของไอลดาแตะหลังมือของเพื่อนที่เหมือนจะทำท่าหาเรื่องคุณหมอที่ดูจะใจดี สายตาแสนอ่อนโยนที่มองมาทำให้เธอค่อยเบาใจ
“ไม่เป็นไรหรอกครับ งั้นเดี๋ยวเรามาคุยกันเรื่องอาการของคนไข้กันดีกว่านะครับ” ว่าจบคุณหมอหนุ่มก็เปิดจอแล้วหมุนมาทางสองสาว “จากการทำ CT Scan นะครับพบว่าตอนนี้คนไข้มีเนื้องอกในสมองครับ แต่ทางโรงพยาบาลอาจจะต้องตรวจเช็กอีกทีว่าเป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้าย ถ้าเป็นแบบเนื้อดีอาจจะไม่อันตรายมาก แต่ถ้าเป็นแบบเนื้อร้ายอาจจะส่งผลถึงเซลล์มะเร็งที่จะโตขึ้นในอนาคตนะครับ”
สิ้นเสียงของคุณหมอเจ้าของไข้ทำเอาไอลดาถึงกับยกมือปิดปากของตัวเองแล้วร้องไห้ออกมา เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าแม่ครูจะโชคร้ายขนาดนี้
“ไม่เป็นอะไรหรอกไอ แม่ครูไม่เป็นอะไรหรอก” เสียงของแม่ครูร้องบอกเมื่อเห็นใบหน้าหวานของไอลดาซีดเผือดเมื่อฟังคำของหมอเจ้าของไข้จบ
“แม่ครูขา...ทำไมถึงได้โชคร้ายอย่างนี้คะ” ไอลดาเดินไปกอดแม่ครูที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยความเศร้าใจ
“แล้วแม่ครูของพวกฉันจะมีโอกาสหายไหมคะ” เสียงของยี่หวาเอ่ยถามคุณหมอก่อน
“มีครับ ถ้าคนไข้ได้รับการผ่าตัดโอกาสที่จะหายเป็นปกติค่อนข้างสูง”
“แล้วเรื่องค่าใช้จ่ายล่ะคะ” ไอลดาถามเรื่องสำคัญออกมา
“ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดค่อนข้างสูงครับ แต่สามารถสอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่ายอีกครั้งที่ประชาสัมพันธ์”
เมื่อนึกถึงค่ารักษามันก็ทำให้ใบหน้าหวานของไอลดาเจื่อนลงไปเล็กน้อย เพราะเรื่องของเงินมันคือเรื่องใหญ่สำหรับเธอและแม่ครูมากๆ
“แล้วถ้าดิฉันไม่รักษาจะได้ไหมคะ” แม่ครูโพล่งถามขึ้นมาจนสองสาวเงยหน้ามองด้วยความไม่เข้าใจ เพราะนั่นเท่ากับว่าโอกาสที่จะหายแทบไม่มีเลย
“แม่ครู!! / แม่ครู!!”
“แม่คงไม่มีเงินรักษาขนาดนั้นหรอกลูก ไหนจะค่าดูแลน้องๆ อีก แม่ว่าเก็บเงินไว้สร้างโอกาสให้กับเด็กๆ ดีกว่า” แม่ครูจิตตราบอกด้วยเสียงอ่อนแรง เพราะนางคิดว่าตัวเองก็แก่มากแล้ว ถ้ารักษาไปโอกาสหายมันก็มีแต่ต้องใช้เวลา
“แม่ครูไม่ต้องห่วงนะคะ ไอจะหาเงินมารักษาแม่ครูเองนะคะ” ไอลดาคิดว่าจะต้องหาเงินให้มากที่สุดเพื่อมารักษาคนที่รักไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม
ภัทรพลมองสาวร่างเล็กอย่างชื่นชม ซึ่งจากที่ฟังพอทราบว่าแม่ครูจิตตราน่าจะเป็นผู้ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และไอลดากับผู้หญิงหน้าเฉี่ยวคนนี้คงเป็นคนที่แม่ครูดูแล
“หนูจะเอาเงินมาจากไหนลูก...”
“นั่นสิไอ”
“หนูมีรุ่นพี่ที่รู้จักอยู่ค่ะ พอดีเขาเสนองานหนึ่งมาให้ แต่หนูยังไม่ได้ตอบตกลง อาจจะคิดดูอีกทีก่อน”
“งานอะไรเหรอลูก”
“งานบริการทั่วไปค่ะแม่ครู แต่สามารถเบิกเงินล่วงหน้าได้ ไอคิดว่าจะตอบตกลงพี่เขาไป” สีหน้าที่มีพิรุธของไอลดาทำให้ยี่หวาหรี่ตามองอย่างสงสัย และอยากจะรู้ว่างานที่เพื่อนว่านั้นคืออะไรกันแน่ แต่จะถามตรงนี้ไอลดาก็คงไม่บอกอยู่ดี ไว้อยู่ส่วนตัวก่อนแล้วกัน
ทั้งสามคนเดินทางกลับบ้านเด็กกำพร้าอีกครั้งด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ส่วนเรื่องการรักษาของแม่ครูทางคุณหมอแจ้งว่าถ้าตกลงเข้ารับการรักษาให้โทร.แจ้งได้เลย
“ไอ...ถ้าส่งแม่ครูเข้าห้องแล้วฉันขอคุยด้วยหน่อยนะ”
เสียงกระซิบของยี่หวาทำให้ไอลดาพยักหน้า จากนั้นก็เดินไปส่งแม่ครูพักผ่อนที่ห้องส่วนตัว
“ไอ...”
“คะแม่ครู” ขณะที่กำลังคลุมผ้าห่มให้กับแม่ครูที่เพิ่งล้มตัวลงนอนบนเตียง
“แม่มีบางอย่างที่ยังไม่เคยบอกไอ เมื่อถึงเวลาแม่จะบอกความจริงบางอย่างกับหนูนะ” เสียงแหบแห้งของแม่ครูเอ่ยบอกเด็กสาวที่นางรักเหมือนลูก
“หมายถึงอะไรเหรอคะ” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแม่ครูไม่เคยเอ่ยอะไรแบบนี้เลย
“เกี่ยวกับชีวิตของหนู เมื่อถึงเวลาแม่จะบอกหนูเองนะลูก” ปากซีดขยับไปมาอย่างอ่อนแรงจนเธอไม่กล้าถามอะไรมากกว่านี้
“ถ้าแม่ครูพร้อมค่อยบอกหนูนะคะ เพราะสิ่งเดียวที่หนูต้องการมากที่สุดคือการที่แม่ครูปลอดภัยและอยู่กับหนูให้นานที่สุดนะคะ” แขนเล็กโอบกอดร่างผอมของแม่ครูด้วยความรัก ใบหน้าหวานแนบกับหน้าท้องของคนที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เกิด การที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่มันไม่ใช่ปมที่เลวร้ายเลย เพราะการที่มีผู้หญิงคนนี้คนที่รักเธอมากที่สุด มันก็คือสิ่งเดียวที่เธอรู้สึกว่ามีค่าที่สุดในชีวิต
“ชีวิตหนูควรดีกว่านี้นะไอ แต่เป็นเพราะแม่เองที่ไม่อยากสูญเสียหนูไปทุกอย่างเลยเป็นอย่างนี้” น้ำตาของแม่ครูไหลออกมาจนไอลดาใจหายเพราะไม่รู้ว่าเรื่องอะไรที่ทำให้หญิงสูงวัยคนนี้ร้องไห้
“แม่ครูอย่าร้องไห้นะคะ ถ้าหนูไม่ได้แม่ครู ชีวิตหนูตอนนี้ก็ไม่รู้จะเป็นยังไงเหมือนกันค่ะ” ไอลดาบอกด้วยเสียงแผ่วเบา “นอนพักผ่อนเถอะนะคะ ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้นนะคะ ไอจะหาเงินมารักษาแม่ครูให้ดีที่สุดเลย” หญิงสาวบอกเพื่อให้หญิงสูงวัยคลายกังวล
“จ้ะ”
ยี่หวาเดินเข้ามาตามไอลดาเพราะมีเรื่องที่จะคุยด้วย และก็เห็นว่าไอลดาก็เพิ่งออกมาจากห้องพักของแม่ครูพอดี
“สรุปแกจะไปทำงานอะไรกันแน่ไอ...” ยี่หวาโพล่งถามขึ้นอย่างสงสัยพร้อมกับมองหน้าเพื่อนที่มีสีหน้าเคร่งเครียดแสดงว่างานที่ไอลดาจะไปทำมันไม่ค่อยดีเท่าที่ควร
“คือ...”
“ว่ายังไงยัยไอ สรุปแล้วแกต้องไปทำอะไร...” มือบางของยี่หวาเขย่าแขนของเพื่อนอย่างเร่งเร้า
“คือพี่โอ๋...เขาบอกให้ฉันไปเป็นเด็กเสี่ย” ไอลดาบอกด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนใจเพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่น่าละอาย ถ้าไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเธอก็ไม่เคยคิดถึงข้อเสนอนี้เท่าไหร่