
บทย่อ
"คุณโลแกน เรื่องระหว่างเรามันจบไปตั้งนานแล้ว ครอบครัวฉันชดใช้ให้คุณไปหมดแล้ว ตอนนี้ฉัน...ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว" ร่างเล็กส่งสายตาอ้อนวอน เธอรู้ว่ามันยากที่ชายหนุ่มจะให้อภัย "ขอร้องกันง่ายๆแบบนี้เลยสินะ เธอคิดว่าฉันเป็นคนใจดีมีเมตตาขนาดนั้นเลยรึไง" มือหนายกขึ้นมากอดอก นัยต์ตาดุดันจ้องมองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะยิ้มมุมปาก "ฉันจะไปลาออกเดี๋ยวนี้ค่ะ ฉันจะไม่มาให้คุณเห็นหน้า คุณจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าฉันอีก" หญิงสาวทำท่าจะเดินหนี แต่ชายหนุ่มกลับพูดดักเอาไว้เสียก่อน "เธอไม่เข้าใจเลยนะคาเรีย" "..." "เชิญลาออกได้เลย ถ้าเธอมั่นใจว่าจะมีที่อื่นรับเธอเข้าทำงานด้วย" คาเรียหยุดชะงัก เธอหันกลับมามองชายหนุ่มก่อนจะไปยืนประจันหน้ากับเขา "คุณหมายความว่ายังไง" "ก็หมายความว่า ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางรับเธอเข้าทำงานไงล่ะ จะต้องให้ฉันพูดย้ำอีกกี่รอบ" "คุณทำอะไร" "ก็ทำอย่างที่ฉันอยากจะทำ" "..." "ครอบครัวเธอพรากคนที่ฉันรักที่สุดไปจากฉัน ฉันก็ควรจะมอบสิ่งตอบแทนให้ไม่ใช่รึไง!!" ชายหนุ่มตะคอกลั่นก่อนจะลุกขึ้นมาประจันหน้ากับเธอบ้าง เขาพยายามควบคุมสติไม่ให้มันปะทุไปมากกว่านี้ "เธอไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าฉันไม่อนุญาต" "คุณโลแกน" "ฉันเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ฉันต้องต่อสู้ดิ้นรนกว่าจะเอามันกลับคืนมาได้ เธอคิดว่ามันง่ายนักรึไงกว่าฉันจะกลับมายืนจุดนี้ได้" "..." "ฉันรอคอยเวลานี้มาสามปี เวลาที่ฉันจะได้ตอบแทนเธอบ้างไงคาเรีย" "..." "สิ่งที่เธอต้องการที่สุดตอนนี้คือเงินไม่ใช่หรือไง แม่เธอที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ค่ารักษาต่อเดือนไม่ใช่น้อยๆเลยนี่" "คุณต้องการอะไร ทำแบบนี้ทำไม" ชายหนุ่มยิ้มออกมาก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงที่เดิม เท้าหนายกขึ้นมาไขว่ห้างก่อนจะทำท่าครุ่นคิด "ฉันต้องการเห็นเธอเจ็บปวด สิ้นหวังและไร้หนทาง อย่างที่ฉันเคยเป็น" "..." "ฉันอยากเห็นเธอเจ็บเจียนตาย แต่ก็ตายไม่ได้" "..." "ฉันอยากเห็นศักดิ์ศรีของเธอถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี" "..." "ทั้งหมดนั่น คือสิ่งที่ฉันต้องการ...คาเรีย"
ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น
ตอนที่ 1
"อื๊ออ" ร่างนวลระหงบิดไปมาภายใต้ร่างกำยำของชายหนุ่มวัยสามสิบ ท่อนแขนหนาจับเอวคอดเอาไว้พลางสอดส่ายความเป็นชายเข้าห้วงลึก มือบางจิกลงบนแผ่นหลังพลางแอ่นกายอย่างเชื้อเชิญ ลมหายใจกระเส่าของทั้งคู่ร้อนผ่าว ผิดกับความเย็นภายในตัวห้อง ขาเรียวเล็กถูกจับยกพาดบ่า ก่อนท่อนหนาจะเร่งจังหวะเร่าร้อนบนเตียงคิงไซซ์สีขาว เนินเนื้อของทั้งสองกระทบกันดังเป็นระลอก
"คุณโลแกน..อ๊าา" ร่างบางครางชื่อด้วยน้ำเสียงกระเส่า มือหนาจับเธอคว่ำหน้าก่อนจะประกบบั้นท้าย มือหนาคลึงมันอย่างหยามใจ ก่อนจะกระแทกแก่นกายอย่างไร้ความปราณี ร่างเล็กครวญครางออกมาไม่เป็นภาษา จุดคำนึงถึงยอดสุดเริ่มใกล้เข้ามา มือหนาจับบั้นท้ายหญิงสาวเอาไว้ ก่อนจะกดเข้ากับท่อนหนา เพียงไม่นานเขาก็ตกเข้าห้วงลึกจนยากจะถอนตัว
"อ๊ะะ" ร่างเล็กเกร็งไปทั้งร่างก่อนจะหอบหายใจเข้า ร่างสูงถอนแก่นกายออกก่อนจะใช้ผ้าขนหนูพันท่อนร่างเอาไว้ เขาเดินไปหยิบไวน์ที่โต๊ะก่อนจะมองไปยังเบื้องล่าง แสงสีเสียงภายในแกลลอรี่คลับยามค่ำคืน มันช่างสวยงามอย่างที่เขาปรารถนา
"คุณโลแกนมีอะไรให้นัตตารับใช้อีกรึป่าวคะ" ร่างบางที่ถูกพันด้วยผ้าขนหนูสวมกอดเขาจากด้านหลัง พลางเอ่ยถามเสียงหวาน
"เธอกลับไปได้แล้ว" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะแกะมือเธอออก
"เอาไว้เบื่อๆเมื่อไหร่ เรียกหานัตตาได้ตลอดนะคะ" ร่างเล็กฉีกยิ้มก่อนจะปลีกตัวออกไป เธอรู้ดีว่าคนอย่างโลแกนไม่ควรเซ้าซี้ให้เขาเกิดความหงุดหงิดใจ ชายหนุ่มยังคงมองไปยังเบื้องล่าง เขากระดกไวน์ในมือจนหมดแก้ว ก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาสีดำตัวใหญ่ภายในห้อง
ก๊อก ๆ ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาเหลือบมองลูกน้องคนสนิทที่กำลังเดินเข้ามา
"มีอะไร" ร่างสูงเอ่ยถามก่อนจะรินไวน์ใส่แก้ว
"นายน้อยกลับมาแล้วครับนายใหญ่ ตอนนี้รออยู่ที่ห้องรับแขกครับ" ไอดะลูกน้องคนสนิทเอ่ยบอก ก่อนจะยื่นเอกสารบางอย่างส่งให้แก่เขา
"ข้อมูลที่นายใหญ่ให้ผมหาครับ" โลแกนรับเอกสารมาไว้ในมือ เขาวางมันบนโต๊ะก่อนจะหยัดกายลุกขึ้น
"บอกโลอาว่าเดี๋ยวฉันไปหา"
"ครับนายใหญ่" ชายหนุ่มจัดแจงสวมเสื้อผ้า เขามองรอยแดงบนตัวผ่านกระจกในห้องน้ำ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมันมากนัก ชายหนุ่มพับแขนเสื้อเชิ๊ตสีขาว ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องรับแขก เมื่อประตูเปิดออกก็พบผู้เป็นน้องชาย ที่อายุห่างจากเขาเกือบเจ็ดปีได้
"พี่โลแกน" ชายหนุ่มสวมกอดผู้เป็นพี่ด้วยความดีใจ เช่นเดียวกับโลแกน ที่โอบกอดน้องชายด้วยความคิดถึง
"จะมาทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะ พี่จะได้ไปรับที่สนามบิน" ทั้งสองคลายกอดก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงยังโซฟา
"พี่โลแกนงานยุ่งจะตาย ผมกลัวว่าจะไปทำลายเวลางานพี่น่ะสิ" โลอาว่าด้วยท่าทางทะเล้น ก่อนจะส่งแก้วเหล้าให้ผู้เป็นพี่
"แล้วนี่เรียนจบแล้วใช่ไหมถึงได้กลับมา"
"จบแล้วครับ กว่าจะจบได้ เกือบตายแน่ะ" โลอาหัวเราะคิกคักก่อนจะจิบเหล้าเบาๆ
"แสดงว่าพร้อมที่จะทำงานแล้วน่ะสินะ" พอได้ยินคำว่างาน โลอาก็ทำหน้าบอกบุญไม่รับทันควัน
"ผมเพิ่งเรียนจบเองนะพี่โลแกน กะจะให้ผมทำงานเลยรึไงครับ" โลแกนยิ้มเล็กๆออกมา ก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากบ้าง
"พี่ว่าจะยกแกลลอรี่คลับให้แกดูแลสักหน่อย แต่ถ้ายังไม่อยากได้ ก็ไม่เป็นไร"
"นี่พี่โลแกนพูดจริงหรอ" พอได้ยินว่าพี่ชายจะยกคลับให้ โลอาก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือในทันที ใบหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยรอยยิ้ม จนแก้มของเขาแทบปริ
"พี่จะยกที่นี่ให้ผมจริงๆหรอ" โลอาย้ายตัวไปนั่งข้างพี่ชายด้วยความตื่นเต้น เขาดีใจจนเก็บความรู้สึกไม่อยู่แล้ว
"ถ้าแกพร้อมเมื่อไหร่ ฉันจะยกให้ทันที"
"งั้นตอนนี้ ที่นี่ก็เป็นของผมแล้วล่ะ" สองพี่น้องต่างหัวเราะออกมา น้องชายของเขานี่ช่างดื้อนัก แต่เขารู้ดีว่าโลอาจะพาแกลลอรี่คลับยิ่งใหญ่กว่านี้ได้ แกลลอรี่คลับเป็นคลับที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ไม่มีใครไม่รู้จักที่นี่ ตึกขนาดใหญ่จำนวนสี่ชั้น รับลูกค้าได้มากกว่าห้าพันคน ชั้นล่างสำหรับนักดื่ม มีดนตรี อาหารและเครื่องดื่มครบครัน ชั้นสองและสามสำหรับลูกค้าวีไอพี และยังมีห้องพักรับรองแขกมากกว่ายี่สิบห้อง ชั้นสี่เป็นห้องทำงานและห้องนอน กระจกรอบด้านที่มองเห็นด้านล่างได้อย่างชัดเจน ภายในตึกเป็นเหมือนรูปตัวยู ตรงกลางเป็นพื้นที่โล่ง ออกแบบจากสถาปนิกระดับโลก และแกลลอรี่คลับ ได้การรับรองว่าเป็นคลับที่ดีที่สุดในประเทศอีกด้วย
"ทำไมพี่ถึงยกให้ผมล่ะ พี่รักที่นี่มากไม่ใช่หรอ"
"เป็นของขวัญที่แกเรียนจบไง อีกอย่าง พี่อยากวางมือทางนี้แล้วไปจริงจังกับโรงแรมทางเหนือหน่อย"
"งั้นพี่โลแกนไม่ต้องห่วงเลยครับ ผมจะดูแลที่นี่ให้ดีที่สุด สมกับที่พี่ไว้ใจในตัวผม" แก้วเหล้าทั้งสองใบถูกยกขึ้นมาก่อนจะชนกันเบาๆ
"แด่น้องชายของพี่"
"แด่พี่ชายของผม" ทั้งสองกระดกเหล้าจนหมดแก้วก่อนจะเอนกายพิงพนัก โลอาย้ายกลับไปนั่งฝั่งตรงข้ามก่อนจะมองผู้เป็นพี่ชายด้วยแววตาภาคภูมิใจ พี่ชายของเขาเหนื่อยมามากเหลือเกินกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้
"ทำไมพี่ถึงอยากไปจริงจังกับงานโรงแรมนักล่ะ"
"พี่คุยกับพ่อเอาไว้ว่าอยากจะเปิดโรงแรมที่นั่น ตอนนี้มันก็สร้างเสร็จแล้วด้วย อีกอย่าง...พี่มีเรื่องที่ต้องจัดการสะสางให้เรียบร้อยด้วย" ชายหนุ่มกระดกเหล้าเข้าปากอีกครั้ง สีหน้าของเขาดูตึงเครียดขึ้นมาจนผู้เป็นน้องชายอดห่วงไม่ได้
"โรงแรมอยู่ไกลจากที่นี่มากเลยนะ พี่จะทิ้งผมไปเลยหรอ"
"แกโตแล้วนะ แล้วพี่ก็ไม่อยากทิ้งที่นั่นให้คนอื่นดูแล พี่ว่ามันถึงเวลาที่พี่ต้องกลับไปแล้วล่ะ" โลอาส่งยิ้มก่อนจะพยักหน้ารับ
"ผมรู้ว่าพี่ทำได้ พี่โลแกนไม่ต้องห่วงทางนี้เลย ผมดูแลได้"
"ฉันรู้"
"แล้วนี่พี่จะไปเมื่อไหร่"
"แกกลับมาแบบนี้ก็ดี ฉันว่าจะไปอาทิตย์หน้านี้เลย ไม่อยากรออะไรอีกแล้ว"
"แบบนี้ผมก็เหงาแย่เลยน่ะสิ กลับมาไม่ทันไร พี่ก็หนีผมไปอีกแล้ว" โลอาทำหน้าเง้างอนราวกับเด็กสามขวบ
"พรุ่งนี้แกก็เข้ามาเรียนงานที่นี่ได้เลย ฉันจะให้ไอดะบอกสิ่งที่แกต้องรู้ให้หมด ฉันจัดเตรียมห้องเอาไว้ให้แกแล้ว"
"ได้เลยครับผม ผมจะตื่นแต่เช้า รีบมาที่นี่ให้เร็วที่สุด สมกับที่พี่ไว้ใจในตัวของน้องชายคนนี้" โลแกนยิ้มพลางส่ายหัวเล็กๆ น้องชายของเขาไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด
"พี่มีงานต้องทำต่อ วันนี้แกก็สนุกให้เต็มที่ละกัน"
"ครับ ผมนัดเพื่อนๆเอาไว้ตอนห้าทุ่ม อีกเดี๋ยวพวกมันก็คงมาถึง"
"งั้นพี่ขอตัวก่อน ขาดเหลืออะไรก็บอกไอดะได้เลย" โลอาพยักหน้าหงึกๆ โลแกนลูบหัวน้องชายเบาๆก่อนจะเดินออกจากห้อง เขากลับขึ้นมายังชั้น4 ก่อนจะตรงไปหยิบเอกสารที่ไอดะส่งให้เขาเมื่อไม่นานมานี้ เขาเปิดดูด้านในก็พบกับเอกสารสองสามแผ่นพร้อมกับรูปถ่ายสี่ใบ เขามองมันด้วยแววตาดุดัน ก่อนจะขย้ำรูปถ่ายในมือจนแหลกคามือ
"เธอจะต้องได้รับ ในสิ่งที่เธอควรได้...คาเรีย"
เสียงจอแจที่ดังขึ้นภายในร้านอาหาร สร้างความสับสนให้หญิงสาววัยยี่สิบหกปีไม่น้อย ในมือของเธอถืออาหารจานใหญ่ เท้าของเธอกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างเร่งรีบเพื่อนำอาหารในมือไปเสิร์ฟให้ถึงลูกค้า
"สลัดทูน่า กับสเต๊กปลาได้แล้วค่ะลูกค้า" เธอวางอาหารลงอย่างเบามือ
"ฉันสั่งสลัดผลไม้ หูเธอไม่ได้ยินรึยังไง" เสียงของหญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นมา เมื่ออาหารถูกวางตรงหน้า
"แต่ว่าลูกค้าสั่งสลัดทูน่านะคะ"
"นี่เธอกล้าเถียงฉันหรอ" หญิงสาวก้มหน้ารับผิด ก่อนจะยกมือขอโทษ
"ขอโทษด้วยค่ะคุณลูกค้า เดี๋ยวจะเปลี่ยนใหม่นะคะ" เธอหยิบอาหารจานที่เพิ่งวางลงเมื่อครู่กลับมาไว้ในมือก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง
"ขอเปลี่ยนเป็นสลัดผลไม้ค่ะ" เธอเอ่ยบอกก่อนจะถอนหายใจออกมา
"เสิร์ฟผิดอีกแล้วหรอ..คาเรีย" เพื่อนร่วมงานอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอเอ่ยถาม
"จดออเดอร์ผิดน่ะ"
"อย่าให้คุณดาหลารู้เข้าล่ะ ไม่งั้นเธอโดนหักเงินเดือนอีกแน่" หญิงสาวหัวเราะก่อนจะปลีกตัวออกไป เธอทำได้เพียงยิ้มแหยๆก็เท่านั้น เดือนนี้เธอโดนหักเงินไปหลายบาทแล้ว นั่นก็เพราะเธอจดออเดอร์ผิดๆถูกๆ โชคดีเท่าไหร่ ที่ร้านอาหารนี้ไม่ไล่เธอออกไปเสียก่อน
"สลัดผลไม้ได้แล้วค่ะ" หญิงสาวรับอาหารมาไว้ในมือก่อนจะนำไปเสิร์ฟอีกครั้ง เธอวางจานอาหารลงก่อนจะเดินกลับมายังมุมของเธอ ดวงตากลมจ้องไปยังโซนที่เธอต้องรับผิดชอบ เธอเหลือบมองนาฬิกาก่อนจะนับถอยหลังเพื่อรอเวลาเลิกงาน เธอยืนทำงานครบแปดชั่วโมงถ้วน ค่าตอบแทนที่เธอได้รับก็แค่เพียงค่าจ้างรายวันขั้นต่ำ วันนี้ก็ครบหนึ่งเดือนเต็มที่เธอทำงานอยู่ที่นี่
เมื่อเวลาเลิกงานมาถึง หญิงสาวถอดผ้ากันเปื้อนออกก่อนจะหยิบกระเป๋าของตัวเองออกมาจากล็อกเกอร์ เธอสวมรองเท้าก่อนจะเดินออกมาที่หน้าร้าน
"ไปทำงานต่ออีกหรอ" คาเรียหันไปมองเพื่อนสนิทของตนเองก่อนจะพยักหน้าตอบ
"อือ เธอล่ะวีวี่"
"ฉันเห็นโรงแรมตรงตัวเมืองเปิดรับสมัครงานด้วย ไปสมัครกันไหม"
"โรงแรมในตัวเมืองที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานนี้น่ะหรอ" เธอถามกลับพลางกระชับกระเป๋า
"ใช่ ที่นั่นเปิดรับสมัครคนงาน แถมที่นั่นได้เงินเยอะกว่าที่นี่อีกนะ ฉันไปเอาใบสมัครมาให้แกด้วยนะ" คาเรียรับใบสมัครมาไว้ในมือ เธอมองมันเพียงครู่หนึ่งก่อนจะส่งคืนให้ผู้เป็นเพื่อน
"แกไปเถอะ"
"ทำไมล่ะ แกต้องใช้เงินไม่ใช่หรอ เงินเดือนที่นั่น เยอะกว่าเงินที่แกมายืนเสิร์ฟอาหารแล้วไปทำงานต่อแบบนี้อีกนะ"
"ฉัน..."
"อย่าปฏิเสธเลยน่า ลองสมัครดูก็ไม่เสียหายนี่นา"
"ไม่ได้หรอก ฉันรับเงินล่วงหน้ามาแล้ว แถมยังเบิกเงินล่วงหน้าที่ร้านอาหารไปตั้งสามเดือน จู่ๆให้เปลี่ยนงานแบบนี้ ฉันจะหาเงินที่ไหนมาคืนล่ะ" วีวี่ทำหน้าเศร้า เธอลืมเรื่องนี้เสียสนิท
"รถมาแล้ว ฉันไปก่อนนะ" คาเรียโบกมือลาก่อนจะก้าวขึ้นรถประจำทาง เธอเดินไปนั่งยังที่นั่งด้านในสุด ไม่นานนักรถก็ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป ลมเย็นๆโชยปะทะเข้าใบหน้า หญิงสาวหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ท้องฟ้าค่อยๆแปรเปลี่ยนสีหลังพระอาทิตย์เริ่มตกดิน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยผู้คน แต่เธอกลับรู้สึกโดดเดี่ยวราวกับตัวคนเดียว ดวงตากลมลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่ารถได้แล่นเข้ามายังตัวเมืองแล้ว เธอมองไปยังข้างทาง ก่อนจะพบกับโรงแรมขนาดใหญ่สูงระฟ้า ไฟที่เปิดทั่วทั้งตึกกำลังส่องประกายราวกับทองระยิบระยับ หากเธอได้ทำงานที่นี่ก็คงดีไม่ใช่น้อย แต่หนี้สินที่เธอก่อเอาไว้ คงไม่ทำให้เธอหลุดพ้นได้ง่ายๆ
เมื่อถึงจุดหมาย หญิงสาวก้าวลงจากรถก่อนจะตรงเข้าไปยังด้านในทันที โรงพยาบาลขนาดใหญ่ในตัวเมือง เธอเข้าออกที่นี่บ่อยกว่าบ้านเสียอีก ร่างเล็กตรงไปยังแผนกการเงิน เธอหยิบบิลค่ารักษาพยาบาลออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับเงินก้อนหนึ่ง เธอมองมันด้วยแววตาไม่สู้ดีนัก แต่ก็ยื่นมันออกไปยังเคาร์เตอร์
"ค่ารักษาทั้งหมดค่ะ" เธอส่งเงินจำนวนห้าหมื่นพร้อมบิลค่ารักษาให้แก่พนักงาน เงินนี่มาจากการเบิกล่วงหน้าทั้งสิ้น
"เรียบร้อยแล้วค่ะ" หญิงสาวพยักหน้ารับก่อนจะรับใบเสร็จมาไว้ในกระเป๋า เท้าเล็กก้าวตรงไปยังตึกผู้ป่วย เธอตรงไปยังชั้นสามห้อง 310 ห้องสุดท้ายของชั้น มือบางเปิดประตูเข้าไปอย่างเบามือ เผยให้เห็นร่างไร้สติของผู้เป็นแม่นอนอยู่บนเตียง เธอวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง
"แม่นอนหลับแบบนี้สามปีแล้วนะคะ แม่ไม่คิดถึงหนูบ้างหรอ" มือบางกุมมือผู้เป็นแม่เอาไว้พลางเอ่ยน้ำตาคลอ
"..."
"หนูมีเรื่องจะเล่าให้แม่ฟังเยอะเลย รีบๆตื่นขึ้นมานะคะ" ริมฝีปากบางจูบลงบนหลังมือของผู้เป็นแม่ก่อนจะวางลงเบาๆ หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาก่อนจะพบว่านี่เป็นเวลาเกือบสองทุ่มเข้าไปแล้ว
"หนูต้องไปทำงานแล้ว พรุ่งนี้หนูมาหาใหม่นะคะ" เธอกระชับผ้าห่มให้ผู้เป็นแม่ก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเร่งรีบ หญิงสาวเดินเท้าออกจากโรงพยาบาลก่อนจะเดินเลยไปอีกเกือบหนึ่งกิโลเมตรเห็นจะได้ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านอาหารขนาดใหญ่
"ทำไมวันนี้มาช้านักล่ะ" เจ๊เจียง หญิงชราผู้เป็นเจ้าของร้านอาหารเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดีนัก
"ขอโทษค่ะ"
"รีบๆเลย จานกองเท่าภูเขาแล้ว เบิกเงินล่วงหน้าไปแล้วก็ทำงานให้มันเต็มที่หน่อย"
"ค่ะๆ" หญิงสาวตอบรับก่อนจะรีบวิ่งเข้าที่ห้องครัวด้านใน เธอหยิบผ้ากันเปื้อนมาใส่ก่อนจะตรงไปยังห้องล้างจาน หน้าที่ของเธอที่นี่คือพนักงานเก็บกวาดและทำความสะอาดจานชาม แม้งานจะหนัก แต่ที่นี่ก็เป็นเพียงไม่กี่ที่ที่รับเธอเข้าทำงาน
"เสร็จแล้วก็รีบออกไปเก็บโต๊ะข้างนอก จะต้องให้ฉันบอกทุกอย่างเลยรึไงนะ" เสียงก่นด่าดังเข้ามาไม่ขาดสาย หญิงสาวรีบจัดการงานในมือก่อนจะเร่งฝีเท้าไปเก็บจานชามข้างนอกเข้ามา เธอวุ่นวายเสียจนลืมเวลาไปซะหมด
"ครัวปิดแล้ว จัดการงานของเธอให้เรียบร้อยซะ" เสียงสุดท้ายที่เธอได้ยินในเวลาเที่ยงคืน ก่อนไฟในครัวจะดับลง เหลือเพียงห้องล้างจานของเธอเท่านั้นที่ไฟยังคงเปิดอยู่ เวลาเลิกงานของเธอ ก็คือเวลาที่เธอล้างจานตรงหน้านี้เสร็จเท่านั้น ร่างบางถอนหายใจก่อนจะเริ่มลงมือ ความเหนื่อยล้าเกาะกินทั้งกายและใจ เธอดิ้นรนแบบนี้มาเกือบสามปีแล้ว ตั้งแต่เงินเก็บที่มีทั้งหมด หายไปกับค่ารักษาพยาบาลของผู้เป็นแม่ เงินเดือนที่เธอได้รับแต่ละเดือน กับค่ารักษาพยาบาลที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เธอแทบจะไม่เหลือเงินเลยสักบาท มือบางปาดน้ำตาพลางก้มหน้าทำงานงกๆ นี่เป็นสิ่งที่เธอควรได้รับอย่างนั้นหรือ....
