บทที่5
ประเทศ เยอรมนี
ภายในห้องพักของโรงแรมหรูใจกลางกรุงเบอร์ลิน แสงไฟจากอาคารฝั่งตรงกันข้ามทอดผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามา ชายหนุ่มยืนอยู่บริเวณหน้ากระจกบานใหญ่ที่ทอดตัวยาวตลอดแนวผนัง มือหนึ่งข้างถือแก้วเหล้าสายตาทอดมองวิวทิวทัศน์อย่างไร้จุดหมายท่ามกลางความเงียบงัน ก่อนจะมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"เข้ามา"ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกเมื่อได้รับคำอนุญาตจากคนที่อยู่ด้านใน ก่อนคนสนิทที่เดินทางมาด้วยกันจะก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารที่อยู่ในมือ
"คุณภูผาครับ เรื่องการประชุมวันพรุ่งนี้ทางฝั่งเยอรมันได้ยืนยันกำหนดการมาแล้วครับ เริ่มประชุมกันเก้าโมงเช้า และหลังจากนั้นจะมีการเข้าเยี่ยมชมโรงงานประมาณสองชั่วโมง"ชายหนุ่มยืนฟังคำรายงานจากคนสนทนาพลางยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบโดยไม่หันกลับมามอง
"แล้วมีอะไรที่จะต้องแก้ไขอีกไหม"
"ไม่มีแล้วครับ เอกสารการประชุมทุกอย่างผมจัดเตรียมวางไว้บนโต๊ะทำงานเรียบร้อยแล้วครับ"
"อืมดีมาก"
"ขอบคุณครับ จริงด้วยสิยังมีอีกหนึ่งเรื่อง"คนสนิทเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
"มีอะไร"ชายหนุ่มเหลือบสายตามองผ่านเงาสะท้อนบนกระจกแผ่นใหญ่
"เมื่อครู่ตอนที่ผมกำลังเตรียมเอกสารให้นายอยู่ คุณสิงหาโทรมาครับ"
"สิงหา"มือที่กำลังจะยกแก้วขึ้นชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ริมฝีปากหยักเอ่ยทวนเรียกชื่อของเพื่อนสนิทอย่างสิงหา
"มันโทรมาทำไม"
"ไม่ได้บอกครับ บอกแค่ว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย อยากให้นายโทรหาทันทีเมื่อสะดวก"ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักอีกครั้งหลังจากที่ภูผาได้ฟังในสิ่งที่ลูกน้องรายงานออกมา แก้วเหล้าที่อยู่ในมือถูกวางลงบนโต๊ะอย่างช้า ๆ ก่อนที่เขาจะหยิบโทรศัพท์ที่ชาร์จวางอยู่ไม่ไกลขึ้นมาเลื่อนสไลด์เปิดหน้าจอ
'สิงหา'
สายตาของภูผามองเห็นเบอร์ของเพื่อนสนิทที่ปรากฏอยู่ประวัติสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับ แต่ไม่รู้เพราะเหตุอันใดครั้งนี้หัวใจของเขาถึงได้เต้นแรงผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าเพื่อนจะโทรมาครั้งไหนตอนที่เขาไปต่างประเทศมันจะไม่มีอาการหัวใจสั่นไหวแบบนี้เกิดขึ้น
"นายไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นมาทำงานตั้งแต่เช้า"
"ครับนาย"
คนสนิทรีบเดินออกไป ทันทีเมื่อประตูห้องพักถูกปิดลง ชายหนุ่มจึงกดต่อสายหาเบอร์ของคนที่พึ่งจะติดต่อมา เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบโดยที่มีเขาเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ
ตู๊ด...
ตุ๊ด...
"ฮัลโหล"
"มึงโทรมาหากูเหรอ"
"อืม โทรหามึงทีแรกไม่ติดกูเลยโทรหาคนสนิทของมึงแทน"
"มีเรื่องสำคัญอะไรหรือเปล่ามึงถึงได้โทรมาหากู"ร่างสูงใหญ่ของภูผาเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวหนา รอฟังเสียงพูดจากปลายสาย
"เปล่า กูก็แค่จะโทรมาถามมึงว่าจะกลับมาไทยวันไหน"
"ทำไม มึงคิดถึงกูว่างั้น"
"หึ คนอย่างมึงใครจะไปคิดถึง ที่กูโทรมาถามก็เพราะว่าความหวังดีกลัวว่ามึงจะพลาดบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญไปอีกครั้ง"ร่างสูงใหญ่ของสิงหาที่อยู่เมืองไทยลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่ที่ทอดตัวยาวตลอดแนวผนังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองกรุงได้อย่างชัดเจน
"สิ่งที่สำคัญ อะไร"
"แล้วอะไรล่ะ ที่มึงรอคอยมาตลอดห้าปี"
"..."
"ราตรีเธอกำลังเดินทางมาที่กรุงเทพ เธอจะมาเยี่ยมเมียกับลูกกู"ฝ่ามือใหญ่ของคนที่อยู่ต่างประเทศค่อย ๆ กำเข้าหา ภูผานั่งนิ่งไปชั่วขณะร่างกายของเขาชาวูบก่อนจะถามสิงหากลับด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
"มึงได้ยินเรื่องนี้มากจากที่ไหน มึงรู้ได้ยังไงว่าเธอจะมา"
"กูก็ไม่คิดว่าตัวกูจะได้ยินชื่อนี้อีกครั้ง"สิงหาถอนหายใจออกมาก่อนจะเล่าเรื่องที่เขาเผลอไปได้ยินมาโดยไม่ได้ตั้งใจให้เพื่อนสนิทได้ฟัง
"เมื่อเช้าก่อนออกมาทำงาน กูเผลอได้ยินตอนที่เมียกูคุยโทรศัพท์ ทีแรกกูก็ไม่ได้เอะใจอะไรนึกว่าเมียกูโทรคุยกับเพื่อนสนิทที่ชื่ออันดา "
"แล้วยังไงต่อ"
"แต่ที่จริงแล้วคนที่เมียกูคุยอยู่ในตอนนั้นคือราตรี"
"มึงแน่ใจนะว่าได้ยินไม่ผิด"
"อืม กูแน่ใจว่ากูได้ยินไม่ผิด กูถึงได้รีบโทรมาบอกมึงนี่ไง"
"..."
"เห็นเมียกูร้องไห้ก่อนจะก้มบอกลูกกูว่าป้าราตรีกำลังเดินทางมาหา ไอ้ภูผา"น้ำเสียงจากปลายสายเต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วงและเห็นใจ ในขณะที่คนฟังค่อย ๆ คลายฝ่ามือที่กำหมัดแน่นออกในจังหวะที่น้ำตาของลูกผู้ชายที่ค่อย ๆ ไหลออกมาอีกครั้ง
"อืม กูรู้แล้ว"
"แล้วมึงจะ..."
"ไปสิ กูต้องกลับไป ขอบใจนะที่โทรมาบอก"
"เออ รีบ ๆ กลับมาล่ะ ถ้าพลาดกันครั้งนี้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอหน้ากันอีก"
"หึ ไม่แน่บางทีครั้งนี้ลูกมึงอาจจะมีเพื่อนเล่นขึ้นมาเลยก็ได้"
"ไอ้ภู..."
ติ๊ด
ภูผากดวางสาย ในขณะที่สายตาของเขายังเอาแต่จอดจ้องหน้าจอโทรศัพท์ที่มีภาพวอลล์เปเปอร์ซึ่งเป็นรูปถ่ายของชายหญิงเมื่อหลายปีก่อน
"มาแล้วเหรอ"หยาดน้ำตาแห่งความดีใจของลูกผู้ชายค่อย ๆ ไหลออกมา เมื่อรู้ว่าคนที่เขาเฝ้าเอาแต่คิดถึงห่วงหาได้ออกมาจากที่หลบซ่อนหลังจากที่หนีหายไปจากชีวิตของเขาตั้งหลายปี
"ผาคิดถึงตรีมากเลยนะ คิดถึงทุกวัน"ฝ่ามือสั่นเทาจับเข้าที่แหวนหมั้นวงเล็กที่คล้องอยู่กับสร้อยเส้นหนาถูกซ่อนไว้ที่ใต้เสื้อของภูผา เขาสวมใส่มันติดตัวอยู่ตลอดเวลาไม่เคยคิดที่จะถอดออกแม้ในยามที่ไม่มีใครมองเห็นก็ตาม
"คิดถึงมากเลยนะรู้ไหม"ปลายนิ้วลูบไล้แหวนวงนั้นอย่างแผ่วเบาราวกับต้องการย้ำเตือนตัวเองว่าคำสัญญาที่เคยให้ไว้ยังคงรออยู่ตรงนี้เสมอ
"หัวใจของผายังมีแต่ราตรีเหมือนเดิมนะ และมันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป"ริมฝีปากหยักของชายหนุ่มแตะลงบนแหวนหมั้นที่คนรักถอดทิ้งไว้พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็นเพียงแหวนวงหนึ่งที่ดูจะธรรมดาแต่สำหรับภูผา มันคือสิ่งเดียวที่ยังเชื่อมโยงหัวใจของเขากับคนที่เขารัก และมันเป็นเหตุผลเดียวที่เขาไม่เคยยอมถอดมันออกห่างจากตัวเลยสักครั้ง
