เสน่หามาเฟียเถื่อน บทที่ 1 จุดเริ่มต้น
“ยินดีต้อนรับสู่กรุงโรมค่ะสาววว!” เสียงของเพื่อนหนุ่มสุดหล่อของไกอาตะโกนขึ้นมาด้วยท่าทางจีบปากจีบคอ พวกเธอทั้งสามคนยืนอยู่หน้าสนามบินประเทศอิตาลี
เซบาสเตียน หนุ่มอเมริกาหน้าตาหล่อเหลา ร่างกำยำสูงโปร่ง แต่งตัวเรียบหรูดูดีมีสไตล์ เรียกได้ว่าผู้หญิงคนไหนเห็นก็ต้องหันหลังมองเขา แต่ทว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิงเลยสักนิด
ไอกาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงทรงเอสีเบจ และสวมเบลเซอร์สีอ่อน รองเท้าบูธหนังสีน้ำตาลอ่อนผ้ากำมะหยี่ อีกทั้งยังมีกระเป๋าหนังเข้าคู่กับสีรองเท้าที่เป็นทรงเรียบสะพายไหล่ การแต่งตัวของเธอดูสุภาพจนคนแปลกหน้าคาดไม่ถึงความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่
ไกอา อัลโตแมร์ อายุ 26 ปี หญิงสาวที่มีใบหน้ารูปไข่ หน้าตาสวยสะพรั่งและมีเสน่ห์ สัญชาติไทย-อิตาลี ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้ากับสีผมของเธอ จมูกและริมฝีปากที่เชิดรั้นตามลักษณะนิสัยที่ดื้อรั้นและหัวแข็งของเธอเพราะโดนปู่กับพี่ชายเลี้ยงดูมาแบบตามใจ แต่เธอก็เป็นคนที่สดใสอ่อนโยนในบางเวลาและกับแค่บางคนเท่านั้น
ข้างไกอา มีเพื่อนสาวอีกคนหนึ่งที่แต่งตัวสบาย ๆ และมีรอยยิ้มสดใสไม่เคยหาย อลิซ…สาวไทยที่มีสายเลือดรัสเซียอยู่ครึ่งหนึ่ง อลิซแต่งตัวดูสบายๆ กว่าไกอากับเซบาสเตียน เพราะสองคนนั้นดูจะต้องเป็นคนที่ดูดีทุกระเบียบนิ้ว
เพื่อนรักทั้งสามคนลากกระเป๋าเดินทางยืนอยู่หน้าสนามบิน กว่าพวกเธอจะปลีกตัวออกมาจากด้านในสนามบินก็แทบแย่ ผู้คนหลากภาษาเคลื่อนไหวไม่หยุด เหมือนเมืองนี้ไม่เคยพัก แม้แต่กับคนที่เพิ่งมาถึง
นอกตัวอาคารสนามบิน แสงแดดยามบ่ายตกกระทบลงบนถนนยาว เส้นขอบฟ้าเผยให้เห็นเงาของเมืองเก่าที่ตั้งตระหง่านมาหลายศตวรรษ รถแล่นผ่านไปมาอย่างวุ่นวาย
“ในที่สุดพวกเราก็ได้มาเที่ยวโรมด้วยกันสักทีนะ” อลิซเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและสดใส
แต่ทว่าไกอาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากนัก เพราะก่อนหน้าที่ครอบครัวของเธอจะย้ายไปอยู่ที่ประเทศไทย เธอก็เคยอยู่ที่อิตาลีมาก่อน แต่อยู่ดีๆ ครอบครัวของเธอก็ต้องย้ายไปอยู่ที่ประเทศไทยเพราะพี่ชายของเธอที่ต้องไปทำธุรกิจอยู่ที่ประเทศไทย
“คุณหนูไกอาดูไม่ค่อยจะตื่นเต้นเลยนะคะ” อลิซหันมามองหน้าไกอาที่ยืนกอดอกอยู่พลางพูดต่อ
“ก็ชีเคยอยู่ที่อิตาลีมาก่อน” เซบาสเตียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูแรงตามนิสัยของเขา แต่เซบาสเตียนก็เป็นคนที่รักเพื่อนมากๆ ชนิดที่ว่าถ้าใครมาหาเรื่องเพื่อนของเขา เขาก็พร้อมที่จะออกตัวเพื่อเพื่อนได้ตลอดเวลา
“จริงเหรอ?”
“อือ” ไกอายืนกอดอกพยักหน้าให้เพื่อนสาวเบาๆ
“ไม่เห็นแกเคยบอกเลย” อลิซถามต่อ
“ก็มันตั้งแต่เด็กๆ แล้ว” ไกอาย้ายไปอยู่ที่ประเทศไทยในช่วงอายุสิบหกปี ซึ่งเมื่อเธอย้ายไป เธอก็ได้เพื่อนใหม่อย่างเซบาสเตียนกับอลิซทันที
“ช่างมันเถอะๆ ไปหารถกันเถอะ จะได้กลับโรงแรมไปเก็บของแล้วไปเที่ยวกันต่อ” เสียงเพื่อนหนุ่มสุดหล่อพูดแทรก
“แกไม่คิดจะพักสักวันเลยหรือไง” เสียงของไกอาเอ่ยถามอย่างราบเรียบ
“จะพักอะไรคะสาว หนุ่มๆ ที่นี่งานดีเว่อร์” เซบาสเตียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะลากกระเป๋าเดินนำเพื่อนสาวไปเพื่อหารถแท็กซี่พลางพูดต่อ “ไปค่ะ!!”
@Roman Hotel
เมื่อมาถึงโรงแรมที่พวกเธอจองเอาไว้ ทั้งสามคนแยกย้ายกันไปตามห้องพักของตัวเองที่ติดกันทั้งสองห้อง ไกอาเดินเข้ามาในห้องพักของตัวเองที่ตกแต่งสไตล์เรียบหรูสีขาวสลับทอง อีกทั้งยังตกแต่งด้วยภาพวาดและรูปปั้นเทพเจ้ากรีก
ร่างอรชรเดินมาทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงนุ่มกลางห้องพักด้วยท่าทางเหนื่อยล้า เธอนั่งพักพลางมองสำรวจรอบๆ ห้องอยู่สักพัก จากนั้นมือบางเอื้อมไปหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาเปิดเพื่อหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดเครื่อง เมื่อหญิงสาวเปิดเครื่องแล้ว สิ่งแรกที่เธอเห็นคือ…
สายที่ไม่ได้รับ : Hades 20 สายที่ไม่ได้รับ
เธอไม่ได้บอกว่าพี่ชายว่าเธอมาที่อิตาลี เพราะทุกครั้งที่เธอเอ่ยขอพี่ชาย เขาก็มักจะทำหน้านิ่งและบอกว่า ‘ไม่’ คำเดียวสั้นๆ เพียงเท่านั้น ซึ่งฮาเดสเองก็ไม่เคยอธิบายเหตุผลกับเธอเลยสักครั้ง แต่เหล่าเพื่อนๆ ของเธออยากมาเที่ยวที่อิตาลีมาก ครั้งนี้เธอจึงต้องตามใจเพื่อนและปิดบังพี่ชายแบบนี้นี่แหละ
หญิงสาวร่างอรชรนั่งถอนหายใจออกแรงด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย เธอไม่เข้าใจสิ่งที่พี่ชายของเธอทำอยู่และไม่เข้าใจอะไรหลายๆ เรื่อง ไกอานั่งทบทวนเรื่องราวในวัยเด็กในตอนที่เธออยู่ที่อิตาลี นี่คงเป็นในรอบสิบปีที่เธอได้กลับบ้านเกิด
