บทที่ 5
“ไม่ใช่นะคะ นี่พี่ชัยลูกชายของลุงแช่มค่ะ เราเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน” แม้คำตอบจากปากหญิงสาวจะเป็นเช่นนี้ แต่มีหรือว่าในสายตาของลูกผู้ชายด้วยกัน เขาจะดูไม่ออกว่าสายตาของนายชัยนั้นเวลาที่จ้องมอง ‘คนของเขา’ มันไม่ใช่สายตาของพี่ชายที่จ้องมองน้องสาวเลยสักนิด
“ถ้างั้นก็ดี! เพราะฉันไม่อยากให้คนในปกครองของฉันมาทำเรื่องบัดสีในไร่ นายจะไปไหนก็ไปเถอะ ส่วนเธอเดี๋ยวตามฉันขึ้นไปข้างบน ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” สิ้นคำสั่งก็ไม่รอให้ใครได้เอ่ยอะไรออกมาอีก ร่างสูงก้าวเดินขึ้นบันไดไม้ไปในทันทีก่อนที่ช่อลดาจะรีบเดินตามขึ้นมาติดๆ ทิ้งไว้แต่ชัยที่ได้แต่ยืนจ้องมองคนทั้งคู่ที่ค่อยๆ ลับตาไปอย่างหดหู่
เขารักเธอ...
นั่นคือความรู้สึกที่อยากจะเอ่ยบอก แต่ท่าทีของช่อลดาที่แสดงออกมานั้นมันทำให้เขาได้รู้ถึงความจริงที่ว่าเธอไม่เคยมองเขาไปในฐานะอื่นเลยนอกจากพี่ชายที่แสนดีเท่านั้น อาจเพราะเขาเป็นแค่ลูกชายคนงานธรรมดาไม่น่าหลงใหล หรืออาจเป็นเพราะภายในใจของหญิงสาวนั้นมีคนที่รักอยู่ก่อนแล้วกันแน่ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเขาก็เจ็บอยู่ดี
อีกด้านหนึ่ง
“ดูเหมือนว่านายชัยจะชอบพอเธออยู่ไม่น้อย ก็เหมาะสมกันดีนี่ ถ้าจะแต่งกันเมื่อไหร่ก็บอกด้วยก็แล้วกัน ฉันจะอาสาเป็นเจ้าภาพจัดงานให้” กรวิทย์เปิดปากพูดทำลายความเงียบขึ้นมาทันทีที่มีอยู่กับอีกคนตามลำพังในห้องทำงาน ทว่าฝ่ายหญิงกลับชะงักเท้ายืนหยุดอยู่กับที่ทันทีเมื่อได้ฟังบางสิ่งที่เขาเอ่ยออกมา
คำพูดที่แสนเลือดเย็นและเต็มไปด้วยคำดูถูกเหยียดหยามทำให้เธอเจ็บไม่น้อย ราวกับคำพูดเหล่านั้นของมันกำลังเหยียบให้เธอได้สำนึกว่าทั้งชีวิตนี้คงจะมีก็แต่คนในระดับเดียวกันเท่านั้นที่คู่ควรกับเธอไม่มีผิด
“ช่อต้องขอขอบคุณในความหวังดีของคุณกรมากนะคะที่กรุณาเราทั้งคู่ พี่ชัยเป็นคนดีค่ะ”
“แล้วฉันไม่ดีรึไง!” คนเจ้าอารมณ์ตวาดถามกลับอย่างลืมตัว ไม่ชอบฟังเวลาที่เสียงหวานพร่ำเพ้อถึงชายอื่นต่อหน้า ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงไม่ชอบ รู้แต่เพียงว่าหากเขาไม่ชอบ เธอก็ต้องไม่ทำมันอีกก็เท่านั้น!
“คะ...คุณกรว่ายังไงนะคะ”
“ช่างเถอะ! เอาเป็นว่าฉันขอสั่งให้เธอไปทำงานเป็นเลขาให้กับฉัน ไม่ว่าเธอจะไปสมัครงานเอาไว้ที่ไหนก็รีบไปจัดการยกเลิกซะ นี่เป็นคำสั่ง!” คำสั่งเอาแต่ใจตัวเองทำเอาช่อลดายิ่งรู้สึกงงงันกับอารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของเขา ครั้งก่อนเขายังอนุญาตให้เธอเลือกหางานทำหลังเรียนจบด้วยตัวเองแท้ๆ แต่วันนี้กลับมาออกคำสั่ง และแน่นอนว่าเธอก็ไม่สิทธิ์อะไรที่จะปฏิเสธเขาอยู่ดี เพราะว่าเขาคือทุกสิ่งสำหรับเธอ เป็นทั้งผู้ให้ชีวิต ให้ที่อยู่ที่กิน และบางครั้งอาจจะเป็นอะไรที่มากกว่านั้นเพียงแต่ว่าหญิงสาวไม่กล้าแม้แต่จะคิด
“จะเป็นอะไรไหมคะถ้าเกิดช่อจะขออนุญาตคุณกรพาเพื่อนสนิทเข้าไปทำงานที่บริษัทของคุณกรด้วยอีกสองคน”เธอตกลงก่อนจะถามต่อ
“เพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย”
“มีผู้หญิงหนึ่งคนกับผู้ชายอีกหนึ่งค่ะ เราสามคนเป็นเพื่อนสนิทเรียนด้วยกันมา ช่อสัญญากับเพื่อนว่าจะไปสมัครงานที่เดียวกันเมื่อเรียนจบ ช่อไม่อยากผิดคำสัญญาค่ะ”ช่อลดาเลือกที่จะบอกถึงเหตุผล
“อย่างนั้นก็ได้ ตามใจเธอก็แล้วกัน”ซึ่งอีกคนก็พร้อมที่จะรับฟัง
“คุณกรมีอะไรอีกรึเปล่าคะ ช่อยังมีงานต้องทำอีกหลายอย่าง ถ้าหากคุณกรไม่มีอะไรแล้ว ช่อขออนุญาตกลับไปทำงานที่ค้างอยู่ให้เสร็จ”
“อยู่กับฉันมันน่าอึดอัดใจนักหรือยังไง”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ ช่อไม่เคยคิดแบบนั้นสักครั้ง จริงๆ นะคะ เพียงแต่ช่อเห็นว่าคุณกรกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่ ก็เลยไม่อยากอยู่กวนใจในตอนนี้ก็เท่านั้นเองค่ะ” เป็นจริงอย่างที่คนตรงหน้าพูดมาทุกอย่าง เขากำลังหงุดหงิดอย่างถึงที่สุดและกำลังพาลใส่เธออย่างเห็นได้ชัดตอนนี้
“ฉันแค่เครียดๆ เรื่องงาน ขอโทษที่อารมณ์เสียใส่เธอ แต่อย่าเพิ่งไปไหนเลยได้ไหม อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อน” กรวิทย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เลยทำให้อีกคนคลายความกลัวที่มีต่อเขาไปบ้าง
“ก็ได้ค่ะ” คำตอบง่ายๆ ที่ดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มทำให้สถานการณ์ตรึงเครียดตรงหน้าลดหย่อนลงไปไม่น้อย กรวิทย์จึงใช้เวลาช่วงที่เฝ้ารออาหารเย็นนั่งทำงานที่ค้างคาของตนโดยมีร่างเล็กนั่งอ่านหนังสือที่เขาอนุญาตให้เธอเลือกอ่านได้ตามใจชอบอยู่ข้างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพักพอเงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารกองโต หวังเพียงจะพักสายตาชั่วครู่กลับพบว่าคนข้างกายนั้นฟลุบหลับไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
