บท
ตั้งค่า

7 ไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า

เมลดาโกรธจนเลือดขึ้นหน้าแต่เธอก็ต้องทนมองหน้าเขาเพราะถ้าหากเดินกลับไปที่สวนสนุกตอนนี้ วาคิมต้องเจอกับบอสตันแน่ๆ และถ้าบอสตันเผลอเรียกมาวินว่าลุง วาคิมจะต้องสงสัยอย่างแน่นอน

“คุณรอฉันก่อนได้ไหม ถ้าอยากจะกินข้าวกับฉันจริงๆ ก็อย่าพูดจากวนโมโหให้มันมากนัก”

“เดี๋ยวนี้คุณอารมณ์เสียง่ายจังเลยนะ แต่ก่อนพูดจาอ่อนหวานกว่านี้เยอะเลย”

“คนเราโตขึ้นมันก็ต้องเปลี่ยนไป ฉันไม่ใช่โมเดลคนก่อนคุณที่คุณจะหลอกได้”

“พูดดีๆ หน่อยนะโมเดลใครกันแน่ที่หลอกกัน”

“ตกลงจะไปกินข้าวกับฉันไหม ถ้าจะไปก็เงียบ”

วาคิมยอมเงียบเพราะเขาอยากจะนั่งทานข้าวกับเมลดา ถึงแม้จะเลิกกันไปแล้วแต่ลึกๆ เขาก็อยากจะรู้ว่าที่ผ่านมาชีวิตของหญิงสาวเป็นยังไงบ้าง

เมลดามองหน้าเขาแล้วถอนหายใจก่อนจะเลี่ยงมาโทรศัพท์หาพี่ชาย

“พี่วินคะ พี่ยุ่งอยู่หรือเปล่า”

“เปล่านะ มีอะไรเหรอโมเดลเสียงเราฟังดูรีบร้อนมาก”

“โมเดลเจอวาคิมที่ห้าง”

“แล้วยังไงเขาเจอบอสตันไหม” มาวินกลัวว่าวาคิมกับบอสตันจะเจอกันและความลับของน้องสาวจะไม่เป็นความลับ

“เขายังไม่เจอค่ะ พอดีบอสตันอยู่ในสวนสนุก แต่โมเดลออกมาเดินเลือกซื้อเครื่องสำอางร้านใกล้ๆ กับสวนสนุก พี่วินมารับบอสตันไปได้ไหม โมเดลกลัวว่าเขาจะตามไปจนเจอบอสตัน” หญิงสาวรีบพูดอย่างรวดเร็วขณะที่ตาก็มองไปทางวาคิมสลับกับมองลูกชายที่เล่นอยู่ในสวนสนุก

“แล้วโมเดลจะไปไหนล่ะ”

“เขาชวนไปกินข้าว”

“โมเดลจะไปกับเขาเหรอ ห่างจากเขาหน่อยดีไหม”

“โมเดลก็ไม่อยากไปนะคะ แต่ถ้าเขาเดินตามก็กลัวจะเจอกับบอสตัน” หญิงสาวอยากจะกันวาคิมให้ออกห่างจากลูกชายของตนเองให้มากที่สุด

“ถ้าอย่างนั้นโมเดลไปกับเขาก่อนก็ได้ แต่ถ้ามีอะไรก็โทรบอกพี่ เดี๋ยวพี่จะไปรับบอสตันเอง

“ขอบคุณค่ะพี่วิน”

“พี่ว่าจะพาบอสตันไปเก็บของที่บ้านและบอกคุณน้าก่อนแล้วคืนนี้จะพาเขาไปนอนด้วยที่บ้าน”

“พรุ่งนี้ค่อยไปค้างไม่ได้เหรอคะพี่วิน”

“พี่กลัวเขาจะตามไปส่งโมเดลที่บ้าน”

“ก็ได้ค่ะพี่วิน โมเดลฝากลูกด้วยนะคะ”

เมื่อบอกพี่ชายแล้วเมลดาก็เดินกลับมาหาวาคิมที่ยืนรออยู่หน้าร้านเครื่องสำอาง

“โทรบอกเขาแล้วเหรอ เขาว่าอะไรไหม”

“ไม่ค่ะ”

“ใจกว้างดีเหมือนกันนะ แล้วบอกเขาหรือเปล่าล่ะว่าจะกลับดึก”

“เราแค่ไปกินข้าวฉันว่าคงไม่ดึกมากหรอกมั้งคะ”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ เราไม่ได้เจอกันนานบางทีอาจจะมีเรื่องคุยกันมากกว่าที่คิดก็ได้”

“ฉันให้เวลาคุณถึงสองทุ่มค่ะวาคิม”

“ตอนนี้มันใกล้จะ 6 โมงเย็นแล้วนะเหลือเวลาอีกแค่ 2 ชั่วโมงเหรอ” วาคิมมองนาฬิกาแล้วทำหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

“ฉันว่ามันตั้ง 2 ชั่วโมงต่างหากล่ะ”

“ดูเหมือนคุณไม่ค่อยอยากจะคุยกับผมหน่อยนะโมเดล”

“เราสองคนไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกันหลอกนะวาคิม”

“คุณกลัวที่จะคุยกับผมใช่ไหม”

“ทำไมฉันจะต้องกลัวด้วยล่ะ คุณมีอะไรที่จะต้องกลัวกัน”

“ถ้าไม่กลัวที่จะคุยกับผมแล้วทำไมต้องกำหนดเวลาด้วยล่ะหรือว่ากลัวคุยไปนานๆ แล้วถ่านไฟเก่าจะคุ”

“ฉันไม่เคยกลัวว่าถ่านไฟเก่าจะคุเพราะระหว่างฉันกับคุณแม้แต่ขี้เถ้ามันก็ไม่มีเหลือค่ะวาคิม แต่ที่รีบกลับเพราะฉันมีลูกและมีครอบครัว ฉันก็ต้องให้เวลากับครอบครัวของฉันสิ” เมลดาพยายามอธิบายอย่างใจเย็น

“วันนี้ผมจะยอมคุณไปก่อนก็ได้ ผมจะกินไปข้าวกับคุณและไปส่งคุณที่บ้านรับรองว่าไม่เกินสามทุ่มหรอก แต่วันหลังผมจะหาโอกาสไปทานข้าวกับครอบครัวของคุณ”

“ไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่คุณจะต้องไปทานข้าวกับครอบครัวของฉัน”

“จำเป็นสิอย่างน้อยก็ในฐานะผัวเก่า”

“หยุดพูดจาหยาบคายแบบนี้ได้แล้ววาคิม”

“ทำไมรับไม่ได้เหรอ”

“มันไม่ใช่เรื่องที่น่าจะพูดออกมาเลยนะ เราสองคนจบกันไปแล้ว ที่ฉันยอมมากินข้าวกับคุณวันนี้ก็ยังมันก็แย่มากพอแล้ว”

หญิงสาวมองหน้าวาคิมอย่างไม่พอใจเธอไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรจากเธอกันแน่ทั้งที่เลิกรากันไปนานแล้วแต่พอเจอกันเขายังกลับมาตามตอแยจนเธอกลัวว่าความลับที่ปกปิดไว้มันจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป บางทีการกลับมาอยู่เมืองไทยครั้งนี้มันอาจจะเป็นเรื่องที่เธอคิดผิดก็ได้

“คุณอยากไปกินอะไรล่ะโมเดล” วาคิมหันมาถามหญิงสาว

“ร้านไหนก็ได้ในห้างนี่แหละฉันไม่อยากเสียเวลามาก”

“คำก็เสียเวลาสองคำก็เสียเวลา ผมอยากจะรู้นักเชียวว่าที่บ้านของคุณมันมีอะไรคุณก็ต้องรีบกลับ”

“ฉันก็บอกแล้วไงว่าที่นั่นมีครอบครัวของฉัน”

“ครอบครัวของคุณที่ครั้งหนึ่งมันก็เคยเกือบจะเป็นครอบครัวของผม”

“วาคิมถ้ายังอยากไปกินข้าวด้วยกันก็หยุดพูดถึงเรื่องราวในอดีตก่อนได้ไหม”

“ทำไมกลัวใจตัวเองเหรอ”

“ทำไมฉันจะต้องกลัวใจตัวเองด้วยล่ะวาคิม”

“ก็คุณกลัวว่าผมจะเข้ามาแทรกกลางระหว่างคุณกับสามีคุณไงล่ะ เราเคยรักกันมากนี่หรือคุณจำไม่ได้ว่าเราสองคนเคยรักกันมากแค่ไหน”

“ฉันไม่เคยกลัวเรื่องแบบนั้นเลย” เมลดาพูดออกไปตามจริง

“ดูเหมือนคุณจะมั่นใจมากนะว่าจะไม่มีใครแทรกกลางระหว่างความรักของคุณกับสามีได้”

“ค่ะฉันมั่นใจแบบนั้น”

“แล้วทำไมตอนที่คบกับผมคุณถึงยอมให้เขาเข้ามาแทรกกลางระหว่างเรา ผมอยากรู้ว่าเขาใช้วิธีไหนคุณถึงไปจากผมง่ายๆ ไปโดยไม่บอกกันสักคำ”

“วาคิมฉันขอพูดครั้งสุดท้ายถ้าคุณยังพูดถึงเรื่องในอดีตอีกฉันจะกลับบ้านและเราจะไม่เจอกันอีก”

“โอเค โอเคผมยอมก็ได้เราไปกินอาหารญี่ปุ่นกันดีไหมผมจำได้นะว่าคุณชอบกินแซลมอน”

“ฉันไม่อยากกินแล้ว ตอนนี้ฉันอยากกินอาหารไทยมากกว่า” เธอกลัวว่าบรรยากาศเก่าๆ จะทำให้ตนเองกลับมานึกถึงช่วงเวลาที่คบกันอีกครั้งเมลดาเลยไม่อยากไปกินอาหารญี่ปุ่นกับเขาเพราะสมัยเรียนเธอกับเขาไปทานด้วยกันเกือบทุกอาทิตย์

“ได้สิ มีร้านหนึ่งอาหารอร่อยเดี๋ยวผมจะพาไป”

เมลดาโล่งใจที่ไม่ต้องไปนั่งทานอาหารในห้างเพราะเธอกลัวว่าจะมีคนมาเจอและขี้เกียจจะตอบคำถาม

“ฉันไปร้านที่คุณบอกก็ได้ คุณขับนำไปแล้วกันนะ”

“จะขับรถตามกันไปให้วุ่นวายทำไมคุณนั่งรถไปกับผมก็หมดเรื่อง”

“แต่ฉันเอารถมาเอง”

“กินเสร็จผมจะมาส่งคุณที่นี่ตกลงไหม”

“แต่ฉันว่า....”

“ถ้าคุณยังชักช้าอยู่แบบนี้ผมก็ไม่แน่ใจนะว่าจะส่งคุณถึงบ้านก่อนสามทุ่มหรือเปล่าเพราะช่วงเย็นแบบนี้รถมันติดมากและคุณเพิ่งกลับมาอยู่เมืองไทยอาจจะไม่ค่อยชินกับทางที่จะไปร้านก็ได้นะ” วาคิมชักแม่น้ำทั้งห้าเพราะอยากให้เมลดานั่งรถไปกับเขา

“ก็ได้รถคุณจอดอยู่ที่ไหนล่ะ หรือนำไปสิ”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel