บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 ทะลุมิติมาเป็นภรรยาร้ายกาจ

เว่ยเหราสูดลมหายใจเข้าลึกพลางพยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งอย่างยากลำบาก เมื่อลืมตาขึ้นมาได้ ภาพแรกที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่เพดานห้องพักในอพาร์ตเมนต์ยุคปัจจุบันที่คุ้นเคย แต่กลับเป็นหลังคามุงฟางเก่าซอมซ่อที่มีแสงแดดลอดผ่านรอยรั่วลงมาเป็นหย่อม

กลิ่นอับชื้นของไม้ผุและดินโคลนลอยมาแตะจมูก หญิงสาวพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงไม้แข็งกระด้าง ทันใดนั้นความทรงจำแปลกประหลาดมากมายก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก มันกระแทกกระทั้นจนนางต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะ

ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่ครู่ใหญ่

เมื่อความเจ็บปวดทุเลาลง เว่ยเหราจึงได้ตระหนักถึงความจริงอันน่าตกตะลึง นางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่มีชื่อและแซ่เดียวกันกับนางในนิยายที่เพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืน

เจ้าของร่างเดิมคือภรรยาของเซียวจวิ้น นายพรานยากจนแห่งหมู่บ้านเชิงเขา สตรีผู้นี้มีนิสัยร้ายกาจ เกียจคร้าน เอาแต่ใจ รังเกียจที่สามีเป็นเพียงนายพรานต่ำต้อยไม่สามารถพานางไปใช้ชีวิตสุขสบายในเมืองหลวงได้ นางจึงมักหาเรื่องทะเลาะเบาะแว้งและขับไล่เขาออกจากห้องนอนอยู่เสมอ แต่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการที่นางมักจะระบายอารมณ์โกรธแค้นด้วยการทุบตีลูกชายฝาแฝดวัยห้าขวบทั้งสามคนอย่างทารุณ

เหตุการณ์ล่าสุดที่ทำให้เจ้าของร่างเดิมต้องจบชีวิตลง ก็เพราะนางโมโหที่เด็กทั้งสามคนทำถ้วยกระเบื้องบิ่น จึงคว้าไม้เรียววิ่งไล่ตีพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งสะดุดชายกระโปรงตนเองพลัดตกจากบันไดเรือน ศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรงจนสิ้นใจคาที่ เปิดทางให้ดวงวิญญาณของเว่ยเหราจากยุคปัจจุบันเข้ามาสวมรอยแทน

หญิงสาวยกมือขึ้นลูบคลำรอยปูดบวมที่หลังศีรษะ พลางถอนหายใจยาว นางกลายเป็นแม่ใจร้ายในนิยายไปเสียแล้ว

กุกกัก

เสียงเคลื่อนไหวแผ่วเบาดังมาจากมุมห้อง เว่ยเหราหันขวับไปมองทันที บริเวณหน้าตู้ไม้ผุพังมีร่างเล็กจ้อยสามร่างกำลังยืนเบียดเสียดกันอยู่ด้วยความหวาดผวา

เด็กชายคนซ้ายมือถือท่อนไม้ฟืนขนาดพอดีมือเอาไว้แน่น แววตาของเขาดุดันและระแวดระวังราวกับลูกหมาป่าที่พร้อมพุ่งเข้ากัดศัตรูเพื่อปกป้องอาณาเขต เด็กคนนี้คือเซียวเยียน แฝดพี่ผู้แสนฉลาดและเจ้าเล่ห์

ด้านหลังของเซียวเยียนมีร่างของเซียวหยาง แฝดคนกลางที่ซุกซนที่สุดหลบซ่อนอยู่ มือเล็กกำชายเสื้อของพี่ชายเอาไว้แน่นพลางชะโงกหน้ามามองนางด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา

ส่วนเด็กคนที่สาม เซียวเหิง แฝดน้องผู้เงียบขรึมและอ่อนไหวกำลังยืนกางแขนสั่นเทาของตนเองออกเพื่อปกป้องพี่ชายทั้งสอง แม้ดวงตาจะแดงก่ำคล้ายคนกำลังจะร้องไห้ แต่เขากลับกัดริมฝีปากแน่นไม่ยอมส่งเสียงสะอื้นออกมาให้ได้ยิน

เด็กทั้งสามคนผอมโซจนเห็นกระดูก ใบหน้าเล็กมอมแมมเปรอะเปื้อนคราบดิน บนแขนและขาที่โผล่พ้นเสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยฟกช้ำและรอยแผลเป็นทางยาวจากการถูกเฆี่ยนตีปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน

หัวใจของเว่ยเหราบีบรัดอย่างรุนแรง ความรู้สึกผิดและสงสารตีตื้นขึ้นมาในอก เจ้าของร่างเดิมทำร้ายเด็กตัวแค่นี้ลงคอได้อย่างไร

นางพยายามระงับความโกรธที่มีต่อเจ้าของร่างเดิมแล้วส่งยิ้มอ่อนโยนไปให้เด็กทั้งสาม หวังจะบรรเทาความหวาดกลัวของพวกเขา

"พวกเจ้าไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำอะไรพวกเจ้าหรอก" เสียงของนางแหบแห้งและแผ่วเบา

ทว่าทันทีที่นางเอ่ยปาก เซียวเยียนกลับกระชับท่อนไม้ฟืนในมือแน่นขึ้น ร่างกายเล็กจ้อยสั่นสะท้านแต่ยังคงทำใจดีสู้เสือ ก้าวออกมายืนขวางหน้าน้องชายทั้งสองอย่างเด็ดเดี่ยว

"ท่านอย่าเข้ามานะ หากท่านกล้าตีพวกเราอีก ข้าจะเอาคืนท่าน ข้าจะสู้ตายกับท่านแน่" เสียงเล็กแหบพร่าตะโกนลั่นห้อง แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและหวาดระแวง

เว่ยเหราชะงักค้าง รอยยิ้มบนใบหน้าจางหาย นางรู้ดีว่าบาดแผลในใจของเด็กทั้งสามลึกเกินกว่าจะลบเลือนด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ ความรุนแรงที่พวกเขาเผชิญมาตลอดหลายปีไม่อาจลบล้างได้ด้วยรอยยิ้มเพียงครั้งเดียว นางสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจว่าจะไม่ดึงดันเข้าหาพวกเขาในตอนนี้ หญิงสาวค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ พยายามทำท่าทางให้เป็นมิตรและคุกคามน้อยที่สุด

"ข้าเจ็บหัวมาก ขอออกไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อย พวกเจ้าอยู่ตรงนี้เถอะ ไม่ต้องตามมา"

เว่ยเหราหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้เด็กชายทั้งสามคนมองตามแผ่นหลังของมารดาด้วยความตกตะลึง ปรกติแล้วหากมารดาตื่นขึ้นมาแล้วเห็นพวกเขายืนอยู่เช่นนี้ นางจะต้องคว้าไม้เรียวมาฟาดพวกเขาก่อนเป็นอันดับแรก ทว่าวันนี้นางกลับเดินออกไปเฉย ๆ แถมยังพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ตะคอกด่าทอเหมือนทุกที

เมื่อก้าวพ้นประตูห้องนอนออกมา เว่ยเหราก็ต้องถอนหายใจยาวอีกครั้ง สภาพบ้านพักนายพรานหลังนี้ทรุดโทรมยิ่งกว่าที่นางจินตนาการเอาไว้เสียอีก ลานหน้าบ้านเต็มไปด้วยวัชพืชขึ้นสูง รั้วไม้ไผ่พังทลายไปกว่าครึ่ง ในลานดินมีเพียงไก่ผอมแห้งสองตัวเดินจิกกินเศษอาหาร บนราวตากผ้ามีเสื้อผ้าเก่าขาดที่มีรอยปะชุนนับไม่ถ้วนตากทิ้งไว้

ความรู้สึกวิงเวียนตีตื้นขึ้นมาอีกระลอกจนนางต้องทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้หน้าเรือน หญิงสาวหลับตาลงเพื่อตั้งสติ

ทว่าในจังหวะนั้นเอง สติสัมปชัญญะของนางกลับถูกดึงดูดเข้าไปในพื้นที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่งอย่างกะทันหัน

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางพบว่าตนเองไม่ได้นั่งอยู่หน้าลานบ้านอันทรุดโทรมอีกต่อไป แต่กลับยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียวขจี กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา อากาศที่นี่บริสุทธิ์และสดชื่นจนทำให้ความเจ็บปวดที่ศีรษะบรรเทาลงไปกว่าครึ่ง

เบื้องหน้าของนางคือบ่อน้ำขนาดย่อมที่สร้างจากหินสีขาวสะอาดตา น้ำในบ่อใสกระจ่างจนเห็นพื้นหินด้านล่าง ละอองน้ำสีขาวจาง ๆ ลอยกรุ่นอยู่เหนือผิวน้ำพร้อมกับกลิ่นหอมสดชื่นที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ

นี่มันบ่อน้ำพุวิเศษ

เว่ยเหราเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น นางจำรายละเอียดในนิยายได้เป็นอย่างดี นี่คือมิติวิเศษที่มีเพียงนางเอกตัวจริงของเรื่องเท่านั้นที่สมควรจะได้ครอบครอง แต่นางที่เป็นเพียงมารดาร้ายกาจของเหล่าตัวร้ายในอนาคตกลับได้รับมันมาได้อย่างไร

หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้บ่อน้ำพุ คุกเข่าลงแล้วใช้มือวักน้ำขึ้นมาดื่ม รสชาติของน้ำหวานล้ำและเย็นชื่นใจ ทันทีที่น้ำไหลผ่านลำคอ ความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดทั้งหมดก็มลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง รอยปูดบวมที่หลังศีรษะยุบลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายที่เคยอ่อนแอและหนักอึ้งกลับมามีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยม

น้ำพุแห่งนี้สามารถช่วยฟื้นฟูร่างกาย รักษาอาการเจ็บป่วย เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้พืชผัก และช่วยให้สัตว์เติบโตแข็งแรงตามที่นิยายได้บรรยายเอาไว้ไม่ผิดเพี้ยน

ดวงตาของเว่ยเหราทอประกายมุ่งมั่น ความหวังถูกจุดประกายขึ้นในใจ เมื่อมีของวิเศษชิ้นนี้ นางย่อมสามารถพลิกฟื้นชีวิตของครอบครัวนายพรานได้ นางจะไม่ยอมให้เด็กแฝดทั้งสามต้องเติบโตไปเป็นตัวร้ายที่ถูกผู้คนประณาม และจะไม่ยอมให้ครอบครัวนี้ต้องพังทลายลงอย่างเด็ดขาด

นางจะใช้สองมือนี้ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ หาเงินมาสร้างฐานะให้ร่ำรวย นางจะทำอาหารอร่อยให้เด็กทั้งสามกินจนแก้มยุ้ย

จะมอบความรักและความอบอุ่นให้พวกเขาได้รู้ว่า ต่อจากนี้ไปจะไม่มีใครหน้าไหนมาทำร้ายพวกเขาได้อีก

เว่ยเหราตั้งปณิธานกับตนเองอย่างแน่วแน่ ก่อนจะถอนจิตออกจากมิติวิเศษ กลับคืนสู่โลกความเป็นจริงที่ลานหน้าบ้าน นางผุดลุกขึ้นยืนด้วยเรี่ยวแรงที่เต็มเปี่ยม มุ่งหน้าตรงไปยังห้องครัวเพื่อเตรียมมื้ออาหารแรกสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะภรรยานายพรานและมารดาของเด็กแฝดทั้งสาม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel