บทที่ 5 เริ่มต้นใหม่ (ต่อ)
“เจ้ามาแล้วหรือ มาๆ มาทานข้าวได้แล้ว” หญิงชราที่เลี้ยงดูนางมาตลอดหกปี กล่าวทักนางเมื่อเห็นว่ามาถึงแล้วพร้อมด้วยข้าวของในมือ
“ได้จ้ะ เดี๋ยวข้าเก็บของที่ซื้อมาก่อน แล้วจะมาทานด้วยกัน”
“อืม รีบไปรีบมา เดี๋ยวเย็นชืดหมด” นางเข้าไปหอมแก้มยายแล้วเดินเข้าไปที่ครัว ล้างมือเสร็จรีบมาทานข้าวอย่างไว
“ยายก็กินด้วยกันสิ ทำไมปล่อยให้ข้ากินอยู่คนเดียว”
“เจ้ากินเถอะ ข้าไม่หิว”
“ยายกินเถอะ เดี๋ยวต้องดื่มยาอีก” หญิงชรามีโรคมารุมเร้าตามวัย บัดนี้ร่างกายของเขาไม่เป็นก่อนแล้ว ป่วยกระเสาะกระแสะอยู่ทุกวัน ด้วยความที่อยู่กันสองคนจึงต่างต้องประคองกันไป
“ข้ารู้ดีว่าร่างกายข้าเป็นยังไง ข้ามีชีวิตอยู่ต่อได้ไม่นาน ยานั่นไม่จำเป็นหรอก”
“ไม่พูดแบบนี้สิ ท่านยายต้องอยู่กับข้าก่อน ข้าเสียพ่อแม่ไปอย่าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย”
“ข้าก็อายุมากแล้ว สรรพสิ่งย่อมเวียนว่ายในวัฏสงสาร ข้อนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยข้าก็ดีใจนะ ที่มีลูกหลานอย่างคนอื่นเขาเหมือนกัน”
“ข้าเสียพ่อแม่ไปแล้ว อย่าให้ข้าต้องเสียท่านยายไปอีกคนเลย” นางรีบเข้าไปคุกเข่านั่งลงข้างท่านยาย หัวนางวางลงบนตัก มือทั้งเกาะกุมมืออีกฝั่ง
“พอได้แล้ว ไปกินขะ...ขะ..ข้าว” จู่ๆ หญิงชราพูดจาติดขัด เสียงลมหายใจเข้าออกเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ สายตาเริ่มเลื่อนลอยจนหมดสติในที่สุด
“ยาย ยาย ยาย!!!!” นางเขย่าตัวหญิงชราแต่ไร้การตอบกลับ ได้พาประคองร่างที่ไร้สติไปยังเตียงนอน ส่วนตนก็ออกไปตามหาหมอมารักษาอาการ
“ข้าช่วยเจ้าได้เพียงแค่นี้จริงๆ นางชรามากแล้ว มันคงถึงเวลาแล้ว” หมอชายชรากล่าวขึ้น เมื่อตรวจร่างกายหญิงชราที่กำลังสลบไสลอยู่ ใบหน้าซีดเซียว ตัวแข็งทื่อราวกับต้นไม้ ทำเขานางใจสลาย
**********
“ท่านหมอ ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ ว่าท่านยายข้าเหลือเวลาอีกเท่าไหร่”
“ห้าวันก็มากแล้ว”
“ข้อขอร้องท่านหมอ ช่วยยายด้วย ท่านต้องการเท่าไหร่ข้าให้หมด” หญิงสาวพูดเสียงสั่น น้ำตาไหลพราก ขอร้องอ้อนวอนหมอชรา เพราะไม่อยากเสียคนที่รักไปอีกแล้ว ถึงยายจะไม่ใช่ยายแท้ๆ แต่นางก็เลี้ยงดูสั่งสอนนางมาอย่างดี ทว่าตอนนี้นางใกล้จะจากไปอีกคน หมอเองก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ จึงได้ส่ายหน้าออกไป ...ต่อจากนี้ไปข้าต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วหรือ ทำไม ทำไมกัน...
“เยวะ....เยว่....เหยะ...เหยา” เสียงเรียกจากหญิงชราทำให้นางได้สติ จากที่ร้องไห้ระงมอยู่นาน
“ยาย ยายฟื้นแล้ว โล่งอก”
“ร้องไห้ทำไมกัน ข้าไม่ได้เป็นอะไรมากเสียหน่อย” มือที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นยกมาปาดน้ำตาที่อาบแก้มอีกฝ่าย เยว่เหยาใช้สองมือกุมข้อมืออีกฝ่าย น้ำตาไหลไม่หยุดหย่อนราวกับวันนี้เป็นวันสุดท้าย
“คนจะไป ยังไงก็ต้องไป จะด้วยอะไรก็รั้งไว้ไม่ได้หรอก”
“แต่ข้ายังอยากให้ยายอยู่ อยู่กับฉันไปนานๆ ข้าไม่พร้อมที่จะเสียคนที่ข้ารักไปอีกแล้ว ในวันที่ข้าเสียพ่อแม่ก็มียายที่เข้ามาให้ชีวิตใหม่ ช่วงเวลาเหล่านั้นมันสั้นมากเสียจนข้าคิดว่าพึ่งเกิดไปเมื่อวานซืน”
“ข้ารู้ดี ข้าเองก็รักไม่น้อยไปกว่าเจ้า ข้านึกว่าตนเองต้องตายอยู่คนเดียวเสียแล้ว ทว่ากลับมีเจ้าเข้าเหมือนต่อลมหายใจให้แม้จะไม่นานนัก ข้าก็มีความสุข แต่เจ้าก็อย่าลืมพ่อแม่ที่แท้จริงข้าเจ้าสิ พวกเขาเองก็คงเฝ้ารอวันที่เจ้าล้างแค้นนี้ให้สำเร็จ ถือเสียว่าข้าเป็นทางผ่านก็แล้วกัน”
“ข้าไม่อยากคิดเช่นนั้น ท่านไม่ใช่ทางผ่าน ท่านยายเจียอีผู้ที่ให้ชีวิตใหม่แก่เยว่เหยา สอนวิชาการต่อสู้ วิชาพิษ ไหนจะค้าขายกับเยว่เหยา เลี้ยงดูเยว่เหยาอย่างดี ท่านยายเป็นคนที่มีพระคุณของเยว่เหยาผู้นี้ ท่านจะเป็นทางผ่านของข้าได้อย่างไรกัน ไม่ว่ายังไงข้าจะต้องรักษาท่านยายให้ได้” นางกำลังวิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อที่จะต้มยา กลับมีมือคว้านางไว้
“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น อยู่กับข้าคืนนี้”
“แต่ว่า...” ท่านยายกลับส่ายหน้า
“เจ้าไม่ต้องไปไหนหรอก มาเล่าซิว่าวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง” นางรู้ได้ทันทีว่ายายไม่เลือกที่รักษาชีวิตตนไว้อีกแล้ว นางมองไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยตาละห้อยแลเสียใจ ทว่ากลับทำตามที่ร้องขอ มือของหญิงชราลูบหัวไปเรื่อย ๆ
“วันนี้ข้าได้เงินจากบ่อนพนันมากเยอะมาก บอกได้เลยว่าข้าเลี้ยงท่านเป็นสิบปีแบบใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายก็ยังไหว ถึงจะไม่มีงานนักฆ่า ข้าก็มีเงินใช้อยู่เสมอ”
“เด็กเก่ง เจ้าโตมากแล้วนะ งั้นข้าก็หมดห่วงแล้ว ต่อจากนี้ใช้ชีวิตนี้ให้คุ้ม ที่จริงเจ้าไม่ควรอุดอู้อยู่แค่ที่นี่นะ แต่งงานได้แล้ว นำสามีเจ้ามาให้ข้ารู้จักด้วย ข้าไปก่อนนะ หวังว่าจะได้เจออีกครั้ง”
“ยะ....ยะ...ยาย!!!” มือของหญิงชราหล่นลงหลังสิ้นสุดเสียง ดวงตาที่ปิดสนิท ตัวที่แข็งทื่อแน่นิ่งไป ทำให้ใจนางสลาย น้ำตาไหลไม่หยุดจนตาบวมแดง มือได้แต่เขย่าร่างไร้วิญญาณตรงหน้า ตะโกนเรียกชื่อท่านยายดังกึกก้อง แน่ใจแล้วว่าเขาไม่กลับมาอีกแล้วนางเงียบเสียงลง แล้วนั่งนิ่งจ้องกายตรงหน้าไปน้ำสีใสยังอยู่เรื่อย ทว่าหัวใจที่สั่นระริกสวนทางกับการกระทำ จนผล็อยหลับไปในที่สุด
**********
วันในรุ่งขึ้นที่ท้องฟ้าโพล้เพล้หม่นๆ อากาศหนาวปกคลุมข้างๆ เรือนหลังนี้ หญิงสาวในชุดสีดำกำลังนั่งโปรยดอกไม้บนหลุมฝังศพดินที่พึ่งขุดมาใหม่ ป้ายวิญญาณไม้เขียนชื่อว่า เจียอี ปักอยู่ด้านหน้าหลุมศพเพื่อบ่งบอกว่าเป็นใคร
“ท่านยาย คิดถึงท่านจังเลย จากไปไม่หกชั่วยามเอง ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” นางเอ่ยไปโปรยดอกไม้ไปรอบๆ นั่งคุกเข่าหน้านิ่ง สายตาเลื่อนลอยไม่มีสติอยู่ ร้องไห้จนตาบวมแดง
“ท่านยาย จากกันครานี้ไม่รู้ว่าข้าจะกลับตอนไหน ข้าต้องไม่ยึดติดและแก้แค้นแทนพ่อแม่ หวังว่าท่านจะอวยพรให้ข้าประสบความสำเร็จด้วย” หญิงสาวคำนับท่านยายคนนี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนลุกจากไป มือขวาถือกระบี่ มือซ้ายถือกระเป๋าผ้า มุ่งหน้าตรงไปในเมืองหลวง
