บทที่ 1 บทนำ
“เหนื่อยไหมหนูดา”
นิราดาเหลียวหน้าไปยิ้มให้กับเจ้าของเสียง ‘ภัทร’ พี่ชายที่แสนดี เด็กส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มกว้างพร้อมกับขยับเก้าอี้ที่ตัวเองนั่งไปข้าง ๆเปิดช่องว่างให้ชายหนุ่มได้เข้ามายืนใกล้ ๆ
“ไม่เหนื่อยเลยค่ะพี่ภัทร หนูดามีความสุขที่ได้มาช่วยงานนายกับนายหญิง”
กว่าอัครากับบุญนิสาจะได้ลงเอยกันเหมือนวันนี้ทั้งภัทรและเธอต่างก็ลุ้นกันมานานแรมปี ถ้าไม่มีนายน้อยมาช่วยเป็นกาวใจ การจะทลายภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ภายในใจของบุญนิสาคงยากที่อัคราจะรับมือได้เพียงคนเดียว
“วันนี้นายหญิงสวยจังเลยนะคะ” พูดพลางมองไปยังเจ้าสาวคนสวยที่ยืนยิ้มหวานอยู่ข้างกายเจ้าบ่าว ทั้งอัคราและบุญนิสาต่างดูสวยสง่าเหมาะสมกันมากที่สุด เป็นบุญของคนงานไนไร่อัคราที่มีบุญนิสาเป็นนายหญิงของไร่
เพราะบุญนิสาทั้งสวยและใจดี เข้ามาอยู่ในไร่ได้ไม่นาน ก็ได้ความรักและความไว้วางใจจากทุกคนในไร่ไปหมดแล้ว
“พี่รับใช้นายมาหลายสิบปี มีวันนี้แหละที่เห็นนายมีความสุขที่สุด” ภัทรเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มอบอุ่น อัคราเปรียบเสมือนพี่ชายคนหนึ่งของเขา ถ้าไม่ได้อัครายื่นมือเข้ามาช่วยในวันที่ลำบาก เขาก็คงไม่มีโอกาสมายืนในจุดนี้
นับว่าโชคดีที่โชคชะตานำพาผู้หญิงอย่าง บุญนิสาเข้ามาในชีวิตของนาย แม้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตของคนทั้งสอง มันจะเริ่มต้นด้วยความเข้าใจผิดและคราบน้ำตา แต่สุดท้ายความแค้นที่ก่อเกิดในหัวใจของนายก็ถูกความรักที่แสนบริสุทธิ์ทำลายมันไปจนสิ้น
“พี่ดีใจที่นายได้ลงเอยกับนายหญิง”
“หนูดาก็ดีใจค่ะ ดีใจมากด้วย”
“ภัทรมาอยู่นี่เอง”
ทั้งภัทรกับนิราดาต่างผินหน้ามองไปตามเสียงพูด เป็นนิราดาเองที่เป็นฝ่ายรีบหันหน้ากลับมาแล้วรีบก้มหน้าหลบ ไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้ทันได้ใบหน้าของเธอ
“หมอนัท เพิ่งมาถึงเหรอครับ”
“เออ มาไม่ทันพิธีเลย” เพราะมีเคสผ่าตัดด่วน เลยทำให้เขาพลาดช่วงเวลาดี ๆของบ่าวสาวไป แต่ก็ดีที่ยังมาทันก่อนที่งานเลี้ยงจะเลิก “พี่ขอตัวไปหาบ่าวสาวก่อนนะ”
ธนัทพูดพลางชำเลืองมองไปยังคนที่นั่งก้มหน้าก้มตา แค่เห็นเพียงเสี้ยวหน้าก็พอจะนึกออกว่าคนที่นั่งตัวลีบเป็นใครบางคนที่เคยรู้จักเมื่อหลายเดือนก่อน ไม่มองหน้า ไม่ทักทายแบบนี้
จงใจหลบหน้าเขาชัด ๆ
“เป็นอะไรหรือเปล่าหนูดา” เห็นความผิดปกติของเด็กสาว ภัทรก็ถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เมื่อก่อนที่ธนัทจะเดินเข้ามา นิราดายังดี ๆอยู่เลย แต่ทำไมตอนนี้ ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ
“หนูดาไม่เป็นไรค่ะพี่ภัทร” ดวงหน้าของเด็กสาวยังไม่หายตื่นตกใจ นัยน์ตาอ่อนหวานเหลียวมองไปยังคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆนายแล้วหันมามองหน้าภัทร เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “ผู้ชายคนนั้นเป็นใครหรือคะพี่ภัทร”
“หมอนัท เพื่อนสนิทของนาย”
ได้ยินแค่นั้นหัวใจของนิราดาก็ตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เจ้าของรถคันหรูที่เธอขับมอเตอร์ไซค์ชนเป็นเพื่อนสนิทของนาย
ซวยแล้วไหมล่ะหนูดา
“มีอะไรหรือเปล่าหนูดา” ท่าทางของนิราดาเหมือนกำลังกลัวอะไรบางอย่าง ใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มเมื่อก่อนหน้านี้ ดูสลดลง
“เปล่าค่ะพี่ภัทร”
“หน้าหนูดาซีดมากเลยนะ ไปพักก่อนดีไหม”
ภัทรแตะหลังมือลงบนหน้าผากของเด็กสาว นิราดาคือน้องสาวของเขา แม้ไม่ได้คลานตามกันออกมา แต่ก็เอ็นดูและรักเด็กคนนี้เหมือนน้องสาว แท้ ๆคนหนึ่ง ชีวิตของนิราดาน่าสงสาร พ่อเสียไปตั้งแต่ยังเล็ก แม่ก็แต่งงานอยู่กับพ่อเลี้ยงมีลูกสาวเพิ่มมาอีกหนึ่งคน ภัทรไม่ไว้ใจพ่อเลี้ยงของนิราดา เพราะผู้ชายคนนั้นเอาแต่กินเหล้าเมาหัวราน้ำ งานการก็ไม่รู้จักทำ ได้แต่เกาะเมียกิน
ส่วนคนเป็นแม่ก็หลงผัว เงินที่หามาได้ไม่ว่าจะเงินของตัวเองหรือเงินของนิราดาก็เอาปรนเปรอสามีขี้เมา ยิ่งตอนนี้นิราดาโตเป็นสาวสะพรั่ง ภัทรยิ่งไม่วางใจให้เด็กสาวอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกับพ่อเลี้ยงของเธอ
จะให้นิราดาย้ายมาอยู่กับเขาที่ห้องพัก มันก็ดูไม่เหมาะ ใช่อยู่ที่ว่า เขาไม่ได้คิดอะไรกับเด็กสาว แต่คนนอกไม่มีใครรู้ ถ้าเอามาอยู่ด้วยกันจริง คงไม่พ้นได้ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน
นิราดาเองก็จะเป็นฝ่ายเสียหาย
ภัทรตั้งใจว่า รอให้ผ่านงานแต่งของนายกับนายหญิงไปเสียก่อน เขาจะออกหน้าขอให้นายช่วยรับนิราดาเข้ามาทำงานเป็นพี่เลี้ยงของเจ้านายน้อย
“หนูดาขออยู่ช่วยงานอีกสักพักแล้วค่อยกลับค่ะ พี่ภัทรไม่ต้องห่วงหนูดานะคะ หนูดาไหวค่ะ”
“ถ้าไม่ไหวก็เรียกพี่นะ เดี๋ยวพี่ขอไปช่วยนายรับแขกก่อน” ภัทรลูบที่ศีรษะของนิราดาด้วยความเอ็นดูแล้วจึงเดินปลีกตัวออกไป ปล่อยให้เด็กสาวอยู่กับความหวาดหวั่น
ภาพสองหนุ่มสาวที่ยืนคุยกันอย่างถึงเนื้อถึงตัว ทำให้คนที่ทอดสายตามองมา รู้สึกจิตใจอยู่ไม่เป็นสุข เด็กสาวที่ทำให้รถเขาเป็นรอย
เป็นเมียของไอ้ภัทรอย่างนั้นหรือ
เป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบ และแน่นอนว่าคนที่ต้องให้ความกระจ่างไม่ใช่ภัทร แต่เป็นเจ้าของใบหน้าไร้เดียงสาคนนั้นต่างหาก หรือบางทีเจ้าหล่อนอาจจะไม่ใช่เด็กสาวใส่ซื่อ ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงไม่รับปากแล้วหายหน้า เบอร์ของเขาก็มี แต่ไม่คิดจะโทรมาหา
ในเมื่อทำผิดแล้วไม่แสดงความรับผิดชอบ เขาจะเป็นฝ่ายออกล่าและลงทันให้สาสม
