บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 9 ไม่ชอบหน้า 1

หลังจากผ่านพ้นอุปสรรคเรื่องโจรน้ำมาได้ การเดินทางช่วงที่เหลือก็เป็นไปอย่างราบรื่น

หลายวันผ่านไปเนื่องจากต้องหยุดพักที่ท่าเรือทงโจว ครึ่งวันเพื่อเติมเสบียง อวิ๋นเหยาเหยาจึงตอบตกลงตามคำชวนของพี่หญิงออกไปเดินเที่ยวเล่นในเมืองแต่โดยดี เพราะการอยู่บนเรือนานๆ โดยไม่ได้เหยียบพื้นดินเลยนั้นทำให้รู้สึกอึดอัดไม่น้อย

เฉินอี้ อาสาเป็นผู้พิทักษ์บุปผาพาสองสาวลงจากเรือ พร้อมกับนำผู้ติดตามไปด้วยอีกสองคน

ทงโจวสมกับเป็นเมืองท่าเลื่องชื่อริมคลองขุด บนท่าเรือผู้คนพลุกพล่านจอแจ มองไปทางไหนก็เห็นเรือราชการและเรือสินค้าจอดเรียงราย ยุ่งขิงกันไปหมด

ทั้งสามคนเลี่ยงฝูงชนที่เดินกันขวักไขว่ แล้วเช่ารถม้าคันหนึ่งมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง

ในตัวเมืองคึกคักไม่แพ้ท่าเรือ โรงเตี๊ยมและร้านรวงตั้งเรียงราย เฉินเหล่ยพาน้องสาวตรงไปยังย่านที่ขายเครื่องประทังผิวและเครื่องประดับเงินทอง สินค้าละลานตาจนแทบจะเลือกไม่ถูก

ปกติแม้จะมีนิสัยสุขุมเพียงใด แต่สุดท้ายเฉินเหล่ยก็ยังเป็นเพียงเด็กสาววัยสิบกว่าปี เมื่อเห็นของชอบมากมายนางจึงลังเลใจ อยากได้ไปเสียหมดแต่ก็ไม่กล้าซื้อสุ่มสี่สุ่มห้า

ในจวนโหว ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นผู้ดูแลเรื่องการใช้จ่ายในบ้าน นางลำเอียงรักใคร่แต่บ้านรอง และไม่ได้ให้ความสำคัญกับบ้านสี่นัก หากไม่ใช่เพราะครอบครัวของพวกนางแอบทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ตอนอยู่ที่ซีเป่ย ลำพังเพียงเบี้ยหวัดและเงินรายเดือนจากจวนโหวคงไม่ช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายนัก

อวิ๋นเหยาเหยามองดูพี่หญิงที่ทำหน้าลังเลแล้วรู้สึกปวดใจ ถ้านางไม่ติดว่าตอนนี้ยังไม่สะดวกทำอะไรล่ะก็ นางคงควักตั๋วเงินออกมาให้พี่หญิงซื้อทุกอย่างที่อยากได้ไปแล้ว

เฉินอี้บอกว่าจะมาคุ้มกัน แต่เดินไปได้ครึ่งทางเขาก็ถูกอย่างอื่นดึงดูดความสนใจไปเสียก่อน ตอนนี้ไม่รู้พาบ่าวรับใช้แอบไปมุดอยู่ที่ไหน ทิ้งให้สองพี่น้องยืนเลือกของอยู่ในร้านเครื่องประทังผิวกันตามลำพัง

"บ้านนอกมาจากไหนกันเนี่ย ซื้อไม่ไหวก็หลบไปสิ มายืนเลือกไปเลือกมาอยู่ได้ ไม่กลัวเกะกะคนอื่นบ้างหรือไง?"

ขณะที่อวิ๋นเหยาเหยากำลังช่วยพี่หญิงเลือกประเภทของชาดจู่ๆ ก็มีเสียงหญิงสาวแหลมเล็กดังมาจากด้านหลัง น้ำเสียงนั้นกร่างและจิกกัด เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม

อวิ๋นเหยาเหยาชะงักไปครู่หนึ่งกว่าจะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายกำลังว่าพวกนาง เฉินเหล่ยเองก็อึ้งไปเช่นกัน ทั้งคู่ต่างประหลาดใจกับเหตุการณ์นี้

เมื่อหันกลับไป ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าและเครื่องประดับหรูหรามาก ทว่าทั่วทั้งตัวกลับประโคมไปด้วยทองคำ เพชรพลอย และหยก จนดูละลานตาไปหมดราวกับเอาของดีทุกอย่างมาสวมไว้บนตัวคนเดียว

แม้คนคนนี้จะเสียมารยาท แต่เฉินเหล่ยก็คร้านจะถือสา เพราะนี่คือข้างนอก การหาเรื่องใส่ตัวโดยไม่จำเป็นนั้นยากจะจบลงได้สวย นางเป็นคนมีสติรู้กาลเทศะ ไม่ยอมลดตัวลงไปมีเรื่องกับใครเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

นางวางตลับชาดในมือลง แล้วพาน้องสาวขยับไปด้านข้าง เลือกที่จะจบเรื่องด้วยความสงบ

อวิ๋นเหยาเหยาแม้จะไม่พอใจแต่ก็ยอมตามใจพี่หญิง ไม่ถือสากับคนพรรค์นั้น หญิงสาวคนนั้นเห็นพวกนางหลบไปก็แค่นเสียงเหอะ แล้วสั่งหลงจู๊ว่า "ชาดที่เพิ่งมาใหม่ห่อให้ข้าทั้งหมด เอาอย่างละสามชุด ห่อเสร็จแล้วส่งไปที่จวนสกุลเมิ่งทางทิศตะวันตกของเมือง"

เมื่อมีคนไม่น่าพึงใจอยู่ใกล้ๆ เฉินเหล่ยจึงอยากรีบซื้อให้เสร็จแล้วพาน้องสาวออกไป ทว่าทันใดนั้นที่หน้าประตู เสียงตะโกนอย่างร่าเริงของเฉินอี้ก็ดังขึ้น "พี่หญิง น้องหญิง ดูสิว่าข้าไปเจอใครเข้า?"

ข้างกายเขามีเด็กหนุ่มสองคนที่มีบุคลิกและสง่าราศีโดดเด่นเดินตามมา เฉินอี้วิ่งเข้ามาหาพลางยิ้มจนตาหยี "นึกไม่ถึงเลยว่าจะบังเอิญขนาดนี้ มาเจอพี่ใหญ่กับพี่ถังเข้า ข้าเลยพาพวกเขามาด้วยเลย"

สองคนนั้นจะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่เฉินอู๋หมิงและถังหยวน

เฉินเหล่ยเองก็ประหลาดใจและดีใจ ถังหยวนนั้นเติบโตมาพร้อมกับเฉินอู๋หมิง ไปมาหาสู่ที่จวนโหวบ่อยครั้ง และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกๆ บ้านสี่ การได้มาพบกันอีกครั้งหลังจากผ่านไปหลายปีนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง

อวิ๋นเหยาเหยามองดูเด็กหนุ่มสองคนที่ปรากฏตัวขึ้นและดึงดูดสายตาผู้คนไปทั่วร้านแล้วรู้สึกปวดใจเล็กๆ เฉินอู๋หมิงยังคงทำตัวเย็นชาและพูดน้อยเหมือนเดิม ส่วนถังหยวนก็เอาแต่สะบัดพัดจีบขอบทองอวดความเจ้าสำราญ คนหนึ่งเย็นคนหนึ่งร้อน คนหนึ่งนิ่งคนหนึ่งขยับ ดูแล้วช่างเข้าคู่กันดีเหลือเกิน

"น้องหญิง ไม่เจอกันนานเลยนะ" ถังหยวนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม "อุตส่าห์จะได้กลับเมืองหลวงทั้งที อยากได้ของดีๆ ไว้รอไปซื้อในเมืองหลวงดีกว่า ที่เล็กๆ อย่างทงโจวจะมีของดีอะไรกัน"

เขามองดูตลับชาดที่ทั้งสองเลือกไว้ แล้วใช้พัดเขี่ยๆ ดูด้วยท่าทางรังเกียจ "ชาดแบบนี้ใช้ไปก็เสียผิวเปล่าๆ ที่ข้ามีของดีที่พระสนมประทานมาให้ไว้กลับถึงเมืองหลวงแล้วข้าจะส่งไปให้พวกเจ้า ส่วนของพวกนี้ช่างมันเถอะ"

หากนับตามลำดับญาติ ถังหยวนถือเป็นญาติห่างๆ ของจวนเซวียนผิงโหว ดังนั้นแม้ความสัมพันธ์ทางสายเลือดจะไกลกันมาก แต่เพื่อแสดงความสนิทสนม เขาจึงเรียกเฉินเหล่ยและคนอื่นๆ ว่าน้องหญิงมาตั้งแต่เด็ก

คำพูดของเขาทำเอาหญิงสาวเมื่อครู่ถึงกับหน้าแดงด้วยความโกรธ แต่เพราะมีคุณชายรูปงามสองคนอยู่ตรงหน้า นางจึงได้แต่กระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจที่ถูกหักหน้า ทว่านางกลับไม่ยอมเดินจากไป สายตาจับจ้องอยู่ที่เฉินอู๋หมิงที่ยืนนิ่งไม่พูดจาไม่วางตา

อวิ๋นเหยาเหยาในฐานะคนที่ไม่มีตัวตนที่สุดในกลุ่ม ได้แต่มองดูถังหยวนแกล้งคนอื่นเงียบๆ นางรู้ซึ้งถึงนิสัยของคนคนนี้ดี นางเห็นเขาหาเรื่องวุ่นวายมานับครั้งไม่ถ้วนจนไม่รู้สึกแปลกใจอะไรอีกแล้ว

ทว่า ความมั่นใจของนางกลับถูกตบหน้าเข้าอย่างจังในวินาทีต่อมา

เพราะถังหยวนหันมาพูดกับนาง!

"นี่คือน้องหญิงคนใหม่ของบ้านเราหรือ? ดูท่าทางเรียบร้อยเชื่อฟังจังเลยนะ"

เขามองลงมาพลางยิ้มกว้างแล้วเอามือลูบหัวอวิ๋นเหยาเหยา เหมือนกำลังหลอกล่อลูกแมวน้อยที่น่าสงสาร ใบหน้าเต็มไปด้วยความเอ็นดู "น้องหญิงคนนี้ผอมเกินไปแล้ว เห็นแล้วน่าปวดใจจริงๆ ไว้ถึงเมืองหลวงแล้วพี่หยวนคนนี้จะส่งของดีๆ ไปให้ รับรองว่าวันหน้าเจ้าต้องโตมาตัวสูงใหญ่แข็งแรงแน่นอน"

อวิ๋นเหยาเหยายืนหน้านิ่ง รับรู้ถึงมือที่วางอยู่บนหัว ในใจไม่รู้ว่าควรจะโกรธหรือจะขำดี

จะหยอกล้อนางก็ช่างเถอะ แต่ไอ้ที่บอกว่าจะให้ "สูงใหญ่แข็งแรง" นี่เขาคิดออกมาได้ยังไง?

ดังนั้น นางจึงมองถังหยวนนิ่งๆ แล้ว "เพียะ!" นางปัดมือของเขาออกอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสะท้อนไปในอากาศ

ถังหยวนลูบหลังมือที่ขึ้นรอยแดง ทำหน้าตาละห้อย "น้องหญิงดุจังเลย หรือว่าเจ้าไม่ชอบพี่ชายคนนี้?"

เฉินเหล่ยยืนมองดูอย่างขำขัน "น้องหญิงจะไปรู้จักเจ้าได้ยังไง? มาทึกทักว่าเป็นพี่ชาย หน้าไม่อายจริงๆ น้องหญิงข้าเป็นคนขี้อาย เจ้าอย่าไปแกล้งนางสิ"

"ขี้เหนียวจริง แค่น้องสาวคนเดียวก็หวง" ถังหยวนทำท่าฮึดฮัด "คอยดูนะ ต่อไปน้องหญิงต้องสนิทกับข้าที่สุดแน่!"

ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด อวิ๋นเหยาเหยากล้ายืนยัน เพราะชาติก่อนมันก็ฟ้องอยู่ทนโท่

นางชอบดูถังหยวนแกล้งคนอื่น แต่ไม่รวมถึงการแกล้งตัวนางเองแน่นอน

ทุกคนเดินคุยกันไปเรื่อยๆ ขณะมุ่งหน้าออกไปข้างนอก ท่ามกลางความร่าเริงของเฉินอี้และถังหยวน เฉินอู๋หมิงกลับเงียบขรึมกว่าใคร เขาทำหน้าที่เหมือนองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์คอยดูแลอยู่ข้างๆ หากไม่ถูกถามเขาก็แทบจะไม่เอ่ยปากเลยตลอดทาง

อวิ๋นเหยาเหยาสังเกตเห็นว่าสายตาของเขามักจะแอบมองมาที่นางบ่อยๆ เป็นสายตาที่แฝงไปด้วยการสำรวจร่องรอยบางอย่าง ซึ่งแตกต่างจากการพบกันครั้งที่แล้วอย่างสิ้นเชิง

ทว่าตอนนี้นางไม่มีเวลาไปสนใจเฉินอู๋หมิง เพราะถังหยวนตัวปัญหานั้นไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไรก็ต้องลากนางเข้าไปเกี่ยวด้วยตลอดทาง ปากไม่ยอมหยุดพักเลยสักนิด

"น้องหญิงชอบอันนี้ไหม? ถ้าชอบพี่ซื้อให้นะ"

"อะไรนะ? ไม่ชอบเหรอ? ไม่ชอบก็ช่างมัน เราไปดูอย่างอื่นกัน"

"อันนี้ก็ไม่ถูกใจอีก? เฮ้อ น้องหญิงนี่เอาใจยากจริงๆ เลยนะ!"

"เจ้าคิดว่าปิ่นอันนี้ไม่สวยจริงๆ เหรอ? แต่พี่ว่ามันเหมาะกับเจ้ามากเลยนะ ไม่เอาเนี่ยเสียดายแย่"

...

อวิ๋นเหยาเหยารู้สึกรำคาญกับการปรนนิบัติพัดวีของถังหยวนเหลือเกิน ชาติก่อนเขาก็ชอบแกล้งนางนะ แต่ไม่เคยเสียสติถึงขั้นนี้มาก่อน! หรือว่าการเกิดใหม่ของนางจะส่งผลกระทบแปลกๆ แบบนี้ด้วย?

นางพูดแต่คำว่า "ไม่เอา" "ไม่ชอบ" "ปฏิเสธ" วนไปจนปากจะแห้งตายอยู่แล้ว แต่ดูถังหยวนสิ เขายังดูมีพลังล้นเหลือที่จะแกล้งนางต่อได้อีกรอบ

สุดท้ายนางทนไม่ไหวจริงๆ ท่ามกลางรอยยิ้มขำของพี่หญิง นางจึงยกมือยอมแพ้ "พี่หญิง ข้าขอตัวกลับไปที่เรือก่อนดีกว่า พวกท่านเดินเที่ยวกันต่อเถอะ ไม่ต้องห่วงข้า"

เฉินเหล่ยเองก็รู้สึกว่าน้องสาวเป็นคนนิ่งเกินไป นิ่งจนไม่เหมือนเด็กสาววัยสิบสองสิบสามปี พอนึกถึงเรื่องราวทางบ้านของนางก็นึกไม่อยากให้นางทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินวัยนัก จึงยินดีที่เห็นถังหยวนมาหยอกล้อนาง เพราะถังหยวนเก่งเรื่องการเอาใจผู้หญิงที่สุด ให้เขาช่วยให้น้องสาวร่าเริงขึ้นบ้างก็คงดี

แต่เมื่อเห็นน้องสาวดูรำคาญจริงๆ นางจึงส่งเสียงห้ามถังหยวน แล้วบอกกับอวิ๋นเหยาเหยาว่า "นานๆ ทีเราจะได้ออกมาด้วยกัน เดินต่ออีกหน่อยเถอะ ถือว่าอยู่เป็นเพื่อนพี่หญิงนะ ไม่อย่างนั้นถ้าเจ้าไป พี่ต้องอยู่กับตาบ้าสามคนนี้ลำพัง มันจะไปสนุกอะไร"

เมื่อเห็นสายตาคาดหวังของพี่หญิง อวิ๋นเหยาเหยาจึงลังเลและตัดสินใจยอมตามใจนาง

ที่จริงขอแค่ถังหยวนไม่มาวอแว นางจะเดินนานแค่ไหนก็ไม่เกี่ยง ดังนั้นตลอดทางที่เหลือ นางจึงพยายามอยู่ห่างจากถังหยวนให้ได้มากที่สุด พอเขาพูดด้วยนางก็ทำหน้ามุ่ย แสดงออกทั้งกายและใจว่าต่อต้าน "พี่ชาย" ที่ทึกทักเอาเองคนนี้สุดชีวิต

ถังหยวนหัวเราะร่วนจนเลิกเล่นพัด เขาอาศัยความสูงรีบเอื้อมมือมาขยี้หัวอวิ๋นเหยาเหยา "น้องหญิงตลกจัง ขำจะตายอยู่แล้ว"

ในห้องรับรองชั้นสองของร้านเครื่องประดับทอง เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้นางพลางทำท่าทุกข์ใจหลอกๆ "น้องหญิง ข้าจะบอกอะไรให้นะ คนอย่างข้าน่ะ ยิ่งใครไม่ชอบพี่ก็ยิ่งอยากเข้าใกล้ ถ้าวันไหนเจ้าเลิกไม่ชอบพี่ พี่ถึงจะเลิกกวนใจเจ้า เพราะฉะนั้น เจ้าจะเลือกมาชอบพี่ไหมล่ะ?"

อวิ๋นเหยาเหยาถลึงตาใส่เขาอย่างนิ่งสงบ แล้วตอบสั้นๆ ว่า "ฝันไปเถอะ"

.

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel