๖ เผชิญหน้า (๓)
มีเพียงคำถามในใจที่ไม่ได้เอ่ยออกไป...เธอจะกลับมาอีกทำไม
“คุณไตรจะออกไปทำงานแล้วเหรอคะ” มองนาฬิกาที่บอกเวลาหกโมงครึ่งก็นึกสงสัย ไม่คิดว่าเขาจะไปทำงานเช้าขนาดนี้ ช่างเป็นคนมุ่งมั่นเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่าเป็นแบบนี้มานานแล้วหรือแค่ช่วงที่เธอกลับมากันแน่
“ใช่”
“แล้ว...จะให้อุ่นทำอะไรคะ” อยู่บ้านหลังนี้มานานก็ไม่มีหน้าที่เป็นชิ้นเป็นอันสักที เธอทำได้เพียงนั่งเล่นหรือเดินสำรวจบ้านเท่านั้น หรือไม่ก็เข้าครัวช่วยแม่บ้านทำอาหารเพื่อเตรียมขึ้นโต๊ะให้เจ้าของบ้านได้รับประทาน ทว่าอาหารก็ไม่ค่อยถูกปากชายหนุ่มเท่าไหร่ เขามักจะบ่นเสมอว่ากับข้าวไม่อร่อย ซึ่งเธอก็จนใจจะทำให้พอใจ
เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายชอบอะไร ทั้งตนก็ตกอยู่ในความหม่นหมองเช่นเดียวกัน...
“อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่อย่าเข้าไปยุ่งในห้องทำงานของฉันก็พอ” เหลือบมองห้องทำงานที่มีของบางอย่างที่เขาหวงแหน
ช่อดอกหญ้าที่ดูไร้ราคาแต่กลับทำให้เขาจ้องได้ไม่วางตา จนบางทีก็สงสัยเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตนกันแน่ ทำไมเรื่องของเอมไอรินจึงได้วิ่งวนในหัวไม่หยุดสักที เขาคงเป็นบ้าไปแล้วที่คิดถึงเธอทั้งที่ไม่ควรคิดเลยด้วยซ้ำ
“ปกติเอมอยู่ที่นี่ทำอะไรบ้างเหรอคะ” ชื่อของคนที่อยู่ในห้วงความคิดถูกเอ่ยออกมา คนที่กำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องครัวถึงกับชะงัก คำถามทำให้เขาต้องย้อนคิดว่าครั้งหญิงสาวอยู่ไร่ได้ทำอะไรบ้าง ซึ่งมันค่อนข้างเยอะจนเขาเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน
หล่อนทำงานหนักกว่าที่คิด ถึกกว่าผู้หญิงคนอื่น ลบภาพดาวคณะในอดีตออกจนหมดสิ้น คนงานในไร่ต่างชมเป็นเสียงเดียวกันถึงความขยันของเธอ
“ทำงานในไร่ เก็บส้มเก็บองุ่นไปดูแลไร่ข้าวโพด ไปทำงานที่โรงบ่มไวน์แล้วก็มาทำงานบ้าน เธออยากทำก็ให้แม่บ้านคอยสอนก็ได้ หรือไม่อยากทำฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก” ไม่คิดจะบังคับคนตรงหน้า แล้วเธอก็ไม่ได้อยากทำงานกลางแดดด้วยจึงรีบบอกเขาเสียงอ่อน
“อุ่น...ขอทำงานบ้านแล้วกันค่ะ”
“อือ”
ไม่ต่างจากที่คิดเอาไว้เท่าไหร่ หล่อนชินกับการทำงานในร่มมากกว่า แล้วก็บอบบางเกินกว่าจะออกไปทำงานกลางแจ้ง ต่างจากคนเป็นน้องสาวลิบลับที่ทำได้หมดทุกอย่าง เผลอคิดถึงร่างบางจนต้องสั่งตัวเองให้ลบภาพของหล่อนออกโดยเร็ว ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเหตุใดเรื่องของเธอจึงติดอยู่ในใจเขานานขนาดนี้
ทั้งที่บอกมาตลอดว่าไม่ชอบเอมไอริน...
แต่เมื่อเธอไม่อยู่ก็เอาแต่คิดถึงภาพในอดีตยามใช้ชีวิตร่วมกันไม่หยุด จนต้องเตือนสติตัวเองว่าเกลียดอีกฝ่ายมากแค่ไหน
“จริงเหรอวะ...แบบนี้น้องเอมก็โสดแล้วน่ะสิ” เดินเข้ามายังไร่ส้มอย่างคนใจลอย แต่เมื่อได้ยินชื่อของคนที่อยู่ในห้วงคำนึงก็หูผึ่งทันที สองเฝ้าหยุดอย่างรวดเร็วพร้อมกับมองไปยังคนงานชายที่ตั้งกลุ่มอยู่ไม่ไกล
“ไม่แน่ใจ แต่เห็นมีผู้ชายตามติดไม่ห่างเลย อาจจะกำลังจีบหรือเปล่า” คนที่เห็นภาพทุกอย่างเอามาเล่าต่อ เพื่อนในกลุ่มพยักหน้าเหมือนเข้าใจแต่คนที่แอบฟังถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวด กำมือแน่นด้วยความโมโหพร้อมกับใบหน้าที่ร้อนระอุคล้ายจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
ไม่เข้าใจและไม่อยากทำความเข้าใจตัวเองในตอนนี้ แต่สิ่งที่เขาต้องการทราบคือเรื่องที่ได้ยินเป็นความจริงหรือเปล่า ยังไม่ทันจะได้เดินเข้าไปถาม ชื่อของเขาก็หลุดออกมาจากปากคนงานที่ชอบพูดเรื่องของเจ้านายเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่นินทาเก่ง ผู้ชายเองก็เหมือนกัน
โดยเฉพาะหากเป็นเรื่องของไตรเตชินผู้ไม่เคยเหลียวแลหญิงใดเลย เพิ่งมีเอมไอรินคนแรกที่ได้เข้ามาในไร่
“คุณไตรล่ะ...”
“จะไปยากอะไร คุณไตรก็เบื่อเลยให้ออกจากไร่ไงวะ ตอนนี้น้องเอมก็ไม่มีคนจับจองเราก็มีสิทธิ์ไม่ใช่เหรอ” คนพูดไม่ใช่ใครอื่นไกลแต่เป็นเสกที่โดนเจ้านายสั่งให้ไปล้างคอกวัวและคอกควายของไร่เกือบหนึ่งสัปดาห์เต็ม
แค่ช่วยรั้งไม่ให้หล่อนต้องล้มกลับถูกเจ้านายของตนทำโทษเสียอย่างนั้น แค่คิดก็เข็ดขยาดไปนาน...
“มึงอยากล้างคอกวัวคอกควายอีกหรือไง หาเรื่องใส่ตัว...” เพื่อนร่วมอาชีพรีบเอ่ยเพื่อเตือนความทรงจำ แต่ดูเหมือนคนรั้นจะไม่กลัวเลยสักนิด กลับยิ้มกระหยิ่มมีความสุขเพราะคิดว่าเจ้านายของตัวเองไม่ได้มีความเสน่หาต่อหญิงสาวแล้ว
เพราะฉะนั้นก็ไม่มีเหตุผลใดให้เขาต้องกลัวสักหน่อย
“ไม่ได้ล้างหรอก นายไม่คิดอะไรกับน้องเอมแล้ว” พูดแล้วก็กอดอกเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่าภัยกำลังจะมาถึงตัวในไม่กี่วินาทีข้างหน้า เพราะเสียงเข้มมาก่อนตัวเสียอีก คนงานที่จับกลุ่มกันรีบสลายตัวรวดเร็ว เสียงเป็นเอกลักษณ์ขนาดนี้ไม่ต้องเดาก็ทราบทันทีว่าเป็นใคร
“มึงไปล้างคอกวัว ขัดให้สะอาดอย่าให้กูเห็นแม้แต่คราบดำ ถ้าไม่สะอาดกูจะส่งไปทำงานทางใต้” พูดเสียงเข้มแววตาขึงขังจนคนปากพล่อยถึงกับรับคำอย่างขันแข็ง ไม่กล้าจะบิดพลิ้วแต่อย่างใดเพราะกลัวว่าตัวเองอาจจะถูกไล่ออกก็เป็นได้
“ครับคุณไตร!” ไม่พูดเปล่ารีบวิ่งไปยังคอกวัวเพื่อทำความสะอาดตามคำสั่งของเจ้านาย
ส่วนคนที่เหลือจะหลีกหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะร่างสูงตรงเข้ามาถามทันทีถึงเรื่องที่ค้างคาในใจตัวเอง เพียงแค่ได้ยินชื่อของผู้หญิงที่ตัวเองกำลังคิดถึงก็ทำให้เขากระวนกระวายแล้ว ยิ่งรู้ว่าเธอกำลังจะมีชายอื่นก็สร้างความร้อนรนแก่ไตรเตชินมากกว่าเดิม
เขาต้องบ้าไปแล้วแน่เลยที่ยังสนใจเรื่องของผู้หญิงคนนั้น...
“เห็นเอมที่ไหน” สีหน้าแววตาคาดคั้นจนต้องรีบบอก เกรงว่าหากพูดช้าเพียงวินาทีเดียวอาจโดนเขาไล่ออกก็เป็นได้ อารมณ์ของเจ้านายช่วงนี้ยิ่งอ่อนไหวไม่เข้าใครออกใครเสียด้วย นับคนที่เข้าหน้าเขาติดได้เลย
หากเจอก็ควรหลีกหนีเป็นดีที่สุด!
